ทัวร์จอร์เจีย Operate by Loft เจาะลึก 12 วัน 9 คืน 29 เมษายน – 10 พฤษภาคม 2563 บาทูมี Batumi Argo Cable car ชมย่านเมืองเก่า จัตุรัสเปียซซ่า ถ่ายรูปกับรูปปั้นอาลีและนีโน่ ล่องเรือทะเลดำชมเมืองบาทูมิ ซักดีดี้ เมสเตีย หมู่บ้านมรดกโลกอุชกูลี มาร์ทวิลี แคนยอน ล่องเรือยางบนแม่น้ำอะบาชา คูทายซิ อารามจีลาติ โบสถ์บากราติ สคาลทูโบ ถ้ำโพรมิธีอุส บอร์โจมี Borjomi Central Park นั่งกระเช้าโบราณขึ้นสู่หน้าผาเหนือเมืองบอร์โจมี นครถ้ำอุพลิสชิเค กอริ Memorial of Friendship สเตพานซ์มินด้า นั่งรถ 4WD ขึ้นสู่โบสถ์เกอร์เกอตี้ ทรินิตี้ ป้อมอนานูริ ทบิลิซี มิสเคตา วิหารจวารี โบสถ์สเวติสโคเวลี ทบิลิซี สะพานสันติภาพ โบสถ์เมเตคี นั่งกระเช้าลอยฟ้า ป้อมนาริกาลา มาเธอร์ ออฟ อะ จอร์เจียน โรงอาบน้ำ ไซห์นากี อารามนักบุญนีโน่แห่งบอดบี กำแพงเมืองโบราณ อุโมงค์เก็บไวน์ของโรงไวน์คาเรบา โบสถ์ทรินิตี้แห่งเมืองทบิลิซี ทะเลสาบทบิลิซี เดอะ โครนิเคิล ออฟ จอร์เจีย

สัมผัสวิถีชีวิตชาวฝรั่งเศสกลางไร่องุ่น อาหารที่ทำจากครัว ปรุงแต่งเฉพาะคณะพิเศษ โดยเชฟที่เป็นเจ้าของ CHATEAU และดื่มไวน์ที่เป็นผลผลิตของไร่อย่างไม่จำกัด ร่วม COOKING CLASS ในสไตล์บอร์โดซ์

LOFT-CLA2_GRAND GREAT GEORGIA 12 DAYS 9 NIGHTS BY TURKISH AIRLINES (TK)

นำท่านเดินทางสู่ อุโมงค์เก็บไวน์ของโรงไวน์คาเรบา (Wine Tunnel of Khareba Winery) ตั้งอยู่ในเมืองคูวาเรลี (Kvareli) ที่แปลว่า ‘ไวน์’ ของแคว้นคาเคติ เป็นอุโมงค์สกัดเข้าไปในภูเขาขนาดมหึมา จำนวน 15 อุโมงค์ มีอุโมงค์ 2 แห่งลึก 800 เมตรวิ่งขนานกัน และเชื่อมอุโมงค์ที่เหลือทั้งหมดที่ลึก 500 เมตร เพื่อให้เป็นที่เก็บไวน์ในอุณหภูมิเหมาะสม โดยตลอดแนวอุโมงค์เป็นที่เก็บไวน์ของคาเรบาหลายพันขวด สำหรับโรงไวน์คาเรบาเปิดดำเนินการเมื่อปี 2004 มีพื้นที่สวนองุ่นราว 6,000 ไร่ทั่วจอร์เจีย ปลูกองุ่น 16 สายพันธุ์ และผลิตไวน์ชนิดต่างๆ ถึง 13 ชนิด และสามารถผลิตไวน์ได้ถึง 3 ล้านขวดต่อปี เมื่อมาถึงที่แล้วห้ามพลาดชิมไวน์คูวาเรลี (Kvureli Wines) ไวน์ท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาค

วันพุธที่ 29 เม.ย. 63 (1) กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – สู่กรุงอิสตันบูล

20.00 น. คณะนัดพบพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูหมายเลข 9 เคาน์เตอร์ T สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ (TK) โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ และหัวหน้าทัวร์คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในเรื่องกระเป๋าสัมภาระและการเช็คอินแก่ทุกท่านก่อนการเดินทาง

23.00 น. เหิรฟ้าสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK069 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง 20 นาที

วันพฤหัสบดีที่ 30 เม.ย. 63 (2) กรุงอิสตันบูล – บาทูมี – Batumi Argo Cable car – ชมย่านเมืองเก่า – จัตุรัสเปียซซ่า – ถ่ายรูปกับรูปปั้นอาลีและนีโน่ – ล่องเรือทะเลดำชมเมืองบาทูมิ

05.20 น. คณะเดินทางถึง สนามบินอตาเติร์ก กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง) เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน เวลารอเปลี่ยนเที่ยวบิน 1 ชั่วโมง 5 นาที

06.25 น. เหิรฟ้าต่อสู่ เมืองบาทูมี ประเทศจอร์เจีย โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK390 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 55 นาที

09.20 น. คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติบาทูมิ (Batumi International Airport) ประเทศจอร์เจีย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 3 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อย พร้อมรับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้ว

10.30 น. รถโค้ชรอรับนำท่านเดินทางสู่ เมืองบาทูมิ (Batumi) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที เมืองสุดศิวิไลที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของจอร์เจีย ตั้งอยู่ในเขตสาธารณรัฐปกครองตนเองอัดจารา (Adjara) เป็นเมืองริมชายฝั่งทะเลดำบริเวณเชิงเขาคอเคซัส มีการเจริญเติบโตอย่างไม่หยุดหย่อน ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมและสมัยใหม่ไว้ได้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวจะเดินสัมผัสกับบรรยากาศของเมืองประวัติศาสตร์ ในขณะเดียวกันก็จะเห็นความอลังการของอาคารสูงเสียดฟ้าและสถาปัตยกรรมแบบสัญลักษณ์อันสวยงามแปลกตา มีหาดทรายสวยงามกว้างใหญ่ พร้อมทั้งที่เที่ยวเอนเตอร์เทนเมนต์มากมาย นำท่านขึ้นกระเช้า Batumi Argo Cable car (กระเช้า 1 หลัง นั่งได้ 8 คน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที) เพื่อขึ้นสู่ยอดเขา Anuria บนความสูง 250 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จากนั้นให้ท่านได้ถ่ายรูปและชมวิวมุมกว้างของเมืองบาตูมิพร้อมกับวิวของทะเลดำอันสวยงาม

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นเมือง ณ Restaurant Argo บนยอดเขา ให้ท่านได้ดื่มด่ำบรรยากาศการรับประทานอาหารไปพร้อมกับชมวิวของเมืองริมทะเลดำอันน่าหลงใหล

จากนั้นให้ท่านได้ชมบรรยากาศของบ้านเรือนในย่านเมืองเก่า (Old Town) และชมอาคารที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงสร้างขึ้นในรูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานกันเป็นพิเศษที่มีความสวยงามน่ารัก ซึ่งอาคารส่วนมากถูกตกแต่งขึ้นมาด้วยความเพ้อฝันอันเลื่อนลอยเป็นรูปสิงโต และบางแห่งถูกสร้างขึ้นโดยไม่ทราบชื่อและที่มาจากนิทานโบราณและที่นำความภูมิใจมาให้ชาวบาตูเมียน ก็คือ รูปของเด็กกับขลุ่ยต้นอ้อ (A boy with the reed-pipe)

นำท่านเดินชม จัตุรัสเปียซซ่า (Piazza Square) หนึ่งในจัตุรัสสำคัญของเมืองบาทูมี ซึ่งรายล้อมด้วยร้านอาหารและโรงแรมมากมายบนเนื้อที่กว่า 5,700 ตารางเมตร ใกล้ริมอ่าวทะเลดำสถาปัตยกรรมโดยรอบนับว่าได้แรงบันดาลใจจากประเทศอิตาลีโดยแท้ สังเกตได้จากภาพโมเสคและงานกระจกสีที่หาดูได้ตามอาคารรอบจัตุรัส

และนำท่านแวะถ่ายรูปกับ รูปปั้นอาลีและนีโน่ (Ali and Nino Moving Sculptures) รูปปั้นพิเศษสูง 8 เมตร ตั้งอยู่ริมทะเลดำที่สามารถเคลื่อนไหวได้ทุก ๆ 10 นาที จากผลงานการออกแบบของ Tamara Kvesitadze สถาปนิกชาวท้องถิ่น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากนวนิยายชื่อดังเรื่อง Kurban ออกแบบให้มีโครงสร้างเป็นเหล็กซ้อนกันเป็นชั้น ๆ สามารถเคลื่อนซ้อนชนกันได้ ซึ่งจะเคลื่อนเข้าหากันโดยมีลักษณะคล้ายกับการโผเข้าจูบกันของคู่รักในทุกวันเวลา 1 ทุ่มตรง จุดประสงค์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงความรักระหว่าง Ali & Nino หนุ่มสาวต่างเชื้อชาติและศาสนา และยังแสดงถึงสันติภาพระหว่างประเทศจอร์เจียและอาร์เซอไบจานอีกด้วย

จากนั้นนำท่าน ล่องเรือทะเลดำชมเมืองบาทูมิ (ใช้เวลาล่องเรือ 30 นาที) ท่านจะได้ชมความงามของเมืองในยามค่ำคืนที่เป็นแสงสีสวยงามและเห็นถึงความสวยงามของทะเลดำ ซึ่งทะเลดำนั้นเกิดจากดินโคลนชายฝั่งที่มีแร่ธาตุจากพืชพื้นเมืองและสารไฮโดรเจนซัลไฟด์ จนทำให้ทรายและดินกลายเป็นสีดำดูแปลกตา และหากอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ท่านจะได้เห็นพระอาทิตย์ตกจากริมขอบฟ้าของทะเลดำเป็นบรรยากาศฟิน ๆ ส่งท้ายของค่ำคืนนี้

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Wyndham Batumi Hotel 4* หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

วันศุกร์ที่ 1 พ.ค. 63 (3) ซักดีดี้ – เมสเตีย

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

09.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองซักดีดี้ (Zugdidi) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที เมืองประวัติศาสตร์ทางตะวันตกของจอร์เจีย เป็นอดีตเมืองหลวงที่สำคัญของอาณาเขต Mingrelia โดยในช่วงระหว่างศตวรรษที่ 17-19 Zugdidi เป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางการเมืองและวัฒนธรรมที่สำคัญของ Mingrelia

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองเมสเตีย (Mestia) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ประตูสู่ดินแดนสวาเนติ (Svaneti) ตอนบน เป็นเมืองหลวงของจังหวัดสวาเนติ ตั้งอยู่บนหุบเขาที่ความสูง 1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นเมืองโบราณเล็ก ๆ ที่บ้านหลายหลังมีการสร้างหอคอยด้วยหินเพื่อใช้สำหรับสังเกตการณ์และป้องกันการบุกรุกของข้าศึกในสมัยนั้น โดยการเดินทางจะลดเลี้ยวเคี้ยวคด ถนนหนทางเริ่มยกระดับสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามระดับความสูงของเทือกเขาคอเคซัส แต่ก็แลกมาด้วยทิวทัศน์ข้างทางที่ติดตาตรึงใจในทุกฤดูกาลตลอดเส้นทาง ถือเป็นเส้นทางของจอร์เจียที่สวยงามติดอันดับต้น ๆ ของยุโรป

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Hotel Banguriani Mestia 3* หรือระดับเทียบเท่า 3 ดาว

วันเสาร์ที่ 2 พ.ค. 63 (4) หมู่บ้านมรดกโลกอุชกูลี – เมสเตีย

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.30 น. นำท่านเดินทางโดยรถ 4WD (4 wheel drive) สู่หมู่บ้านอันไกลโพ้น ซ่อนอยู่ท่ามกลางอ้อมกอดของเทือกเขาคอเคซัส ที่มีนามว่า อุชกูลี (Ushguli) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ที่นี่เป็นชุมชนที่ได้ชื่อว่าอยู่สูงที่สุดในทวีปยุโรป ในระดับความสูง 2,100 เมตรจากระดับน้ำทะเล บนราบเชิงเขา Shkhara ซึ่งเป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขา Greater Caucasus โดยได้รับการรับรองจากองค์การ Unesco ให้เป็นชุมชนมรดกโลก ซึ่งมี 4 หมู่บ้านย่อยแฝงตัวอยู่ในนั้น ในหมู่บ้านมีผู้คนอาศัยอยู่ประมาณ 300 คน ฟังดูน้อยแต่ก็มีมากพอที่จะอยู่ได้ด้วยเอง เพราะมีทั้งโรงเรียน โบสถ์ ร้านอาหาร ร้านค้า โรงแรมที่พัก และลักษณะบ้านเรือนของที่นี่ จะมีหอคอยเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของชาว Svaneti โดยในอดีตหอคอยเหล่านี้มีไว้เพื่อสังเกตการณ์และป้องกันผู้บุกรุก

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

13.00 น. อิสระให้ท่านได้เล่นชมเมืองตามอัธยาศัย ท่านจะได้พบกับชาวบ้านที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น ส่งเสียงทักทายอย่างเป็นมิตร เมื่อท่านเดินผ่านหน้าบ้าน บางคนอาจเรียกให้ไปถ่ายรูปหรือพูดคุยกัน ถึงแม้จะคุยกันคนละภาษา แต่รับรองได้เลยว่าท่านจะประทับใจการเดินทางในครั้งนี้แน่นอน

16.00 น. สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองเมสเตีย (Mestia) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Hotel Banguriani Mestia 3* หรือระดับเทียบเท่า 3 ดาว

วันอาทิตย์ที่ 3 พ.ค. 63 (5) มาร์ทวิลี แคนยอน – ล่องเรือยางบนแม่น้ำอะบาชา – คูทายซิ – อารามจีลาติ – โบสถ์บากราติ – สคาลทูโบ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

09.00 น. นำท่านเดินทางสู่ มาร์ทวิลี แคนยอน (Martvili Canyon) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง แกรนด์แคนยอนแห่งประเทศจอร์เจีย เป็นหุบเขาที่มีแม่น้ำอะบาชา (Abasha River) ไหลผ่าน ตั้งอยู่ในเขต Samegrelo ทางตะวันตกของประเทศ เดิมที่นี่เคยเป็นที่อาบน้ำของเจ้าชายในอดีต ปัจจุบันโตรกผานี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้กับผู้มาเยือนที่ชื่นชอบธรรมชาติ

13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

14.30 น. นำท่าน ล่องเรือยางบนแม่น้ำอะบาชา (ระยะทางล่องเรือประมาณ 300-500 เมตร ใช้เวลา 20 นาที, เรือยางนั่งได้ลำละ 6 ท่าน) ชมทัศนียภาพทั้งสองฝั่งที่มีความเขียวขจีตลอดทั้งปี ชมแก่งน้ำสีฟ้าอมเขียวที่ไหลเซาะแนวหิน กลายเป็นโพรงยาวให้พายเรือเข้าไปได้หลายร้อยเมตร ระหว่างพายเรือท่านจะได้แปลกใจที่ธรรมชาติสร้างสิ่งสวยงามแบบนี้ขึ้นมาได้อย่างไร มีหน้าผาสูงที่ด้านบนปกคุมด้วยต้นไม้ใหญ่จนแทบกลายเป็นหลังคากันแดดขนาดใหญ่ ซึ่งนอกจากจุดพายเรือแล้วที่นี่ยังมีทางเดินให้ท่านสามารถเดินลัดเลาะไปตามแก่งหินต่าง ๆ ด้านบนได้อีกด้วย สามารถเดินรับบรรยากาศหรือถ่ายรูปเล่นชิว ๆได้อย่างเต็มอิ่ม

16.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองคูทายซิ (Kutaisi) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที อดีตเมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย มีอายุกว่า 3,000 ปี เป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของอาณาจักรโคลซิส (Colchis) หรืออาณาจักรจอร์เจียนโบราณในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 12-13 โดยเมืองคูทายซิได้รับการยกย่องว่าเป็นชุมชนหลักของจังหวัด Zemo หรือ Upper Svaneti แม้เมืองจะมีขนาดเล็ก แต่ก็เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจอร์เจีย และเมื่อคูทายซิได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหลังจากสิ้นสุดสหภาพโซเวียต ปัจจุบันจึงกลายเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสามของจอร์เจีย

นำท่านชมแหล่งมรดกโลกด้านวัฒนธรรมของจอร์เจียคือ อารามจีลาติ (Gelati Cathedral) อารามหลวงของเมืองที่ถูกค้นพบในช่วงคริสตศต์วรรษที่ 12 สร้างโดย King David IV แห่งจอร์เจีย ซึ่งทางองค์การ Unesco ได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1994 บริเวณอารามแบ่งเป็นสองส่วนคือ โบสถ์เซนต์นิโคลาส (St. Nicholas) และโบสถ์เซนต์ จอร์จ (St.George) ภายในโบสถ์มีภาพเขียนสีเฟรสโกที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคริสต์ศาสนา และในอดีตได้ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัย ซึ่งนับได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป และนำท่านชม โบสถ์บากราติ (Bagrati Cathedral) โบสถ์ออโธดอกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจอร์เจียได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การ Unesco สร้างขึ้นในปีศตวรรษที่ 11 เป็นสิ่งสะท้อนถึงสถาปัตยกรรมยุคกลางอย่างเด่นชัด แม้ว่าตัวโบสถ์จะได้รับความเสียหายทั้งจากศัตรูผู้รุกรานและภัยธรรมชาติมาหลายศตวรรษ แต่ก็ได้มีการบูรณะมาโดยตลอด และท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์โดยรอบ เนื่องจากโบสถ์ตั้งอยู่บนเนินเขา Ukimerioni ทำให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามได้โดยรอบ

19.00 น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสคาลทูโบ (Tskaltubo) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที เมืองหลักของจังหวัด Imereti ทางตะวันตกของจอร์เจีย มีชื่อเสียงในเรื่องของน้ำแร่เรดอน-คาร์บอเนต ซึ่งมีอุณหภูมิตามธรรมชาติอยู่ที่ 33–35 องศาเซลเซียส สามารถช่วยในเรื่องของการไหลเวียนโลหิต, โรคประสาท, กล้ามเนื้อ, กล้ามเนื้อโครงกระดูก และโรคผิวหนัง ด้วยจุดเด่นนี้จึงทำให้ Tskaltubo เป็นเมืองที่นิยมอย่างมากในยุคโซเวียต สามารถดึงดูดผู้คนได้ประมาณ 125,000 คนต่อปีเลยทีเดียว

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Tskaltubo Plaza Hotel 4* หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

วันจันทร์ที่ 4 พ.ค. 63 (6) ถ้ำโพรมิธีอุส – บอร์โจมี – Borjomi Central Park – นั่งกระเช้าโบราณขึ้นสู่หน้าผาเหนือเมืองบอร์โจมี

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

09.30 น. นำท่านเดินทางไปยัง ถ้ำโพรมิธีอุส (Prometheus Cave) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที หนึ่งในถ้ำอันน่าอัศจรรย์ของชาวจอร์เจีย เป็นถ้ำหินงอกหินย้อยที่เกิดตามธรรมชาติอย่างงดงาม ซึ่งหาชมได้ยาก ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1984 และเมื่อปี ค.ศ. 2012 ได้มีการปรับปรุงพร้อมกับตกแต่งด้านในเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มาเข้าชมเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ส่วนชื่อของ ถ้ำโพรมีธีอุส เป็นชื่อของเทพปกรณัมกรีก ที่เป็นเทพผู้นำไฟมาให้มนุษย์ได้ใช้นั่นเอง

จากนั้นนำท่านเดินเข้าชมภายในของ ถ้ำโพรมิธีอุส พบกับความสวยงามของหินงอกหินย้อยที่มีการประดับไฟสะท้อนแสงสีตระการตาภายในตัวถ้ำ และด้วยสีสันของไฟในถ้ำ อาจทำให้ท่านได้จินตนาการถึงรูปทรงของเหล่าหินงอกหินย้อยเหล่านั้นได้มากมายหลายรูปแบบ (การเข้าชมภายในถ้ำจะใช้เวลาในการเดินชมประมาณ 1 ชั่วโมง และนั่งเรือท้องแบนออกจากถ้ำประมาณ 15 นาที)

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

13.30 น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง บอร์โจมี (Borjomi) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เมืองตากอากาศเล็ก ๆ ริมแม่น้ำ Mtkvari ในเขตซัมซเค-จาวาเคตี (Samtskhe-Javakheti) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับอุตสาหกรรมน้ำแร่มากที่สุดของจอร์เจีย เพราะมีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ดีที่สุด เมื่อบวกกับธรรมชาติที่งดงามและอุดมสมบูรณ์จึงทำให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ มีโรงแรมหลากหลายสไตล์เปิดให้บริการบ่อน้ำพุร้อน อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี

16.30 น. นำท่านเดินชม Borjomi Central Park สถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนของชาวเมืองบอร์โจมี ที่นิยมมาเดินเล่นและผ่อนคลายโดยการแช่น้ำแร่ในวันหยุด สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1850 เป็นสวนขนาดเล็กที่มีความเงียบสงบ มีต้นไม้ ลำธาร หุบเขา เครื่องเล่นเด็กและรวมถึงแหล่งน้ำแร่ดั้งเดิมของเมืองคือ Ekaterina Spring ซึ่งอยู่ตรงหน้าทางเข้า ให้ท่านได้ลองชิมน้ำแร่ที่เป็นเป็นจุดเด่นและมีชื่อเสียงของเมือง จากนั้นนำท่าน นั่งกระเช้าโบราณขึ้นสู่หน้าผาเหนือเมืองบอร์โจมี กระเช้าที่มีมาตั้งแต่ยุคโซเวียต แต่ได้รับการปรับปรุงใหม่ในปี 2005 ซึ่งบรรยากาศจะแตกต่างไปจากกระเช้าที่เมืองทบิลิซิ อิสระให้ท่านเก็บภาพวิวทิวทัศน์ธรรมชาติของเมืองบอร์โจมีจากมุมสูง

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Crowne Plaza Hotel Borjomi 4* หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

18.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

วันอังคารที่ 5 พ.ค. 63 (7) นครถ้ำอุพลิสชิเค – กอริ – Memorial of Friendship

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

09.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองอุพลิสชิเค (Uplistsikhe) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที เพื่อให้ท่านได้เข้าชมนครถ้ำเก่าแก่ของจอร์เจียที่มีอายุกว่า 3,000 ปี ครอบคลุมเนื้อที่กว่า 50 ไร่ โดยท่านจะได้ทึ่งไปกับความสามารถและความพยายามของมนุษย์ในยุคนั้น ยุคที่ไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแบบปัจจุบัน เพราะนครถ้ำแห่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เกิดขึ้นมาจากการสกัดและสลักเป็นห้องโถงต่าง ๆ โดยฝีมือมนุษย์ในช่วงยุคโลหะหรือประมาณศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล ถือว่าเป็นถิ่นฐานอาศัยแรก ๆ ของคนในแถบคอเคซัสที่สมบูรณ์รุ่งเรืองมาก สำหรับการเป็นชุมชนในยุคนั้น ว่ากันว่าอาจเคยมีคนอาศัยอยู่ถึงกว่า 20,000 คนเลยทีเดียว แต่หลังจากโดนรุกรานจากมองโกและเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้ง นครแห่งนี้ก็ร้างไปในที่สุด

12.30 น. สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองกอริ (Gori) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที อดีตเมืองอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมในยุคการปกครองโดยสหภาพโซเวียต นอกจากนี้ยังเป็นบ้านเกิดของ โจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) จอมเผด็จการสุดอันตราย เป็นผู้ทรงอิทธิพลและเป็นผู้นำคนสำคัญของสหภาพโซเวียตในยุค 1920 จนถึง 1953 ที่นำพาให้โซเวียตก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจของโลกในช่วงเวลานั้น

13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

14.30 น. นำท่านเดินทางสู่ Memorial of Friendship ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง หรืออีกชื่อคือ Russia–Georgia Friendship Monument เป็นอนุสรณ์สถานขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นมาในปี ค.ศ. 1983 ตั้งอยู่บน Devil’s Valley ซึ่งอยู่ระหว่าง เมืองกูดอร์ริ (Gudauri) อันเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านสกีรีสอร์ท และเส้นทาง Jvari Pass (จวารี พาส) ถูกสร้างเพื่อเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความสัมพันธ์อันดีของประเทศจอร์เจียและประเทศรัสเซีย โดยโครงสร้างทั้งหมดทำมาจากหินและคอนกรีต ภายในมีการวาดภาพประวัติศาสตร์ของประเทศจอร์เจียและประเทศรัสเซียไว้อย่างสวยงาม และด้วยความที่อนุสรณ์สถานแห่งนี้ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนหุบเขาที่มีความสวยงามของเทือกเขาคอเคซัส ประกอบกับตั้งอยู่ใกล้ถนนใหญ่ จึงทำให้สถานที่แห่งนี้มีผู้คนแวะมาเยี่ยมเยียนและถ่ายรูปกันตลอดทั้งวัน

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Hotel Sno Kazbegi 4* หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

วันพุธที่ 6 พ.ค. 63 (8) สเตพานซ์มินด้า – นั่งรถ 4WD ขึ้นสู่โบสถ์เกอร์เกอตี้ ทรินิตี้ – ป้อมอนานูริ – ทบิลิซี

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

09.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองคาซเบกิ (Kazbegi) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเมืองมาเป็น สเตพานซ์มินด้า (Stepantsminda) เมืองเล็ก ๆ ในจังหวัด Mtskheta-Mtianeti ทางตอนเหนือของประเทศใกล้กับพรหมแดนประเทศรัสเซีย ตัวเมืองอยู่บริเวณเชิงเขา Kazbek ที่ความสูง 1,750 เมตรจากระดับน้ำทะเล จึงทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยในฤดูหนาวจะหนาวจัดถึงลบ 5 องศาเซลเซียส เลยทีเดียว

09.30 น. นำท่านนั่งรถ 4WD (4 wheel drive) ขึ้นสู่ โบสถ์เกอร์เกอตี้ ทรินิตี้ (Gergeti Trinity Church) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที โบสถ์เก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมากของประเทศจอร์เจีย ตั้งอยู่บนภูเขาสูงกว่า 2,170 เมตร บนเทือกเขาคัสเบกิ (Mount Kazbegi) ใกล้ ๆ กับเมืองคัสเบกิ (Kazbegi) ทางขวามือของแม่น้ำ Chkheri และมีฉากหลังของโบสถ์เป็นเทือกเขาขนาดใหญ่ที่สวยงามมาก ถูกสร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 14 พร้อมกับหอระฆังที่อยู่ด้านข้าง เป็นคริสตจักรที่ผสมผสานแบบออร์ทอดอกซ์ และ Apostolic Church และเป็นโบสถ์โดมเพียงแห่งเดียวในจังหวัด Khevi ที่สามารถมองเห็นเมืองคัสเบกิที่สวยงามได้ด้วย

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตคาคารท้องถิ่นพร้อมชิมไวน์ที่ทำจากฝีมือชาวบ้าน

13.30 น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ป้อมอนานูริ คอมเพล็กซ์ (Ananuri fortress Complex) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง สถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ของประเทศจอร์เจีย สันนิษฐานกันว่า Ananuri Complex ได้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13 เพื่อเป็นที่ประทับของ The eristavis (Dukes) of Aragvi ราชวงศ์ระบบศักดินาซึ่งปกครอง Aragvi ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 ซึ่งสถานที่แห่งนี้มีอายุร่วม 800 ปีแล้ว อีกทั้งได้ผ่านศึกสงครามมาหลายครั้ง จึงทำให้หลาย ๆ ส่วนของ Ananuri แตกหักพังทลายไปตามกาลเวลา แต่อย่างไรก็ตามด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ความสวยงามต่าง ๆ ที่ยังคงเหลืออยู่ โดยเฉพาะทำเลที่ตั้งของ Ananuri Complex ที่อยู่ติดกับแม่น้ำ Aragvi ถือเป็นชัยภูมิที่มีความโดดเด่นมาก เลยทำให้สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในมรดกโลกจากองค์การ UNESCO World Heritage ในปี ค.ศ. 2007

ภายในสถานที่แห่งนี้ประกอบไปด้วยปราสาท, โบสถ์เก่าแก่ช่วงศตวรรษที่ 17 และป้อมปราการ ส่วนด้านล่างเป็น อ่างเก็บน้ำซินวาลี (Zhinvali Reservoir) สถานที่สำหรับส่งต่อน้ำที่เก็บไว้ และส่งต่อไปยังเมืองหลวงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และที่นี่ถือเป็นสถานที่ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสายถ่ายรูป, สายประวัติศาสตร์ที่ต้องการศึกษาสถาปัตยกรรมโบราณ, สายเที่ยวแบบชิล ๆ หรือสายช้อปปิ้งก็ยังมี เพราะที่นี่มีตั้งแต่ตลาดขายอาหาร ของที่ระลึก เสื้อผ้า หมวกไหมพรม ถุงมือกันหนาว เป็นต้น

หมายเหตุ: เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ของประเทศจอร์เจียนับถือศาสนาคริสต์นิกายออโทด็อกซ์เป็นหลักมาตั้งแต่ในอดีต ดังนั้นการเข้าชมโบสถ์ของที่นี่ท่านสุภาพสตรีจะต้องสวมผ้าคลุมศีรษะในการเข้าชม และกรุณาเตรียมผ้าคลุมศีรษะไปด้วย หรือหากท่านไม่ได้เตรียมมา ตามโบสถ์ใหญ่ ๆ ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลัก จะมีบริการให้ยืมฟรีแก่นักท่องเที่ยว

17.00 น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองทบิลิซี (Tbilisi) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที เมืองหลวงที่งดงามของจอร์เจีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Mtkvari สร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 5 มีเสน่ห์ด้วยอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ ซึ่งผสมผสานทั้งสถาปัตยกรรมของยุคกลาง, สถาปัตยกรรมฟื้นฟูคลาสสิก, สถาปัตยกรรมโบซาร์, สถาปัตยกรรมสตาลิน และสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์น รายล้อมไปด้วยภูเขาสูงใหญ่และธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ภายในเมืองมีตึกและอาคารสวย ๆ ให้เดินเที่ยวถ่ายรูปแทบจะทุกมุมตึก บรรยากาศไม่แตกต่างจากเมืองสำคัญในยุโรปเลยทีเดียว

18.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Mercure Tbilisi Old Town 4* หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

วันพฤหัสบดีที่ 7 พ.ค. 63 (9) มิสเคตา – วิหารจวารี – โบสถ์สเวติสโคเวลี – ทบิลิซี – สะพานสันติภาพ – โบสถ์เมเตคี – นั่งกระเช้าลอยฟ้า – ป้อมนาริกาลา – มาเธอร์ ออฟ อะ จอร์เจียน – โรงอาบน้ำ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

09.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองมิสเคตา (Mtskheta) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที เมืองหลวงเก่าของประเทศจอร์เจียก่อนที่จะมีการย้ายเมืองหลวงไปที่นครทบิลิซีในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 4-5 Mtskheta เป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่มีความสวยงามมาก รวมทั้งยังมีทำเลที่ตั้งของเมืองอยู่ระหว่างจุดที่แม่น้ำ Kura และแม่น้ำ Aragvi ไหลมาบรรจบกัน และด้วยความงามทั้งทางด้านสถาปัตยกรรม, ความงามด้านธรรมชาติ รวมถึงความมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ก็เลยทำให้เมืองนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในมรดกโลกจากองค์การ UNESCO World Heritage ในปี ค.ศ. 1994 อีกด้วย

นำท่านเข้าชม วิหารจวารี (Jvari Monastery) สำนักสงฆ์เก่าแก่แห่งเมืองมิสเคตา (Mtskheta) เป็นศูนย์กลางทางศาสนาและเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศจอร์เจีย วิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 6 และมีทำเลที่ตั้งอยู่บนยอดเขาใกล้ ๆ กับเมือง Mtskheta ทำให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมวิหารแห่งนี้นอกจากจะได้เห็นความงามของตัววิหารแล้ว ยังสามารถชมวิวทิวทัศน์ของเมือง Mtskheta ที่มีแม่น้ำ Kura กับแม่น้ำ Aragvi ไหลมาบรรจบกันได้อีกด้วย โดยในช่วงเวลากลางวันท่านจะมีโอกาสได้เห็นสีของแม่น้ำสองสายที่มีความแตกต่างกันไหลมาบรรจบกันได้อย่างชัดเจน และในช่วงเวลาก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน ท่านจะได้เห็นภาพของแม่น้ำสองสายที่มีสีเหลืองอ่อนๆ จากแสงพระอาทิตย์ที่สาดส่องมากระทบก่อนที่จะลาลับขอบฟ้าไป

10.30 น. จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง โบสถ์สเวติสโคเวลี (Svetitskhoveli Cathedral) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที วิหารหรือโบสถ์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Mtskheta สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 4 ถือเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนความเชื่อของประชาชนชาวจอร์เจียที่ได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำชาติ โดยโครงสร้างโบสถ์เดิมที่ถูกสร้างขึ้นมาในสมัยศตวรรษที่ 4 ได้พังทลายลงไปจากสงครามและแผ่นดินไหว จึงได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 10-11 และได้รับการดูแลอย่างดีตลอดช่วงเวลา 900 กว่าปีที่ผ่านมา ภายในโบสถ์แห่งนี้จะมีพื้นที่เล็ก ๆ ส่วนหนึ่งที่ทำเป็นโบสถ์จำลองของ Chapel of Holy Sepulchre ในนครเยรูซาเล็ม รวมทั้งยังเคยเป็นที่ประกอบพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์ประเทศจอร์เจียและเป็นสุสานสำหรับฝังพระศพของกษัตริย์ถึง 10 พระองค์อีกด้วย

12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

14.00 น. นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองทบิลิซี (Tbilisi) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที เพื่อนำท่านเที่ยวชมเมืองทบิลิซิ เมืองหลวงที่งดงามของจอร์เจีย เริ่มจากถ่ายรูปกับ สะพานสันติภาพ (The Bridge of Peace) สะพานที่มีความยาวถึง 150 เมตร และเป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำคูราเพื่อเชื่อมระหว่างตัวเมืองเก่าและตัวเมืองใหม่ทบิลิซี โครงสร้างหลักของสะพานแห่งนี้ทำมาจากเหล็กและกระจกใส มีการเปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2010 และจัดว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่มีความสวยงามชิ้นหนึ่งของประเทศจอร์เจีย จากนั้นนำท่านชม โบสถ์เมเตคี (Metekhi Cathedral) จุดเริ่มต้นการเดิน City Walk ของหลาย ๆ คน เพราะโบสถ์แห่งนี้สามารถมองเห็นสถานที่เที่ยวต่าง ๆ ในละแวกนั้นได้อย่างชัดเจน รวมทั้งมีระยะทางการเดินไปยังสถานที่ต่าง ๆ ไม่ไกลมากด้วย โดยโบสถ์นี้จะตั้งอยู่ริมแม่น้ำคูรา (Kura) หรืออีกชื่อหนึ่งคือแม่น้ำมิทควารี (Mtkvari) และอยู่ตรงข้ามกับเขตเมืองเก่า (Old Town Tbilisi) รวมไปถึงป้อมนาริกาลา (Narikala Fortress) สำหรับจุดเด่นที่น่าสนใจของการมาที่โบสถ์แห่งนี้ก็คือความเก่าแก่, ความสวยงามของโบสถ์, รูปปั้นของกษัตริย์วาคตัง จอร์กาซาลี (Vakhtang Gorgasali) ผู้ค้นพบเมืองนี้ รวมไปถึงที่นี่ยังเป็นจุดถ่ายรูปของเมืองทบิลิซีที่สวยงามอย่างมาก

16.00 น. นำท่าน นั่งกระเช้าลอยฟ้า จากสถานีบริเวณ Rike park เพื่อขึ้นไปยัง ป้อมนาริกาลา (Narikala Fortress) ป้อมปราการที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 เพื่อปกป้องเมืองทบิลิซี โดยชื่อ Nari-Kala นั้นเป็นภาษาเปอร์เซีย แปลว่า “ป้อมที่ไม่สามารถตีแตกได้” ซึ่งป้อมแห่งนี้ก็ควรค่าแก่การใช้ชื่อนี้จริง ๆ เพราะหลายศึกหลายสงครามในอดีตได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าป้อมแห่งนี้แข็งแกร่งมาก จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ มาเธอร์ ออฟ อะ จอร์เจียน (Mother of a Georgian) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Kartlis Deda รูปปั้นหญิงสาวสูง 20 เมตรบนยอดเขาโซโลลากิ (Solo Laki Hill) โดยรูปปั้นนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1958 เพื่อฉลองนครทบิลิซีอายุครบ 1,500 ปี และเป็นรูปปั้นที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณและนิสัยของคนจอร์เจียได้เป็นอย่างดี โดยมือข้างหนึ่งของรูปปั้นจะถือดาบ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งจะถือแก้วไวน์ ซึ่งมีความหมายว่าหากใครที่มาเยือนจอร์เจียแบบศัตรูเธอจะใช้ดาบในมือขวาฟาดฟันให้แดดิ้น แต่หากใครที่มาเยือนอย่างมิตรไมตรี เธอจะต้อนรับด้วยไวน์ในมือซ้ายอย่างอบอุ่นและอิ่มหนำสำราญ และบริเวณด้านบนนี้สามารถมองจากป้อมด้านบนลงมาเห็นแลนมาร์คหลัก ๆ ที่สำคัญของเมืองเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น สะพานสันติภาพ (The Bridge of Peace), โบสถ์เมเตคี (Metekhi Cathedral), รวมถึงโบสถ์ทรินิตี้ด้วย จากนั้นเดินลงมาตามทางเพื่อให้ท่านถ่ายรูปด้านนอกกับ โรงอาบน้ำ (Sulphur Bath) หรืออีกชื่อที่คนท้องถิ่นเรียกกัน คือ อะบาโนตูบานี (Abanotubani) ด้วยความที่เมืองทบิลิซีนั้นมีบ่อน้ำพุร้อนเป็นจำนวนมาก ดังนั้นภายในเมืองแห่งนี้จึงมีโรงอาบน้ำร้อนให้บริการหลายแห่ง โดยโรงอาบน้ำร้อนเหล่านี้ได้เปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลานาน มีบุคคลสำคัญระดับโลกเดินทางมากันมากมายเพื่อที่จะได้ลองและสัมผัสกับบรรยากาศการอาบน้ำเมื่อหลายร้อยปีก่อน ซึ่งโรงอาบน้ำที่เก่าแก่ที่สุดคือ โรงอาบน้ำหมายเลข 5 (Bathhouse #5) ส่วนโรงอาบน้ำที่อยู่ติดกันนั่นก็คือโรงอาบน้ำของราชวงศ์ (Royal Bath : Bathhouse #4) ที่เคยใช้เป็นโรงอาบน้ำของกษัตริย์ในอดีต

19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Mercure Tbilisi Old Town 4* หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

วันศุกร์ที่ 8 พ.ค. 63 (10) ไซห์นากี – อารามนักบุญนีโน่แห่งบอดบี – กำแพงเมืองโบราณ – อุโมงค์เก็บไวน์ของโรงไวน์คาเรบา – ทบิลิซี

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

09.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองไซห์นากี (Sighnaghi) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เมืองป้อมปราการในศตวรรษที่ 17 ตั้งอยู่ในหุบเขาอลาซานี (Alazani Valley) สามารถชื่นชมกับภูมิทัศน์ตระการตาของเทือกเขาคอเคซัสได้อย่างใกล้ชิด รวมถึงสถาปัตยกรรมและสีสันของบ้านเรือนตามเนินเขา ทำให้เมืองไซห์นากีเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวกลุ่มคู่รัก และได้รับอีกสมญานามว่า นครแห่งความรัก (Love City) นำท่านเข้าชม อารามนักบุญนีโน่แห่งบอดบี (Monastery of St. Nino at Bodbe) จุดหมายปลายทางของผู้แสวงบุญชาวจอร์เจียน เป็นอารามสงฆ์ในนิกายจอร์เจียนออร์โธดอกซ์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 แต่ได้รับการบูรณะใหม่ทั้งหมดในศตวรรษที่ 17 ปัจจุบันเป็นอารามนางชี อุทิศให้นักบุญนีโน่ สตรีผู้ประกาศศาสนาคริสต์ในศตวรรษที่ 4 โดยหลุมศพของนักบุญนีโนก็ได้รับการบรรจุไว้ในอารามแห่งนี้เช่นกัน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

และเมื่อมาถึงที่เมืองนี้แล้วพลาดไม่ได้กับการชม กำแพงเมืองโบราณ (Sighnaghi City Wall) ที่เหลือเพียงแห่งเดียวในจอร์เจีย ชมยอดแหลมของโบสถ์เซนต์จิออร์กี (St. Giorgi Church) และตัวเมืองเก่า (Old Town of Sighnaghi) ที่มีจัตุรัสมากถึง 2 แห่ง นอกจากนั้นไซห์นากียังเป็นศูนย์กลางทางศิลปะของพวกช่างฝีมือแขนงต่าง ๆ เช่นเดียวกับชื่อเสียงด้านการทำไร่องุ่นซึ่งมีกำลังการผลิตไวน์ได้ถึง 70% ของประเทศ

14.30 น. นำท่านเดินทางสู่ อุโมงค์เก็บไวน์ของโรงไวน์คาเรบา (Wine Tunnel of Khareba Winery) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ตั้งอยู่ในเมืองคูวาเรลี (Kvareli) ที่แปลว่า ‘ไวน์’ ของแคว้นคาเคติ เป็นอุโมงค์สกัดเข้าไปในภูเขาขนาดมหึมา จำนวน 15 อุโมงค์ มีอุโมงค์ 2 แห่งลึก 800 เมตรวิ่งขนานกัน และเชื่อมอุโมงค์ที่เหลือทั้งหมดที่ลึก 500 เมตร เพื่อให้เป็นที่เก็บไวน์ในอุณหภูมิเหมาะสม โดยตลอดแนวอุโมงค์เป็นที่เก็บไวน์ของคาเรบาหลายพันขวด สำหรับโรงไวน์คาเรบาเปิดดำเนินการเมื่อปี 2004 มีพื้นที่สวนองุ่นราว 6,000 ไร่ทั่วจอร์เจีย ปลูกองุ่น 16 สายพันธุ์ และผลิตไวน์ชนิดต่างๆ ถึง 13 ชนิด และสามารถผลิตไวน์ได้ถึง 3 ล้านขวดต่อปี เมื่อมาถึงที่แล้วห้ามพลาดชิมไวน์คูวาเรลี (Kvureli Wines) ไวน์ท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาค

17.00 น. สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองทบิลิซี (Tbilisi) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Mercure Tbilisi Old Town 4* หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

20.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

วันเสาร์ที่ 9 พ.ค. 63 (11) โบสถ์ทรินิตี้แห่งเมืองทบิลิซี – ทะเลสาบทบิลิซี – เดอะ โครนิเคิล ออฟ จอร์เจีย – เดินทางกลับกรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

09.00 น. นำท่านเข้าชม โบสถ์ทรินิตี้แห่งเมืองทบิลิซี (Holy Trinity Cathedral of Tbilisi) หรืออีกชื่อคือ มหาวิหารซาเมบา (Sameba) โบสถ์ออร์โธด็อกซ์ที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุด และสำคัญที่สุดของประเทศจอร์เจีย สร้างขึ้นระหว่างปี 1995 และปี 2004 โบสถ์แห่งนี้ยังเป็นโบสถ์อีสเทิร์นออร์โธด็อกซ์ (Eastern Orthodox) ที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลกอีกด้วย และด้วยขนาดที่ใหญ่มาก ๆ ของโบสถ์แห่งนี้ก็เลยทำให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกล

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบทบิลิซี (Tbilisi Sea) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที ทะเลสาบเทียมขนาดใหญ่ สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1953 มีพื้นที่กว้างขวาง ความยาวประมาณ 8.75 กิโลเมตร กว้างประมาณ 2.85 กิโลเมตร รายล้อมไปด้วยวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของแนวภูเขาและป่าไม้สีเขียว นำท่านชม เดอะ โครนิเคิล ออฟ จอร์เจีย (The Chronicle of Georgia) อนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ของประเทศจอร์เจียที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงนอกเมืองและเล่าถึงเรื่องราวต่าง ๆ ของประเทศจอร์เจียผ่านเสาหินขนาดใหญ่จำนวน 16 ต้น โดยเสาหินแต่ละต้นนั้นนอกจากจะมีขนาดใหญ่มากกว่า 10 คนโอบ แล้วยังมีความสูงถึง 35 เมตร ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 ในสมัยที่ประเทศจอร์เจียยังอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศรัสเซีย โดยผู้ที่เริ่มสร้างก็คือชาวจอร์เจียที่ชื่อว่า Zurab Tsereteli แต่ด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่างก็เลยทำให้ปัจจุบันนี้ The Chronicle of Georgia ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี แต่ยังคงเหลือรายละเอียดที่ต้องเก็บอยู่หลายจุด และด้วยโครงสร้างอันมหึมาของมันทำให้ที่นี่กลายเป็นอนุสรณ์สถานขนาดใหญ่ที่เราสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล รวมทั้งสามารถสร้างความตื่นตะลึงอลังการให้เราเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวมุมสูงที่สามารถเห็นวิวเมืองทบิลิซีและทะเลสาบทบิลิซีที่สวยงามได้อีกด้วย

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

13.30 น. สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติทบิลิซี (Tbilisi International Airport) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ

17.25 น. เหิรฟ้าสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK383 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 35 นาที

19.00 น. คณะเดินทางถึง สนามบินอตาเติร์ก กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง) เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน เวลารอเปลี่ยนเที่ยวบิน 1 ชั่วโมง 15 นาที

20.15 น. เหิรฟ้าต่อสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK64 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง 35 นาที

วันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. 63 (12) เดินทางถึงกรุงเทพฯ

09.50 น. คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

กำหนดการเดินทาง

  • 29 เมษายน – 10 พฤษภาคม 2563

อัตราค่าบริการ ราคารวมตั๋วเครื่องบิน คณะเดินทางขั้นต่ำ 20 ท่านขึ้นไป *กรณีมีผู้เดินทางไม่ถึง 20 ท่าน จ่ายเพิ่มท่านละ 2,500 บาท*

  • ผู้ใหญ่ พักห้องคู่ (ห้องละ 2 ท่าน) 68,500.-
  • เด็กอายุ 4-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (มีเตียง) 57,900.-
  • เด็กอายุ 4-6 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่มีเตียง) 50,500.-
  • พักห้องเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ 11,500.-
  • กรณีไม่ใช้ตั๋วเครื่องบินกรุ๊ป หักคืนท่านละ ผู้ใหญ่ 27,000.- / เด็ก 21,600.-

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นประหยัด เส้นทาง กรุงเทพฯ – บาทูมี // ทบิลิซี – กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ (TK)
  • ค่าภาษีสนามบิน และ ค่าภาษีน้ำมันจากสายการบิน ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 และบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนราคาตั๋วตามภาษีน้ำมันหากสายการบินมีการปรับเพิ่มขึ้นหลังจากนี้ ทางบริษัทฯ ขอคิดตามความเป็นจริง
  • ค่าโรงแรมที่พัก ตามรายการที่ระบุ หรือเทียบเท่า (ห้องละ 2 ท่าน)
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มทุกมื้อ ตามที่กำหนดในโปรแกรม
  • ค่ารถโค้ชปรับอากาศมาตรฐาน รับ-ส่งท่องเที่ยวตามรายการที่ระบุไว้ในโปรแกรม
  • ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่ระบุตามรายการ *** หากสถานที่ท่องเที่ยวใดที่ไม่สามารถเข้าชมได้ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าใช้จ่าย เนื่องจากทางบริษัทได้ทำการจองและถูกเก็บค่าใช้จ่ายไปแล้ว ***
  • ค่าทิปพนักงานยกกระเป๋าในโรงแรมทุกแห่ง เฉพาะใบใหญ่ท่านละ 1 ใบ ส่วนกระเป๋าสัมภาระใบเล็กอยู่ในความดูแลของลูกค้า
  • ค่าทิปพนักงานขับรถและทิปหัวหน้าทัวร์ตลอดการเดินทาง
  • ค่าน้ำดื่มแบบขวด บริการบนรถระหว่างเดินทางท่องเที่ยว 2 ขวด / ท่าน / วัน
  • ค่ามัคคุเทศก์ไทยจากกรุงเทพฯ ที่มีประสบการณ์บริการคอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทางคุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 500,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าในกรณีเกินกว่าสายการบินกำหนดให้ 20 กิโลกรัมต่อหนึ่งท่าน
  • ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทาง หรือค่าแจ้งเข้าออก กรณีคนต่างด้าว
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ เครื่องดื่มและอาหารนอกรายการ, ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นตลอดทริป 30 ดอลล่าร์ (USD) / ท่าน
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3 %

เงื่อนไขการชำระเงิน

  • กรุณาทำการจอง โดยแฟกซ์หรืออีเมล์หน้าพาสปอร์ตผู้เดินทาง เข้ามาที่บริษัท เพื่อยืนยันการจองที่นั่ง
  • กรุณาชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 30,000 บาทต่อผู้เดินทางหนึ่งท่าน ภายใน 3 วันนับจากวันที่จอง
  • ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ บริษัทฯ จะขอเก็บค่าทัวร์ทั้งหมดก่อนการเดินทาง ล่วงหน้า 30 วันก่อนการเดินทาง มิเช่นนั้นบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางของท่านโดยไม่มีเงื่อนไข
  • การเดินทางในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวหรือวันหยุดต่อเนื่อง อาจจะมีการเรียกเก็บค่าทัวร์เร็วกว่าที่กำหนดไว้ข้างต้น * กรุณาพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ และเงื่อนไขการยกเลิกทัวร์ของบริษัท ก่อนท่านทำการจองทัวร์ *

สอบถามทัวร์ LINE: @lofttravel TEL: 02-402-6475, 02-046-0046, 080-291-0123, 085-225-4664, 086-321-4740, 086-322-1610