| แพคเกจ ทัวร์เยอรมัน เที่ยวมิวนิค เที่ยวเบอร์ลิน เที่ยวเยอรมัน 8 วัน |
| วันแรกฯ กรุงเทพฯ – บินตรงสู่นครมิวนิค (ทัวร์เยอรมัน) |
| 1000 น. | พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 4 เคาน์เตอร์ G กรุ๊ป 15-19 สายการบินแอลทียูแอร์ไลน์ พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระและการเช็คอินแล้วเชิญท่านรอ ณ ห้องพักผู้โดยสารขาออก |
| 1300 น. | ออกเดินทางสู่มิวนิค โดยเที่ยวบินที่ LT 1753 |
| 1905 น. | ถึงสนามบินมิวนิค ประเทศเยอรมนี หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและสัมภาระแล้ว รถโค้ชปรับอากาศรอรับคณะแล้วเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก พักโรงแรม Park Inn Munich Airport หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน |
| วันที่สองฯ เที่ยวมิวนิค – ปราสาทนอยชวานสไตน์ |
| 0800 น. | อาหารเช้าแบบอเมริกันที่โรงแรม |
| 0900 น. | รถโค้ชนำคณะออกเดินทางสู่หมู่บ้านชวานสเกา อันเป็นที่ตั้งของปราสาทแห่งเทพนิยายนอยชวานสไตน์ เส้นทางแสนสวยนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นเส้นทางสายโรแมนติก 1 ใน 6 เส้นทางสวยของเยอรมัน |
| 1200 น. | อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารแบบพื้นเมือง High Standard |
| 1300 น. | นำคณะเปลี่ยนขึ้นรถ Mini Bus สู่ที่ตั้งของปราสาทนอยชวาน-สไตน์ ปราสาทสวยที่แม้แต่ราชาการ์ตูนวอลท์ดิสนีย์ยังหลงใหลนำไปเป็นปราสาทเจ้าหญิงนิทราในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ชม บรรยากาศของหมู่บ้านที่รายล้อมรอบด้วยทะเลสาบสีฟ้าประทับใจกับวิวสวยที่มีปราสาทนอยชวานสไตน์และ ปราสาทโฮเฮนชวาน สเกาเป็นฉากหลังกษัตริย์ลุควิคที่ 2 ทรงมีพระประสงค์ที่จะสร้างปราสาท 3 แห่งอันได้แก่ นอยชวานสไตน์, ลินเดอฮอฟ และแฮเรนคิมเซ่ ให้เป็นมรดกอันล้ำค่าแห่งรัฐบาวาเรีย ขึ้นสู่ตัวปราสาทด้วยรถมินิโค้ชชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของตัวปราสาทที่โดดเด่นและมีทะเลสาบและธารน้ำ เปรียบได้กับปราสาท3 ฤดูเพราะไม่ว่าท่านจะเดินทางไปเยือนในช่วงฤดูไหน ก็จะมีทัศนียภาพที่แตกต่างกันออกไปชมวิวสวยจากสะพานมาเรีย (การเปิดให้เข้าชมขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน) ซึ่งพาดผ่านโตรกผาพอลเล็ท เป็นจุดชมวิวที่งดงามที่สุดของปราสาทที่สร้างบนหน้าผาสูง 200 เมตร ในปี ค.ศ. 1869 โดยคริสเตียน จังค์ ซึ่งเป็นผู้ออกแบบตัวปราสาทภายนอก ให้เหมือนฉากละครในอุปรากรของวากเนอร์ เข้าสู่ภายในตัวปราสาท เพื่อชมความสวยที่ได้รับการ ตกแต่งอย่างอลังการด้วยภาพเขียนเกี่ยวกับเรื่องราวอุปรากรและห้องทรงงาน, ห้องท้องพระโรง, ห้องบรรทม ล้วนแต่งดงามจนยากที่จะพรรณนา จากนั้นนำท่านไปเดินเที่ยวชมเมืองฟุสเซ่น เมืองสุดท้ายบนถนนสายโรแมนติก เคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมัน ที่ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้าและซื้อขายเกลือมาแต่โบราณ ชมเมืองที่แสนจะน่ารัก มีร้านอาหาร,โรงแรมที่พัก ตลอดจนร้านขายของที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว |
| 1900 น. | อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง High Standardพักโรงแรม Schloss Lisl & Jagerhaus หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน |
| วันที่สามฯ ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (เยอรมันแอลป์) – เบิร์ชเทสการ์เด้น |
| 0800 น. | อาหารเช้าแบบอเมริกันที่โรงแรม |
| 0900 น. | นำคณะเดินทางขึ้นสู่ โอเบอรามาเกา เมืองเล็กๆที่แสนจะน่ารัก อาคารบ้านเรือนล้วนประดับไปด้วยภาพเขียนสีเกี่ยวกับคริสต์ศาสนา ร้านรวงล้วนแต่จำหน่ายสินค้าสำหรับศาสนิกชน เหตุเพราะเคยได้รับภัยพิบัติจากโรคร้ายจากนั้นเดินทางต่อสู่เมือง การ์มิชพาร์เท่น เคียร์เช่น เพื่อขึ้นสู่ ยอดเขาซุกสปิตเซ่ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนีระหว่างทางท่านจะได้ชมวิวทะเลสาบที่อยู่เบื้องล่าง จากนั้นคณะเดินทางขึ้นสู่ยอดเขา เก็บภาพประทับใจ จากจุดชมวิวบนยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนี คือ 9,721 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเลที่ทำให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวได้ทั้งปีคือ สกีในฤดูหนาว และเดินเขาในฤดูร้อน เมื่อมองจากยอดเขาจะเห็นทิวทัศน์งดงานกว้างไกล ไปถึง 4 ประเทศด้วยกัน คือ เยอรมนี ออสเตรีย อิตาลี และสวิสเซอร์แลนด์ โดยมียอดเขาที่อยู่เคียงกันอีก 3 ยอด คือ แอล์ปสปิตซ์(Alpspitz) ครอยเซ็ค (Kreuzeck) และแวงค์ (Wank) ซึ่งล้วนแต่เป็นสวรรค์ของนักเดินทาง และนักสกีทั้งสิ้นนิทรรศการศิลปะบนที่สูงที่สุดและซุกสปิตซ์ปลาต ธารน้ำแข็งสายเดียวของเยอรมนี ที่ยามหิมะตกหนาระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มิถุนายน กลายเป็นเส้นทางสกีให้เลือกเล่นหลายระดับ ใกล้เคียงยังมีภัตตาคารพร้อมบาร์กลางหิมะ ระเบียงอาบแดดให้บริการด้วย |
| 1200 น. | อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา Panorama-Lounge |
| บ่าย | ได้เวลานำคณะออกเดินทางต่อสู่เมืองเบิร์ชเทสกาเด้น เจ้าของเส้นทางดิอัลไพน์โร้ด เส้นทางเก่าแก่ที่สุดที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้ เลาะเลียบเทือกเขาแอลป์ ถูกก่อตั้งขึ้นให้เป็นศูนย์กลางทางการค้าและการสำรวจหาเกลือและสินแร่ เมืองเก่าแห่งนี้เต็มไปด้วยศิลปะการสร้างอาคารในรูปแบบบาวาเรียตอนบน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตกแต่งด้วยลายปูนสไตล์สตัดโก้ เมืองนี้เคยเป็นฐานบัญชาการใหญ่ของกองทัพนาซีทางตอนใต้ และยังมีเซฟเฮ้าส์บนยอดเขาที่ฮิตเลอร์ใช้ในการพบปะวางแผนในการสงครามกับเหล่าผู้บัญชาการกองทัพ |
| 1900 น. | อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน High Standard พักโรงแรม Wittelbasch หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน |
| วันที่สี่ฯ ล่องทะเลสาบกษัตริย์ – มิวนิค – ซิตี้ทัวร์ – โรงเบียร์ฮอฟบราวเฮ้าส์ |
| 0800 น. | อาหารเช้าแบบอเมริกันที่โรงแรม |
| 0900 น. | เที่ยวชมเมืองเบิร์ชเทสกาเด้น เมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ 1 ใน 6 เส้นทางของเยอรมนี ที่เรียกขานกันว่า เส้นทางดิอัลไพน์โร้ด นำท่านสู่ทะเลสาบกษัตริย์ (Konigsee) ที่มีน้ำใสราวกับมรกต ทะเลสาบแห่งนี้ เป็นดินแดนแห่งฟยอร์ดที่งดงามที่สุดในประเทศเยอรมนี ในเขตเทือกเขาแอลป์ มีแหล่งกำเนิดจากการละลายของกลาเซียบนยอดเขา ตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง ก่อให้เกิดทะเลสาบที่งดงาม และความมหัศจรรย์ของฟยอร์ดที่มีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลก ฟยอร์ดแห่งนี้มีความยาวกว่า 8 กม. กว้างถึง 1,250 เมตร ลึก 190 เมตร และตั้งอยู่บนความสูงกว่า 602 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล นำท่าน ล่องเรือพลังงานไฟฟ้า ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวมาตั้งแต่ปีค.ศ.1909 เพื่อไม่เกิดมลภาวะ เรือจะนำท่านล่องไปชมบรรยากาศแห่งฟยอร์ด จนถึงโบสถ์บาโธโลมิว อันเป็นเสน่ห์ของดินแดนแห่งฟยอร์ดนี้ |
| 1200 น. | อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง High Standard |
| 1300 น. | ออกเดินทางสู่เมืองมิวนิค ซึ่งถือได้ว่าเป็นประตูของยุโรป เมืองมิวนิคหลากหลายด้วยสถาปัตยกรรมที่แตกต่างเมืองหลวงแห่งแคว้นบาวาเรียแห่งนี้ เคยตกอยู่ภายใต้ราชวงศ์วิทเทลสบาคที่ปกครอง และพัฒนาเมืองให้มีความสำคัญที่สุดทางตอนใต้ของเยอรมนี อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตเบียร์ ศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ BMW |
| 1500 น. | นำท่านชมเมืองมิวนิค ในเขตเมืองเก่า อาทิ โบสถ์ที่มีรูปโดมหัวหอม พระราชวังนิมเฟนเบิร์ก หรือพระราชวัง ฤดูร้อนประตูชัยย่านมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ หอสมุดแห่งชาติ โรงละครโอเปร่า จากนั้นเดินทางเข้าสู่จตุรัสมาเรียนเขตเมืองเก่าใจกลางเมืองแหล่งรวมห้างสรรพสินค้าอันทันสมัยและนักท่องเที่ยวพลาดไม่ได้ที่จะชมตุ๊กตาเต้นรำที่ประดับอยู่บนอาคารเทศบาลเมืองเก่า เวลา 11.00 น. และ 17.00 น. ของทุกวัน ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนทุกมุมของเมืองมิวนิคล้วนเกิดขึ้นด้วยฝีมือของกษัตริย์แห่งราชวงศ์วิทเทลสบาคทั้งสิ้น |
| 1900 น. | อาหารค่ำ ณ โรงเบียร์ Hofbrauhaus High Standardพักโรงแรม Mercure Munchen City หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน |
| วันที่ห้าฯ มิวนิค – เส้นทางสายโรแมนติก – โรเธนเบิร์ก – นูเรมเบิร์ก |
| 0800 น. | อาหารเช้าแบบอเมริกันที่โรงแรม |
| 0900 น. | อำลาเมืองมิวนิค รถโค้ชพาท่านชมถนนสายโรแมนติก (Romanticstrasse) ที่มีความยาวกว่า 340 ก.ม. จนเข้าสู่เมืองโรเธนบวร์กแห่งเทาเบอร์ (Rothenburg obder Tauber) ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่โรแมนติกของเยอรมนี ศูนย์กลางเมืองทางประวัติศาสตร์และแนวกำแพงป้องกันเมืองดั้งเดิม บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของเมืองที่ทำการค้าไวน์, โค, กระบือ และขนสัตว์ ที่มีมาตั้งแต่ ค.ศ.1274 จัตุรัสใจกลางเมืองเป็นที่ตั้งของอาคารเทศบาลเมือง และโบสถ์เซนต์จาคอบ อิสระให้ท่านมีเวลาได้เก็บภาพประทับใจ ย้อนความทรงจำในยุคอัศวินหรือขุนนางเรืองอำนาจในยุคกลาง หรือ เลือกซื้อสินค้าต่างๆที่ผลิตในเมืองนี้ |
| 1200 น. | อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน High Standard |
| บ่าย | ออกเดินทางสู่เมืองนูเร็มเบิร์ก อดีตเมืองหลวงอย่างไม่เป็นทางการของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์แห่งชาติเยอรมันชมวิวทิวทัศน์ของตัวเมืองที่มีปราสาทจักรพรรดิ์อันโดดเด่น (Kaiserburg) |
| 1900 น. | อาคารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน High Standard พักโรงแรม Mercure Nernberg City Centre หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน |
| วันที่หกฯ นูเรมเบิร์ก – เดรสเดน – เบอร์ลิน |
| 0730 น. | อาหารเช้าแบบอเมริกันที่โรงแรม |
| 0830 น. | นำคณะออกเดินทางต่อสู่เมืองเดรสเดน สมญานามฟลอเร้นซ์แห่งแม่น้ำเอลเบ้ ว่ากันว่าเป็นเมืองที่สวยงามที่สุดในประเทศเยอรมนี เมืองนี้ได้กลับมามีบทบาทในฐานะเมืองหลวงของแซกโซนี่อีกครั้งหนึ่งในปี ค.ศ.1990 หลังจากมีการรวมประเทศ เมืองได้ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่อย่างมีขั้นตอนอันสืบเนื่องมาจากผลแห่งการทำลายล้างของสงครามโลกครั้งที่สอง |
| 1200 น. | อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง High Standard |
| บ่าย | หลังอาหารนำคณะชมเมืองอันงดงามโบสถ์เฟราเอ่น (Frauenkirche)ที่เก่าแก่ร่องรอยของการทำลายล้างของสงครามโลกที่กำลังได้รับการบูรณะอย่างเร่งด่วน บริเวณนี้คือฐานรากของเมืองที่วางไว้ตั้งแต่สมัยกลางศตวรรษที่ 11 จนถึงยุคของพระเจ้าออกัสตัสผู้แข็งแกร่งทรงโปรดให้สร้างเมืองในสไตล์แบบบาร็อคขึ้น เซมเพอร์โอเปร่าเฮ้าส์ที่เมืองนี้มีความโดดเด่นอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งด้านสถาปัตยกรรมและดนตรีพระราชวังสวิงกอร์ ผลงานชิ้นเอกรูปแบบบาร็อคบนฝั่งแม่น้ำเอลเบ้บริเวณลานได้รับการตกแต่งอย่างงดงามด้วยน้ำพุและรูปปั้นมากมาย เข้าชมแกลลอรี่ที่แสดงภาพวาดที่สำคัญของราฟาเอล, แรมแบรนท์ เป็นต้น จากนั้นไปชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ที่มีคอลเลคชั่นด้านอาวุธชั้นเยี่ยม และเครื่องแต่งกายในราชสำนักในราชพิธี ที่ล้วนแต่น่าสนใจ ก่อนไปชมศาลากลางจังหวัดโบสถ์ครอยซ์ ที่เก่าแก่ของเมือง กล่าวกันว่ามีชิ้นส่วนเล็กๆของไม้กางเขนอันศักดิ์สิทธิ์บรรจุเอาไว้ ผ่านชมโบสถ์แห่งราชสำนัก (Hofkirche) พิพิธภัณฑ์ด้านการขนส่ง(Verkehsmuseum)ที่มีการร่างภาพบนฝาผนังนี้จนในปี ค.ศ.1906 ได้มีการวางแผ่นกระเบื้องเคลือบจากไมเซ่นจำนวน 24,000 แผ่นลงไปบนรูป แล้วอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าอันทันสมัย สไตล์อาร์ตนูโว |
| 1500 น. | จากนั้นนำคณะออกเดินทางสู่กรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงอันงามสง่าของเยอรมนี หลังจากการรวมประเทศแล้วเมืองเบอร์ลิน ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นเมืองที่ทันสมัยและมีความพร้อมสำหรับเมืองหลวงใหม่ เข้าสู่กรุงเบอร์ลินแล้วนำคณะเข้าสู่จตุรัสโพสต์แดมเมอร์ (Potsdamer Platz) เมืองใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นให้มีขนาดใหญ่และทันสมัยแห่งหนึ่งในยุโรป ใช้เงินทุนกว่า 4 พันล้านเหรียญยูโร ภายในประกอบไปด้วยตึกที่ทำการของ Sony, A&T, ABB, และ ช้อปปิ้งขนาดใหญ่ Arkarden ที่ทันสมัย รวมทั้งแหล่งบันเทิง ภัตตาคาร, คาสิโน, โรงภาพยนตร์ ที่จะให้ท่านได้เพลิดเพลินอย่างไม่รู้เบื่อ |
| 1900 น. | อาคารค่ำ ณ ภัตตาคารไทย High Standardพักโรงแรม Crown Plaza Berlin City Centre หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน |
| วันที่เจ็ดฯ เที่ยวเบอร์ลิน – พิพิธภัณฑ์เพอกามุม – ช้อปปิ้งถนนคูดัม – เดินทางกลับกรุงเทพฯ |
| 0700 น. | อาหารเช้าแบบอเมริกันที่โรงแรม |
| 0800 น. | นำคณะเที่ยวชมกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงใหม่ ชมร่องรอยในประวัติศาสตร์แห่งการปกครอง ที่แยกเยอรมนีออกเป็นสองฝั่งระหว่างตะวันตกและออก เข้าสู่อีสต์-ไซด์-แกลลอรี่ ที่ทิ้งร่องรอยของกำแพงเบอร์ลิน ฉากต่างๆที่เกิดจากการพลัดพรากของเหตุการณ์วันที่ 13 สิงหาคม 1961 วันเริ่มการสร้างกำแพงที่มีความยาวกว่า 100 ไมล์ สูง 4 เมตร ถูกถ่ายทอดเป็นภาพวาดที่เกิดจากศิลปินกว่า 118 ท่านบนซากกำแพงกว่า 1,200 หลา ที่จะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆแทนคำพูดที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเป็นภาพเขียนศิลปะที่ยาวที่สุดในโลก นำท่านชมเช็คพอยท์ชาร์ลี ซึ่งเป็นเขตพรมแดนการปกครองระหว่างอเมริกันและรัสเซีย จากนั้นไปชมเบอร์ลินโดม มหาวิหารโปรเตสแตนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี สร้างในระหว่างปี1894-1905 ในรูปแบบสไตล์อิตาเลียนเรอเนสซองส์ แล้วพาท่านไปถ่ายรูปกับประตูบันเดนบรูก ประตูสัญลักษณ์ของเมืองด้านบนเป็นรูปปั้นของเทพีแห่งชัยชนะสีทองเด่นตระหง่าน และพลาดไม่ได้กับการถ่ายรูปกับอาคารไรช์สตัทด์ อาคารที่ใช้เป็นรัฐสภาแห่งเยอรมนี สร้างขึ้นด้วยศิลปะอิตาเลียนเรอเนสซองส์ ในปี 1884-1894 อาคารรัฐสภาแห่งนี้ถูกใช้มาตั้งแต่ครั้งสาธารณะรัฐไวมาร์ จนหลังสงครามโลกได้มีการสร้างโดมแก้ว ครอบตัวอาคารโดยสถาปนิกชื่อก้องโลกชาวอังกฤษ เซอร์นอร์แมน ฟอสเตอร์ หากมีเวลาให้ท่านเดินขึ้นชมวิวทิวทัศน์ของกรุงเบอร์ลินบนโดมแก้ว ที่คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวมารอเข้าคิวทุกวัน เข้าสู่พิพิธภัณฑ์กลางน้ำ (Museumsinsel)ตั้งอยู่ตอนเหนือของแม่น้ำสปรี ประกอบไปด้วยพิพิธภัณฑ์ ถึง 5 แห่ง และที่น่าสนใจที่สุดได้แก่ พิพิธภัณฑ์เพอกามุม ที่เก็บสะสมคอลเลคชั่นล้ำค่า โดยเฉพาะแท่นบูชาเทพเจ้าซุส หรือ เซอุส ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ก็ถูกเก็บรักษาไว้ ณ ที่แห่งนี้ กล่าวกันว่าหากจะดูสมบัติอียิปต์ล้ำค่า ต้องไปดูที่บริติชมิวเซียมณ กรุงลอนดอน และหากจะดูสมบัติล้ำค่าของกรีกโบราณ ต้องมาชม ณ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ |
| 1300 น. | อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน High Standard |
| บ่าย | อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งย่าน เดอะคัวฟัวชเตนดัม หรือ คูดัม ถนนช้อปปิ้ง และย่านธุรกิจอันดับ 1 ของกรุงเบอร์ลินใกล้กันเป็นโบสถ์ไกร์เซอร์ วิลแฮลม์ จักรพรรดิ์ผู้เกรียงไกร อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งบนถนนเส้นนี้อย่างจุใจ |
| 1630 น. | นำท่านเดินทางสู่สนามบินกรุงเบอร์ลินเพื่อเตรียมเดินทางกลับกรุงเทพฯ |
| 1905 น. | เดินทางสู่กรุงเทพ ฯโดย เที่ยวบินที่ LT 1760 |
| วันที่แปดฯ สนามบินสุวรรณภูมิ |
| 1115 น. | เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความประทับใจอย่างมิรู้ลืม (หมายเหตุ ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนโปรแกรมเพื่อความเหมาะสม โดยมิได้แจ้งล่วงหน้า โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ที่นักท่องเที่ยวได้รับเป็นหลักฯ) |