ทัวร์ญี่ปุ่น 7 วัน 4 คืน 23-29 พฤศจิกายน 2561 อาราชิยาม่า นารา โอซาก้า โอบาระ โครังเค ฟูจิ โตเกียว ชมใบไม้เปลี่ยนสี ณ ถนนอิโจนามิกิ ปราสาททองคินคาคุจิ ปราสาทโอซาก้า ชมซากุระพร้อมใบไม้เปลี่ยนสี ณ FUREAI PARK เทศกาลประดับไฟฤดูหนาว German Village

ซากุระ ญี่ปุ่น

LOFT-JP5-04_LOVE AUTUMN NO.2

“หุบเขาโครังเค” ชมใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองโตโยต้า จังหวัดไอจิ ที่นี่เป็นสถานที่ที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดและของประเทศญี่ปุ่น โดยมีต้น คาเอะเดะ (ต้นเมเปิ้ล) กว่า 4,000 ต้น เป็นอุโมงค์ต้นเมเปิ้ลแดงอยู่บนเส้นทางเคียง ข้างแม่น้ำโทโมเอะ ตลอดจนแมกไม้น้อยใหญ่สลับทั้งสีแดง, ส้ม, เหลือง, เหลืองเขียวท่ามกลางขุนเขา ชมบรรยากาศที่เต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี โดยมีสะพานไทเก็ทสึเคียว สีแดงสด ทอดยาวพาดผ่านแม่น้ำโทโมเอะ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหุบเขาโครันเค แห่งนี้

อาราชิยาม่า นารา โอซาก้า โอบาระ โครังเค ฟูจิ โตเกียว ชมใบไม้เปลี่ยนสี 7 วัน 4 คืน

  • ชม “ดอกซากุระ พร้อมกับใบไม้เปลี่ยนสี” ในเวลาเดียวกันท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามที่เมืองโอบาระ
  • รื่นรมย์ชมทิวทัศน์ด้วยการนั่ง “รถไฟสายโรแมนติก” ชมความงามของแม่น้ำและใบไม้เปลี่ยนสี
  • ชมมรดกโลกวิหารใหญ่ “วัดโทไดจิ” ณ เมืองนารา พร้อมกวางน้อยคอยต้อนรับ
  • ตระการตากับแมกไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุด ณ “โครังเค” ฉากสะพานสีแดงสด ทอดยาวพาดผ่านแม่น้ำ
  • ชมความงามของ เทศกาลประดับไฟฤดูหนาว ณ TOKYO GERMAN VILLAGE
  • สัมผัสบรรยากาศ “ล่องเรือโจรสลัด” ชมความงามของทะเลสาบอาชิ ณ อุทยานแห่งชาติฮาโกเน่
  • ชมใบไม้เปลี่ยนสีบน ถนนอิโจนามิกิ ที่สวยงามในเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น
  • ให้ท่านได้ผ่อนคลาย แช่น้ำแร่ออนเซ็น + บุฟเฟ่ต์เมนูขาปูยักษ์ อิ่มไม่อั้น
  • บริการท่านด้วยน้ำดื่มที่ญี่ปุ่นท่านละ 1ขวด/วัน

กำหนดการเดินทาง 23-29 พฤศจิกายน 2561

(หากท่านมีจองตั๋วภายในประเทศหรือระหว่างประเทศเองรบกวน ขอเที่ยวบินกับเจ้าหน้าที่ ก่อนจองตั๋วค่ะ)

วันแรก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – สนามบินคันไซ

20.00 น. พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ส่วนผู้โดยสารระหว่างประเทศ ขาออก ประตู 3 เคาน์เตอร์ D โดย สายการบินไทย เจ้าหน้าที่ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารก่อนขึ้นเครื่อง

23.15 น. เหินฟ้าสู่ ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 622

(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง / เวลาท้องถิ่นจะเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง)

วันที่สอง ศาลเจ้าฟูจิมิ อินาริ – ปราสาททองคินคาคุจิ – เมืองอาราชิยาม่า – รถไฟสายโรแมนติก – ป่าไผ่ – สะพานโทเก็ตสึเคียว – ย่านกิออง

06.25 น. เดินทางถึงสนามบินคันไซ ประเทศญี่ปุ่น หลังจากผ่านขั้นตอนศุลกากรเรียบร้อยแล้ว

นำท่านเดินทางสู่ “ศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ” หรือที่คนไทยชอบเรียกกันว่าศาลเจ้าแดงหรือศาลเจ้าจิ้งจอกเป็นศาลเจ้าชินโต(Shinto)ที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองเกียวโต(Kyoto) มีชื่อเสียงโด่งดังจากประตูโทริอิ (Torii Gate) หรือเสาประตูสีแดงที่เรียงตัวกันข้างหลังศาลเจ้าจำนวนหลายหมื่นต้นจนเป็นทางเดินได้ทั่วทั้งภูเขาอินาริ ที่ผู้คนเชื่อกันว่าเป็นภูเขาศักสิทธ์ โดยเทพอินาริจะเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ การเก็บเกี่ยวข้าว รวมไปถึงพืชผลไร่นาต่างๆ และมักจะมีจิ้งจอกเป็นสัตว์คู่กาย(บ้างก็ว่าท่านชอบแปลงร่างเป็นจิ้งจอก) จึงสามารถพบเห็นรูปปั้นจิ้งจอกมากมายด้วยเช่นกัน ศาลเจ้าแห่งนี้มีความเก่าแก่มากถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ก่อนสร้างเมืองเกียวโตซะอีก คาดกันว่าจะเป็นช่วงประมาณปีค.ศ. 794 หรือกว่าพันปีมาแล้ว

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “ปราสาททอง” หรือเรียกกันว่า “คินคาคุจิ” ปราสาทที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่ของโชกุนในสมัยโบราณ ตั้งตระหง่านกลางสระน้ำ โอบล้อมด้วยสวนสไตล์ญี่ปุ่นโบราณที่ได้รับการดูแลและอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม ตัวปราสาทโดดเด่นด้วยสีทองส่องประกายระยับยามกระทบแสงอาทิตย์ เงาปราสาททาบลงบนผืนน้ำคล้ายกับมีปราสาทใต้น้ำอีกหนึ่งหลัง ให้ท่านได้เก็บภาพอย่างใกล้ชิดกับตัวปราสาทและบรรยากาศโดยรอบ

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นเดินทางสู่ “เมืองอาราชิยาม่า” เพื่อเดินทางไปสัมผัสกับ “รถไฟสายโรแมนติก (Sagano Romantic Train)” เสน่ห์ของรถไฟเก่าสุดคลาสสิคนี้มีมุมมองที่น่ารื่นรมย์ของทิวทัศน์ตลอดเส้นทาง ท่านจะได้ชมความงามของแมกไม้ โตรกผา ภูเขา เรียบแม่น้ำโฮซูกาวา ด้วยบรรยากาศสุดโรแมนติก

**ในกรณีรถไฟซากาโน่เต็ม ช่วงเทศกาลท่องเที่ยว เช่น ใบไม้เปลี่ยนสี, ซากุระ เป็นต้น อาจเปลี่ยนไปนั่งรถไฟ JR ท้องถิ่นแทน** (ความสวยงามของสีสันใบไม้…ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

จากนั้นนำท่านชมความสวยงาม ร่มรื่น ของทิวไผ่ อันเขียวขจี นับหมื่นต้นตลอดข้างทาง ณ “สวนป่าไผ่(Bamboo Groves)” เป็นเส้นทางเดินเล็กๆที่ตัดผ่านในกลางสวนป่าไผ่ สามารถเดินเล่นให้บรรยากาศที่แปลกและหาได้ยาก ยิ่งถ้าช่วงไหนที่มีแสงอาทิตย์รอดผ่านตัวป่าไผ่ลงมายังพื้นด้านล่างก็จะยิ่งสวยมาก โดยเฉพาะถ้ามีลมพัดมาพร้อมกันก็จะเป็นเสียงกิ่งก้านของต้นไผ่กระทบกันไปมา บริเวณใกล้ๆจะเป็นร้านขายของพื้นเมืองที่ทำมาจากต้นไม้ เช่น ตะกร้าไม้ไผ่, ถ้วย, กล่องใส่ของ หรือเสื้อเสื้อสานจากไผ่ เป็นร้านดั้งเดิมของคนท้องถิ่น ร้านขายของฝาก ของที่ระลึกต่างๆ ซึ่งอยู่ระหว่างสองข้างทาง ก่อนที่เราจะนำท่านชม “สะพานโทเก็ตสึเคียว(Togetsukyo Bridge)” หรือนิยมเรียกว่า “Moon Crossing Bridge” เป็นเสมือนสัญลักษ์ของอาราชิยาม่า ถูกสร้างขึ้นในสมัยเฮอันและมีการบูรณะซ่อมแซมอยู่เรื่องๆ สะพานนี้มีความสวยงามอย่างมากเพราะด้านหลังนั้นเป็นภูเขาสูงใหญ่และด้านล่างเป็นแม่น้ำที่ทั้งสองฝั่ง เป็นบริเวณที่ชาวญี่ปุ่นชื่นชอบ และเลื่องลือว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดอีกแห่งในเกียวโต จากนั้นนำท่านช้อปปิ้ง ซื้อของที่ระลึกสไตล์ญี่ปุ่นนานาชนิดที่ย่าน “กิออง” ย่านเก่าแก่ของเมืองเกียวโต ที่ยังคงลักษณะบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างที่เป็นสไตล์โบราณไว้ได้อย่างดี ทำให้ได้บรรยากาศที่เหมาะแก่การถ่ายรูปไว้เป็นที่ละลึกอย่างยิ่ง

รับประทานอาหารค่ำแบบอิสระ เพื่อให้ท่านได้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า (ไม่รวมค่าอาหาร)

พักที่ NEYAGAWA TREND HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว

วันที่สาม ปราสาทโอซาก้า – ย่านชินไซบาชิ – นารา – วัดโทไดจิ – มิสุอิ แจ๊สดรีม เอ้าท์เล็ต

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม “ปราสาทโอซาก้า(Osaka Castle)” (ชมด้านนอกไม่รวมค่าเข้าปราสาท) สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่ของเจ้าเมืองในสมัยโบราณ ตัวปราสาทมีทั้งหมด 8 ชั้น ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ได้มีการสำรวจและพบว่าเคยเป็นที่ตั้งของพระราชวังโบราณมาก่อน ล้อมรอบด้วยกำแพงหินแกรนิตขนาดมหึมา และคูน้ำขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึก จากนั้นเดินทางสู่ “ชินไซบาชิ” ย่านช้อปปิ้งชื่อดังของเมืองโอซาก้า เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งไร้ชีดจำกัดบนถนนความยาวกว่า 2 กิโลเมตร ซึ่งมีร้านค้าและห้างสรรพสินค้าเรียงรายกันตลอดสองข้างทาง กับสินค้ามากมาย ทั้งเสื้อผ้าเก๋ๆ กระเป๋าน่ารักๆ รองเท้าแฟชั่นสวยๆ เครื่องสำอาง และสินค้า IT ทั้งหลาย Ipod กล้อง นาฬิกา Mp3 มีให้เลือกและชมกันมากมายหลากหลายแบบบนถนนเส้นนี้

รับประทานอาหารกลางวันแบบอิสระ เพื่อให้ท่านได้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า (ไม่รวมค่าอาหาร)

นำท่านเดินทางสู่ “เมืองนารา” เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น เพื่อชม “วัดโทไดจิ” สร้างขึ้นในปี 743 เพื่อแสดงบุญญาธิการของพระจักรพรรดิญี่ปุ่น ผ่านซุ้มประตู “นันไดมง” ที่ใช้เสารองรับถึง 18 ต้น ด้านล่างมี “ทวารบาล” ที่แกะสลักจากไม้ได้อย่างวิจิตร งดงาม เข้าชม “วิหารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ภายในเป็นที่ประดิษฐานของ “พระไวโรจนะ” ที่มีความสูง 16 เมตรและหนักถึง 500 ตัน ตัววิหารหลังปัจจุบันถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี 1706 เนื่องจากของเดิมนั้นถูกไฟไหม้ โดยมีขนาดเพียง1 ใน 3 ของวิหารหลังเดิม และระหว่างทางเดินสู่วิหารแห่งนี้ และเพลิดเพลินกับความน่ารักและการป้อนอาหารให้กับฝูงกวางมากมายที่ปล่อยให้อยู่ตามธรรมชาติที่ “สวนกวาง”

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “มิสุอิ แจ๊สดรีม เอ้าท์เล็ต” ซึ่งเป็น Outlet Malll ด้วยพื้นที่กว่า 39,300 ตารางเมตร ที่นี่จึงรวบรวมร้านค้าแบรนด์เนมชั้นนำและร้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีชื่อเสียงไว้มากกว่า 240 ร้าน นอกจากนี้ก็จะมีส่วนนั่งพักเท้า นั่งพักผ่อนหลังเดินช้อปปิ้งมาเหนื่อยๆ กว่า 200 ที่นั่ง ให้ท่านได้ซื้อสินค้ามากมายในราคาลดพิเศษ ให้ท่านเลือกซื้อสินค้าและของฝากได้ตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่ YOKKAICHI MIYAKO HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว

วันที่สี่ เมืองโอบาระ – ชมซากุระพร้อมใบไม้เปลี่ยนสี ณ FUREAI PARK – ชมใบไม้เปลี่ยนสี ณ หุบเขาโครังเค – โอชิโนะ ฮัคไค – ออนเซ็น+ขาปูยักษ์ไม่อั้น

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ “เมืองโอบาระ” นำท่านเดินทางชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ “ซากุระจะเบ่งบานพร้อมกับใบไม้เปลี่ยนสี” ซากุระพันธุ์นี้มีชื่อว่า Shikizakura หรือ ซากุระสี่ฤดูโดยมีความพิเศษที่แตกต่างจากซากุระทั่ว ๆ ไปคือจะบาน 2 ครั้งต่อปี ดอก Shikizakura เริ่มบานในช่วงกลางเดือนมีนาคมในฤดูใบไม้ผลิและจะบานอีกครั้งตอนเดือนพฤศจิกายนในฤดูใบไม้ร่วง คุณสามารถชมซากุระที่ออกดอกพร้อมกับใบไม้แดงได้ที่นี่ ใครที่พลาดชมซากุระในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมายังสามารถมาดูดอกซากุระได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน นอกจากนี้ยังมีต้น Shikizakura ที่มีอายุมากกว่า 100 ปีซึ่งถือเป็นสมบัติทางธรรมชาติของจังหวัดไอจิให้ชมอีกด้วย งานเทศกาลชมดอกซากุระและใบไม้แดงจะจัดขึ้นตลอดเดือนพฤศจิกายนของทุกปี โดยจะมีร้านอาหารแผงลอยสไตล์ญี่ปุ่นตั้งขายในบริเวณงาน นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับความสวยงามของธรรมชาติตามอัธยาศัย (ความสวยงามของสีสันใบไม้…ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านสู่ “หุบเขาโครังเค” เพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองโตโยต้า จังหวัดไอจิ ที่นี่เป็นสถานที่ที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดและของประเทศญี่ปุ่น โดยมีต้น คาเอะเดะ (ต้นเมเปิ้ล) กว่า 4,000 ต้น เป็นอุโมงค์ต้นเมเปิ้ลแดงอยู่บนเส้นทางเคียง ข้างแม่น้ำโทโมเอะ ตลอดจนแมกไม้น้อยใหญ่สลับทั้งสีแดง, ส้ม, เหลือง, เหลืองเขียวท่ามกลางขุนเขา ชมบรรยากาศที่เต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี โดยมีสะพานไทเก็ทสึเคียว สีแดงสด ทอดยาวพาดผ่านแม่น้ำโทโมเอะ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหุบเขาโครันเค แห่งนี้ (ความสวยงามของสีสันใบไม้…ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

นำท่านเดินทางสู่ “โอชิโนะฮัคไค” บ่อน้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะบนภูเขาไฟฟูจิ ที่ใช้เวลาอันยาวนาน ในการไหลลงมาสู่พื้นดิน และซึมไปยังบ่อน้ำแต่ละบ่อ ดังนั้นน้ำที่อยู่ในบ่อ จะเป็นน้ำที่ใสสะอาด และสดชื่นมาก ในปี 1985 สถานที่แห่งนี้ยังได้ถูกเลือกให้เป็น 1 ใน 100 อันดับ แหล่งน้ำจากธรรมชาติที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วย

พักที่ FUJINOBOU KAEN HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม พิเศษ!!ทานขาปูยักษ์ อันขึ้นชื่อของญี่ปุ่น แบบไม่อั้น

พิเศษ! ณ โรงแรมที่พักแห่งนี้ ท่านจะได้สัมผัสกับการอาบน้ำแร่ หรือ เรียกอีกอย่างว่าออนนเซ็น เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่ จะทำให้ เลือดลมดี, ผิวพรรณสดใส, สุขภาพดี, ผ่อนคลายความเมื่อยล้า และยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายอีกด้วย

วันที่ห้า ภูเขาไฟฟูจิ – ฮาโกเน่ – โอวาคุดานิ(ไข่ดำ) – ล่องเรือทะเลสาบอาชิ – โตเกียว เบย์ อควาไลน์ – เทศกาลประดับไฟฤดูหนาว German Village

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านขึ้นสู่ “ภูเขาไฟฟูจิ” ที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือเกาะญี่ปุ่นด้วยความสูง 3,776 เมตรจากระดับน้ำทะเล นำท่านขึ้นชมความงามกันแบบใกล้ชิดยังบริเวณ “ชั้น 5” ของภูเขาไฟฟูจิ (หรือชั้นสูงสุดที่ทางอุทยานฯอนุญาตให้ขึ้นได้ในวันนั้นๆ) เพื่อชมทัศนียภาพโดยรอบของภูเขาไฟโดยรอบ จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ “ฮาโกเน่” เพื่อเดินทางสู่ “หุบเขาโอวาคุดานิ” โดยรถบัส หุบเขานรก ที่เกิดขึ้นจากการปะทุขึ้นมาของภูเขาไฟฮาโกเน่เมื่อหลายพันปีก่อน ทำให้เกิดบ่อน้ำร้อนผุดขึ้นมาจากใต้ดิน น้ำและควันเหล่านี้จะมีส่วนผสมของกำมะถันอยู่ด้วยโดยความร้อนของน้ำที่ผุดขึ้นมานั้นสามารถต้มไข่ให้สุกได้เลยทีเดียว และไข่ที่ต้มจากบ่อนี้เปลือกของไข่จะมีสีดำสนิทซึ่งคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า “กินไข่ดำหนึ่งฟองจะทำให้อายุยืนขึ้นเจ็ดปี”

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำทุกท่าน “ล่องเรือโจรสลัด” (ล่องสั้น 10 นาที) ยังบริเวณ “ทะเลสาบอาชิ” เพื่อให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติและชมความงามของทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อกว่า 3,000 ปีที่แล้ว นำท่านเดินทางลอดทางด่วนพิเศษซึ่งเป็นอุโมงค์ใต้ทะเล หรือ ที่ญี่ปุ่นเรียกว่า “โตเกียว เบย์ อควาไลน์” ซึ่งความพิเศษของทางด่วนนี้อยู่ที่การเป็นทางด่วนที่ได้รับการรับรองให้เป็นอุโมงค์ใต้ทะเลผสมสะพานที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งจะแวะจุดพักรถชมวิวตรงบริเวณกลางทาง ซึ่งมีชื่อเรียกว่า TOKYO BAY OASIS หรือ “อุมิโนะ โฮตารุ” (หิ่งห้อยแห่งทะเล) ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการถ่ายภาพความมหัศจรรย์ของสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นในอ่าวโตเกียว ซึ่งนอกจากจะเป็นที่พักรถแล้วที่นี่ก็ยังมีร้านขายของที่ระลึก ภัตตาคาร รวมไปถึงร้านเกมส์ให้พักผ่อนหย่อนใจกันอีกด้วย และให้ทุกท่านเพลิดเพลินกับหมู่บ้านเยอรมันภายใต้บรรยากาศของชนบทเยอรมันกับ “เทศกาลประดับไฟฤดูหนาว” ต้อนรับวันคริสต์มาสและวันปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง การประดับประดาตกแต่งไฟด้วยหลอดแอลอีดีกว่า 2ล้านดวงในช่วงฤดูหนาวของที่นี่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจังหวัดจิบะและถือเป็น “หนึ่งในสามการประดับประดาไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออก” อีกด้วย

รับประทานอาหารค่ำแบบอิสระ เพื่อให้ท่านได้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า (ไม่รวมค่าอาหาร)

พักที่ NARITA GATEWAY HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว

วันที่หก ชมใบไม้เปลี่ยนสี ณ ถนนอิโจนามิกิ – ย่านชินจูกุ – วัดอาซากุสะ+ถ่ายภาพโตเกียวสกายทรี – โอไดบะ+ห้างไดเวอร์ซิตี้ (หุ่นกันดั้ม) – อิออนพลาซ่า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่าน “ชมใบไม้เปลี่ยนสี” ณ “ถนนอิโจนามิกิ Icho Namiki” หรือ Ginkgo Avenue ซึ่งอยู่ภายใน Meiji-jingu Gaien Park ซึ่งมีความหมายคือ “ถนนแปะก๊วย” ต้นแปะก๊วยนี่เองยังเป็นต้นไม้ประจำเมืองโตเกียวอีกด้วย ที่นี่เคยเป็นสถานที่เดินขบวนพาเหรดตอนจัดงานโอลิมปิก ตลอดสองข้างทางของถนนเส้นนี้ มีต้นแปะก๊วยเปลี่ยนสีเหลืองอร่ามสวยงามสะดุจตาแก่ผู้พบเห็นทั่วไป เฉียงใต้ของสวนอีกด้วย (ความสวยงามของสีสันใบไม้…ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “ย่านชินจูกุ” ย่านแห่งความเจริญอันดับหนึ่งของกรุงโตเกียว ท่านจะได้พบกับห้างสรรพสินค้า และร้านขายของเป็นพันๆ ร้าน ซึ่งจะมีผู้คนนับหมื่นเดินกันขวักไขว่ ถือเป็นจุดนัดพบยอดนิยมอีกด้วย เชิญท่านเลือกชมสินค้ามากมาย อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า, กล้องถ่ายรูป, นาฬิกา, เสื้อผ้า, รองเท้าแฟชั่น และเครื่องสำอาง เป็นต้น อิสระให้ท่านได้เพลินเพลินกับการ “เลือกชมและซื้อ” สินค้าตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารกลางวันแบบอิสระ เพื่อให้ท่านได้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า (ไม่รวมค่าอาหาร)

นำทุกท่านนมัสการเจ้าแม่กวนอิมทองคำ ณ “วัดอาซากุสะ” วัดที่ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และได้รับความเคารพนับถือมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว ภายในประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิมทองคำที่ศักดิ์สิทธิ์ ขนาด 5.5 เซนติเมตร ซึ่งมักจะมีผู้คนมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดทั้งปี ประกอบกับภายในวัดยังเป็นที่ตั้งของโคมไฟยักษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วยความสูง 4.5 เมตร ซึ่งแขวนห้อยอยู่ ณ ประตูทางเข้าที่อยู่ด้านหน้าสุดของวัด ที่มีชื่อว่า “ประตูฟ้าคำรณ” และถนนจากประตูเข้าสู่ตัววิหารที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมทองคำ มีชื่อว่า “ถนนนากามิเซะ” ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านค้าขายของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ มากมาย อาทิ ขนมนานาชนิด ของเล่น รองเท้า พวงกุญแจที่ระลึก ฯลฯ ให้ทุกท่านได้เลือกซื้อเป็นของฝากของที่ระลึก และนำทุกท่านเดิน ถ่ายรูปคู่กับ แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงโตเกียว ณ ริมแม่น้ำสุมิดะ “หอคอยโตเกียวสกาย ทรี”(Tokyo Sky tree) หอส่งสัญญาณโทรคมนาคมที่สูงที่สุดในโลก … เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2555 โดยหอนี้มีความสูง 634 เมตร สามารถทำลายสถิติความสูงของหอกวางตุ้ง ในมณฑลกว่างโจว ซึ่งมีความสูง 600 เมตร และหอซีเอ็น ทาวเวอร์ ในนครโทรอนโต ของแคนาดา มีความสูง 553 เมตร … ทิวทัศน์ของ “หอคอยโตเกียวสกายทรี”ที่บรรจุเทคโนโลยีแนวหน้าสุดสามารถมองเห็นได้จากละแวกวัดอาซะกุซ่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแบบเมืองเก่าของเอะโดะ จากนั้นนำท่านสู่ “โอไดบะ” แหล่งช้อปปิ้งชื่อดังอีกแห่งของญี่ปุ่นซึ่งตั้งอยู่ริมอ่าวโตเกียว สถานที่ออกเดทของหนุ่มสาวญี่ปุ่นที่ได้รับการโหวตว่า “โรแมนติคที่สุด” ของโตเกียว สามารถมองเห็น “สะพานเรนโบว์” ที่พาดผ่านจากโอไดบะสู่เมืองโตเกียว โดยมี “หอคอยโตเกียว” สัญลักษณ์ของเมืองตั้งตระหง่านอยู่ รวมทั้ง “เทพีสันติภาพ” เวอร์ชั่นญี่ปุ่นยืนถือคบเพลิงอยู่ริมอ่าวโตเกียว

และนำท่านเดินทางสู่ห้าง “DiverCity Tokyo Plaza” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่น และชาวต่างชาติ ภายใต้คอนเซ็ปท์ “Theatrical City Space” แหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ที่มีร้านค้าต่างๆ มารวมตัวกันอยู่ถึง 154 ร้าน ท่านจะได้ชม “หุ่นยนต์ GUNDAM โดยเป็นรุ่น RX-0 Unicorn Gundam” ตัวโตเท่าขนาดจริง ยืนรอต้อนรับท่านที่ด้านหน้าของห้าง ที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้ อีกทั้งยังมี “GUNDAM Front Tokyo” Theme Park แห่งใหม่ที่จะบอกผ่านความยิ่งใหญ่ของ GUNDAM ไปทั่วโลก (ไม่รวมค่าเข้าชม) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “อิออนพลาซ่า” ศูนย์รวมแห่งสินค้านานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นขนมญี่ปุ่น ผลไม้ และอาหารนานาชนิดใน ซุปเปอร์มาร์เก็ต ให้ท่านเลือกซื้อสินค้าและของฝากได้ตามอัธยาศัย

สมควรแก่เวลา เดินทางสู่ “สนามบินฮาเนดะ” เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ

รับประทานอาหารค่ำแบบอิสระ เพื่อให้ท่านได้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า (ไม่รวมค่าอาหาร)

วันที่เจ็ด สนามบินนฮาเนดะ – กรุงเทพฯ

00.20 น. เหินฟ้าสู่เมืองไทย โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 661

05.25 น. เดินทางถึงเมืองไทย พร้อมกับความประทับใจเต็มเปี่ยม

กำหนดเดินทาง

  • 23-29 พฤศจิกายน 2561

อัตราค่าบริการ สำหรับคณะ 30 ท่านขึ้นไป

  • ผู้ใหญ่ 49,900 บาท
  • เด็กอายุ 7-11ปี / มีเตียง 47,900 บาท
  • เด็กอายุ 2-6 ปี / ไม่มีเตียง 45,900 บาท
  • พักเดี่ยวจ่ายเพิ่ม (จากราคาผู้ใหญ่) 8,000 บาท
  • ไม่ใช้ตั๋วเครื่องบิน ลด (ทั้งเด็กและผู้ใหญ่) -19,000 บาท
  • เด็กทารก อายุต่ำกว่า 2 ปี (ณ. วันเดินทาง) เช็คราคาตั๋วก่อนทำการจอง

อัตราค่าบริการนี้รวม

  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ตามเส้นทางและสายการบินที่ระบุในโปรแกรม (ชั้นทัศนาจร)
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการทัวร์
  • ค่าธรรมเนียมน้ำมันที่สายการบินเรียกเก็บ (คำนวณ ณ วันที่ 6/6/2561)
  • ค่าอาหาร, ค่าเข้าชม และค่ายานพาหนะทุกชนิด ตามที่ได้ระบุไว้ในรายการ
  • โรงแรมที่พักตามระบุไว้ในรายการ หรือในระดับเดียวกัน (พักห้องละ 2 หรือ 3 ท่าน)
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทาง ***ไม่คุ้มครองเด็กอายุต่ำกว่า 1เดือน
  • วงเงินทุนชีวิตท่านละ 2,000,000 บาท ดูแลค่ารักษาพยาบาลอุบัติเหตุ 500,000 บาท และอาหารเป็นพิษระหว่างเดินทาง
  • การบริการของมัคคุเทศก์จากเมืองไทยตลอดการเดินทาง 1 ท่าน
  • น้ำดื่มที่ญี่ปุ่นท่านละ 1 ขวด / วัน (ทั้งหมด 5 วัน)

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • ค่าทำหนังสือเดินทาง / ต่อหน้าเล่มหนังสือเดินทาง
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพัก เป็นต้น
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหาร นอกเหนือจากที่บริษัทจัดให้ ในรายการทัวร์
  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (30 กิโลกรัมต่อท่าน)
  • ค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติ หรือ คนต่างด้าว
  • ค่าเปลี่ยนแปลงตั๋ว กรณีไป-กลับไม่พร้อมคณะ หรือเปลี่ยนคนเดินทาง (สอบถามค่าใช้จ่ายกับเจ้าหน้าที่)
  • กรุณาแจ้งอย่างน้อย 7 วันก่อนเดินทาง พร้อมหน้าพาสชัดเจนของคนเดินทางแทน
  • ค่าธรรมเนียมน้ำมันที่ทางสายการบินอาจมีการเรียกเก็บเพิ่มเติมในภายหลัง
  • ค่าธรรมเนียมทิปไกด์+คนขับรถ โดยประมาณ 2,500 เยน (ประมาณ 750 บาทไทย) เพิ่มเติมตามความพึงพอใจ
  • ค่าวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น ประเภทท่องเที่ยวระยะสั้น (สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางต่างชาติ)

เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง / ชำระเงิน / การยกเลิก

  • กรุณาจองทัวร์ล่วงหน้าก่อนการเดินทาง พร้อมชำระมัดจำท่านละ 10,000 บาท
  • ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 20 วัน มิฉะนั้นถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
  • กรณียกเลิกการเดินทาง 31-45 วันก่อนเดินทาง ยึดมัดจำท่านละ 5,000 บาท (นับจากวันที่ส่งอีเมลยืนยันแจ้งยกเลิก)
  • กรณียกเลิกการเดินทาง 21-30 วันก่อนเดินทาง ยึดมัดจำท่านละ 10,000 บาท (นับจากวันที่ส่งอีเมลยืนยันแจ้งยกเลิก)
  • กรณียกเลิกการเดินทาง 11-20 วันก่อนเดินทาง ยึดเงิน 50% ของราคาทัวร์ (นับจากวันที่ส่งอีเมลยืนยันแจ้งยกเลิก)
  • กรณียกเลิกการเดินทาง 10 วันก่อนเดินทาง ยึดเงิน 100% ของราคาทัวร์ (นับจากวันที่ส่งอีเมลยืนยันแจ้งยกเลิก)
  • เนื่องด้วยไม่ต้องยื่นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น ทางบริษัทฯ จะไม่ทำการเก็บเอกสารจริงใดๆ
  • รบกวนส่งเอกสารเป็น สำเนาหน้าพาสปอร์ตที่ชัดเจน และมีอายุเหลือการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  • พร้อมระบุห้องนอน, อาหารที่ไม่สามารถทานได้, ที่นั่งที่ต้องการ, และเลขที่สะสมไมล์
  • ควรแจ้งพร้อมสำรองที่นั่ง หรือ 15 วันก่อนการเดินทาง (เป็นอย่างช้า)

สอบถามทัวร์ LINE: @lofttravel TEL: 02-402-6475, 02-046-0046, 080-291-0123, 085-225-4664, 086-321-4740, 086-322-1610