ทัวร์โครเอเชีย 8 วัน 5 คืน 7 – 14 สิงหาคม 2562 กรุงซาเกรบ ปราสาททรากอสคัน สนามกีฬาพูล่า อารีน่า อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ ป้อมปราการ St.Michael’s ป้อมปราการคริส พระราชวังดิโอคลีเชี่ยน ล่องเรือเยี่ยมชมฟาร์มเลี้ยงหอย ชมการแสดงระบำลาโด้ ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่ยอดเขา SRD ล่องเรือพาโนราม่า เที่ยวชมกำแพงเมืองโบราณและเขตเมืองเก่า

Dubrovnik

LOFT-CL152 Fantastic Croatia 8D5N V001-190807 (TK)

อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (National Park Plitvice) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที อุทยานแห่งสวรรค์ที่มีชื่อเสียงของประเทศโครเอเชีย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO เมื่อปี 1979 และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนมากกว่าปีละ 1 ล้านคน จุดเด่นของที่นี่คือ ทะเลสาบที่มีเชื่อมต่อกันทั้งหมด 16 แห่ง และเนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาที่มีระดับสูงไม่เท่ากัน ทะเลาสาบย่อยๆจึงวางตัวลดหลั่นกันตามไหล่เขา น้ำที่ไหลไปมาระหว่างทะเลสาบจึงกลายเป็นน้ำตกใหญ่น้อยอย่างสวยงาม อีกทั้งสีของน้ำในทะเลสาบยังแตกต่างกันตามแต่ละพื้นที่ ฤดูกาล และช่วงเวลาในแต่ละวัน ทั้งน้ำสีเขียว สีฟ้า สีคราม สีเทา สะท้อนแร่ธาตุและสิ่งมีชีวิตภายในลำน้ำแต่ละช่วง

“ดินแดนพระจันทร์เสี้ยวกับที่เที่ยวอันน่าหลงใหล”

  • พักค้างคืนที่อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่
  • ชมการแสดงระบำลาโด้ ศิลปะการร่ายรำพื้นบ้านประจำชาติโครเอเชีย
  • เมนูพิเศษ!!! กุ้ง LOBSTER ย่าง เสิร์ฟพร้อมสปาเก็ตตี้ และเมนูปลาเทร้าส์
  • ชิมหอยนางรมสดๆจากทะเลอาเดรียติก พร้อมด้วยเครื่องเคียงและจิบไวน์เติมเต็มรสชาติ
  • ชมป้อมปราการ The Klis Fortress สถานที่ถ่ายทำซีรีย์ชื่อดังระดับโลก “Game of Thrones”

กำหนดการเดินทาง : 7 – 14 สิงหาคม 2562

วันพุธที่ 7 ส.ค. 62 (1) กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – บินสู่กรุงอิสตันบูล

18.00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 10 เคาน์เตอร์ U สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ (TK) โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในเรื่องกระเป๋าสัมภาระและการเช็คอิน

21.45 น. เหิรฟ้าสู่ กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK65 ใช้เวลาบิน 10 ชั่วโมง 15 นาที

วันพฤหัสบดีที่ 8 ส.ค. 62 (2) อิสตันบูล – บินสู่ซาเกรบ – จัตุรัสเจลาซิค – นั่งรถรางสู่เมืองตอนบนของกรุงซาเกรบ – โบสถ์เซนต์มาร์ก – ประตูหิน – ตลาดกลางเมือง – มหาวิหารประจำเมือง – ปราสาททรากอสคัน

04.00 น. คณะเดินทางถึง ท่าอากาศยานอิสตันบูล อาตาตูร์ก ประเทศตุรกี เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน เวลารอเครื่องประมาณ 3 ชั่วโมง

07.05 น. เหิรฟ้าต่อไปยัง กรุงซาเกรบ ประเทศโครเอเชีย โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK1053 ใช้เวลาบิน 2 ชั่วโมง 15 นาที

08.20 น. คณะเดินทางถึง สนามบิน Pleso International Airport หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร พร้อมรับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้ว รถโค้ชรอรับนำท่านเดินทางสู่ กรุงซาเกรบ (Zagreb) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที เมืองศูนย์กลางการปกครองของโครเอเชียตอนเหนือและเป็นมืองหลวงของแคว้นโครเอเชียในยุคของยูโกสลาเวีย หลังยูโกสลาเวียล่มลาย ซาเกรบจึงเป็นเมืองหลวงของประเทศโครเอเชียในเวลาต่อมา โดยปัจจุบันมีประชากรในเขตตัวเมืองประมาณ 8 แสนคน ถือเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศโครเอเชีย

Jelacic Square รูปปั้นของนายพล “บาน โจซิฟ เจลาซิค

นำท่านไปยัง จัตุรัสเจลาซิค (Jelacic Square) ที่มีรูปปั้นของนายพล “บาน โจซิฟ เจลาซิค” เป็นวีระบุรุษของประเทศที่นำทหารชาวโครแอตต่อต้านฮังการีในสมัยต้นศตวรรษที่ 19 ต่อด้วยเดินชม เขตเมืองเก่าตอนบนและตอนล่าง ที่เชื่อมกันด้วยรถราง Funicular โดยมีทางวิ่งยาวเพียง 66 เมตร ซึ่งเป็นความยาวสั้นที่สุดในยุโรป ให้ท่านนั่งรถรางสู่เมืองตอนบนของกรุงซาเกรบ ผ่านชมประตูเมืองเก่า ป้อมปราการโบราณ นำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์มาร์ก (St.Mark’s Church) โบสถ์ที่มีชื่อเสียงของเมืองซาเกรบ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่จุดเด่นของโบสถ์คือกระเบื้องหลังคาที่ทำเป็นโมเสก มีลวดลายเป็นตราประจำเมืองซาเกรบและตราสัญลักษณ์ของประเทศโครเอเชีย สโลเวเนียและดัลมาเซียอยู่ข้างๆกัน และชม ประตูหิน (Stone Gate) ที่เคยเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ในอดีต แต่มีรูปของพระแม่มารียังคงเหลืออยู่เพียงสิ่งเดียว เป็นความมหัศจรรย์ที่รูปของพระแม่มารีไม่โดนไฟไหม้ ทำให้ปัจจุบันชาวพื้นเมืองนิยมมาไหว้บูชาหรือขอบคุณกับสิ่งปาฏิหาริย์ ที่เคยขอแล้วได้ดั่งที่ต้องการ สังเกตจากแผ่นหินที่ติดโดยรอบ จะสลักคำว่า “HVALA” ที่แปลว่า ขอบคุณ ในภาษาท้องถิ่น

ซาเกร็บ, โครเอเชีย (Dolac Market, Zagreb)

จากนั้นนำท่านไปยัง ตลาดกลางเมือง (Dolac Market) ตลาดกลางแจ้งที่เก่าแก่ที่มีสีสันสดใส มีร้านอาหาร, ขายไม้ดอก ไม้ประดับ, ผลไม้ราคาถูกและผ้าลูกไม้สวยแบบต่างๆ นำท่านเข้าชม มหาวิหารประจำเมืองซาเกรบ (Cathedral of Zagreb) โบสถ์คาทอลิกประจำเมืองซาเกรบ ตั้งเด่นเป็นสง่าอย่างชัดเจน มีความสูงถึง 108 เมตร ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโครเอเชีย รอบโบสถ์แห่งนี้ยังมีกำแพงที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันศัตรู ก็คือ ชาวออตโตมัน ที่อยู่ทางตะวันออกและส่งกองทัพมาโจมตีอยู่บ่อยๆ โดยกำแพงนี้เรียกว่า Renaissance Wall ที่ยังคงอนุรักษ์มาจนถึงทุกวันนี้ ให้ท่านได้รับฟังเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของโบสถ์ และอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกในย่านการค้าตามอัธยาศัย

12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

13.30 น. นำท่านเดินทางไปยัง ปราสาททรากอสคัน (Trakošćan Castle) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เข้าชมปราสาทที่สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 13 ตั้งอยู่ในโซนตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศโครเอเชีย เป็นปราสาทและป้อมปราการสังเกตการณ์ที่เอาไว้คอยป้องกันข้าศึกชาวเติร์ก ปราสาทแห่งนี้ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ที่ได้รับการคุ้มครองในฐานะแหล่งมรดกทางประวัติศาสตร์ของโครเอเชีย ภายในมีพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องราวถึงประวัติศาสตร์กว่า 400 ปี ของปราสาทและครอบครัว Draskovic ที่ในอดีตเคยเป็นเจ้าของปราสาทแห่งนี้ มีการจัดแสดงภาพวาด, เฟอร์นิเจอร์, อาวุธโบราณ และสิ่งของต่างๆในยุคสมัยนั้น ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมกันอย่างเต็มอิ่ม สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับมายัง กรุงซาเกรบ (Zagreb)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Hotel International Zagreb หรือระดับเทียบเท่า

วันศุกร์ที่ 9 ส.ค. 62 (3) พูล่า – สนามกีฬาพูล่า อารีน่า – โรวินจ์ – โบสถ์ยูฟีเมีย – โอพาเทีย

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.30 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองพูล่า (Pula) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่มีความโดดเด่นในฐานะศูนย์กลางของคาบสมุทรอิตาเลียน เคยเป็นเมืองศูนย์กลางของแหลมอิสเตรีย และเคยเป็นดินแดนของประเทศอิตาลีมาก่อน ทำให้มีผู้คนใช้ภาษาอิตาเลี่ยนกันอย่างแพร่หลาย แม้กระทั่งตามป้ายจราจรยังคงมีภาษาอิตาเลี่ยนเขียนกำกับไว้

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

นำท่านเข้าชมสิ่งก่อสร้างในสมัยโรมันที่ยิ่งใหญ่ ที่ยังคงเหลือเป็นอนุสรณ์และสำคัญที่สุดคือ สนามกีฬาพูล่า อารีน่า (Pula Arena) หรือ AMPHITHEATER สนามกีฬากลางแจ้งที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับโคลอสเซียม ในกรุงโรม นับเป็นอารีน่าที่ใหญ่เป็นอันดับหกที่สร้างขึ้นในยุคโรมันเรืองอำนาจ จึงถูกสร้างขึ้นตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมโรมันอย่างเดียวกับโคลอสเซียมของกรุงโรม สามารถจุผู้คนได้ถึง 22,000 คน โดยผ่านทางเข้าออก 20 ช่องทาง อารีน่าที่เห็นในปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ให้คงสภาพดั้งเดิม โดยในปัจจุบันมักใช้เป็นสถานที่จัดงานกิจกรรมกลางแจ้ง เทศกาลดนตรีต่างๆ รวมทั้งเป็นสถานที่จัดงานภาพยนตร์ประจำปี (International Film Festival) อีกด้วย

15.00 น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโรวินจ์ (Rovinj) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที เมืองตากอากาศชายทะเลชื่อดัง เมืองสวย มีเสน่ห์ อีกแห่งหนึ่งในประเทศโครเอเชีย ตั้งอยู่ในคาบสมุทร Istria เมืองเก่าแก่ตั้งแต่ยุคโรมัน แต่อมาก็อยู่ภายใต้อาณาจักรไบเซนไทน์ Aquileia เวเนเซียน และจักรวรรดิ์ออสเตรีย ตามลำดับ จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุด ก็เป็นส่วนหนึ่งของยูโกสลาเวีย และโครเอเชียในปัจจุบัน นำท่านเดินเที่ยวชม เมืองโรวินจ์ (Rovinj) เป็นเมืองที่สวยงาม มีอาคาร บ้านเรือนและตรอกซอยขนาดเล็ก ที่พื้นปูด้วยหินคอปเปอร์ก้อนเล็กก้อนน้อย นำท่านไปชม โบสถ์ยูฟีเมีย (St.Euphemia) ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา เป็นโบสถ์สไตล์บาร็อคที่มียอดโบสถ์สูงถึง 61 เมตร และถือได้ว่าเป็นยอดโบสถ์ที่สูงที่สุดของแคว้นอิสเตรีย

จากนั้นนำท่าน ชมเขตเมืองเก่า (Old Town) ที่เต็มไปด้วยความงดงามของตึกรามบ้านช่องที่เรียงเป็นแนวยาวในตรอกเล็กๆ ริมชายฝั่งทะเลอาเดรียติก ซึ่งบริเวณเมืองเก่าแห่งนี้มีลักษณะเป็นเกาะแยกตัวออกมาจากแผ่นดินใหญ่ แต่ได้มีการถมทะเลเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่เพื่อความสะดวกในการเดินทาง สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองโอพาเทีย (Opatija) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที เมืองที่มีสมญานามว่า “ไข่มุกแห่งทะเลอา เดรียติก” ชื่อเดิมของเมืองนี้ ในภาษาอิตาลี คือ “Abbazia” ด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ประกอบกับอยู่ริมทะเลอาเดรียติก ที่มีวิลล่าหรูหราสไตล์ออสเตรีย จึงทำให้โอพาเทียเป็นเมืองท่องเที่ยวและพักผ่อนที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโครเอเชีย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Remisens Hotel Opatija หรือระดับเทียบเท่า

วันเสาร์ที่ 10 ส.ค. 62 (4) หมู่บ้าน Rastoke – อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (LOWER LAKE)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.30 น. นำท่านเดินทางไปยัง หมู่บ้าน Rastoke ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ให้ท่านได้ชมหมู่บ้านเล็กๆริมแม่น้ำ Slunjčica ที่มีน้ำตกล้อมรอบหมู่บ้าน ผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตกันอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนโรแมนติก เรียงรายไปด้วยน้ำตก ลำธาร แก่งหิน อีกทั้งยังมีโรงสีเก่าแก่ที่ได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันที่แห่งนี้มีร้านอาหาร บาร์ และร้านขายของที่ระลึกมากมาย ทำให้นักท่องเที่ยวแวะมาเยี่ยมชมกันอย่างไม่ขาดสาย

Plitvice Lakes National Park หรือ Plitvička jezera (Croatia) อุทยานแห่งชาติพลิทวิเซ่ ประเทศโครเอเชีย

สมควรแก่เวลา นำท่านออกเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (National Park Plitvice) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที อุทยานแห่งสวรรค์ที่มีชื่อเสียงของประเทศโครเอเชีย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO เมื่อปี 1979 และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนมากกว่าปีละ 1 ล้านคน จุดเด่นของที่นี่คือ

Plitvice Lakes National Park หรือ Plitvička jezera (Croatia) อุทยานแห่งชาติพลิทวิเซ่ ประเทศโครเอเชีย

ทะเลสาบที่มีเชื่อมต่อกันทั้งหมด 16 แห่ง และเนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาที่มีระดับสูงไม่เท่ากัน ทะเลาสาบย่อยๆจึงวางตัวลดหลั่นกันตามไหล่เขา น้ำที่ไหลไปมาระหว่างทะเลสาบจึงกลายเป็นน้ำตกใหญ่น้อยอย่างสวยงาม อีกทั้งสีของน้ำในทะเลสาบยังแตกต่างกันตามแต่ละพื้นที่ ฤดูกาล และช่วงเวลาในแต่ละวัน ทั้งน้ำสีเขียว สีฟ้า สีคราม สีเทา สะท้อนแร่ธาตุและสิ่งมีชีวิตภายในลำน้ำแต่ละช่วง

12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

อุทยานแห่งชาติพลิทวิทเซ่, โครเอเชีย (Plitvice National Park, Croatia) Big Waterfall

นำท่านเดินสำรวจธรรมชาติในเขต อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ ให้ท่านเพลิดเพลินเดินชมความงามของทะเลสาบและน้ำตกที่ไหลรวยรินลงสู่ทะเลสาบทั่วทุกหนทุกแห่ง ชมฝูงปลาแหวกว่ายในสระน้ำใสราวกระจกสะท้อนสีครามของท้องฟ้า แวดล้อมด้วยหุบเขา ต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่นและยังอุดมไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดถึง 1,146 สายพันธุ์ เดินชมธรรมชาติอันงดงามสุดอลังการของฝั่ง LOWER LAKE ที่ประกอบด้วย 4 ทะเลสาบได้แก่ MILANOVAC, GAVANOVAC, KALUDEROVAC และ NOVAKOVICA ชมทะเลสาบต่างๆ ตามทางเดินสะพานไม้ที่เชื่อมแต่ละทะเลสาบเข้าด้วยกัน แล้วเดินไปชม VELIKI SLIP BIG WATERFALL น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานแห่งนี้ มีความสูงถึง 70 เมตรเลยทีเดียว

อุทยานแห่งชาติพลิทวิทเซ่, โครเอเชีย (Plitvice National Park, Croatia) เรือข้ามฟากทะเลสาบ Kozjak

จากนั้นเดินลัดเลาะไปยัง ท่าเรือ P3 (Boat Station 3) นำท่าน ล่องเรือข้ามทะเลสาบ JEZERO KOZJAK ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานแห่งนี้ อีกทั้งยังเป็นทะเลสาบที่เชื่อมระหว่างอุทยานตอนล่าง (LOWER LAKE) ขึ้นสู่ทะเลสาบชั้นบนของอุทยาน (UPPER LAKE) ระหว่างทางชมธรรมชาติที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล โดยแต่ละฤดูกาลจะมีความสวยงามของธรรมชาติโดดเด่นแตกต่างกัน โดยยากที่จะตัดสินได้ว่าฤดูกาลใดสวยงามที่สุด

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง เมนูพิเศษ ปลาเทราต์ย่างเกลือ

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Jezero Hotel Plitvice (Upper Lakes) หรือระดับเทียบเท่า

วันอาทิตย์ที่ 11 ส.ค. 62 (5) ชิเบนิก – มหาวิหารเซนต์เจมส์ – ป้อมปราการ St.Michael’s – โทรเกียร์ – ป้อมปราการคริส – สปลิท

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองชิเบนิก (Šibenik) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เมืองประวัติศาสตร์ของประเทศโครเอเชีย ตั้งอยู่ในภูมิภาคแดลเมเชียตอนกลาง บริเวณที่แม่น้ำเคอร์คาไหลลงสู่ทะเลเอเดรียติก ชิเบนิกเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครอง การศึกษา การขนส่ง อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวของเทศมณฑลชิเบนีก-คนีน และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ในภูมิภาคแดลเมเชียอันเก่าแก่ นอกจากนี้ยังเป็นเมืองของชาวโครแอตพื้นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดริมชายฝั่งทะเลอีกด้วย

นำท่านชม มหาวิหารเซนต์เจมส์ (St.James) ที่มีขนาดใหญ่และสวยงามมาก ถูกก่อสร้างจากหินล้วนๆ โดยมีการใช้เทคนิคการก่อสร้างแบบที่ไม่จำเป็นต้องใช้ตะปูหรือวัสดุใดๆเพื่อยึดโครงสร้างต่างๆเข้าด้วยกันเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของมหาวิหารนี้คือ รูปสลักรูปหน้าคนที่ตั้งเรียงรายกันอยู่รอบๆตัววิหารเป็นจำนวน 71 หน้า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนชาวเมืองในสมัยนั้น อีกทั้งวิหารแห่งนี้ยังได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO อีกด้วย จากนั้นนำท่านไปยัง ป้อมปราการ St.Michael’s Fortress ที่ตั้งอยู่บนยอดเนินเขา ท่านสามารถมองเห็นบรรยากาศเมืองเก่าของซิเบนิกและวิวอันสวยงามของทะเลอะเดรียติกในมุมกว้างได้จากที่นี่ และนอกจากจะเป็นป้อมปราการเก่าแล้ว ที่นี่ยังได้มีการสร้างปรับปรุงใหม่เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดการแสดงแบบ Open Air โดยระหว่างชมการแสดงก็จะสามารถเห็นวิวของทะเลอะเดรียติกตรงด้านหลังเวทีได้อีกด้วย จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโทรเกียร์ (Trogir) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ที่ได้รับการขนานนามว่า A LITTLE VENICE เมืองโบราณบนเกาะเล็กๆ ที่ถูกปกครองโดยพวกกรีกและโรมัน ปัจจุบันมีการอนุรักษ์เป็นเมืองเก่าไม่ว่าจะเป็นป้อมปราการจัตุรัส และกำแพงเมืองไว้เป็นอย่างดีจนได้รับการยกย่องจากยูเนสโก้ (UNESCO) ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ.1997 อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองเก่าโทรเกียร์ ที่เต็มไปด้วย สถาปัตยกรรมในสไตล์ กรีก–โรมันโบราณ มีตรอกซอยแคบๆตามสไตล์เมืองเก่าในยุโรป มีกำแพงเมืองล้อมรอบทุกทิศ มีโบสถ์เล็กๆแทรกตัวอยู่มากมาย และบริเวณริมทะเลของโทรเกียร์ก็มีป้อมปราการขนาดเล็กชื่อ Kamerlengo Fortress ตั้งอยู่ปลายสุดของเกาะ ซึ่งท่านสามารถขึ้นไปชมวิวเมืองเก่าของโทรเกียร์ในแบบมุมกว้างได้จากที่นี่

16.30 น. นำท่านเดินทางไปยัง ป้อมปราการคริส (The Klis Fortress) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที สถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ซีรีย์เรื่องดังระดับโลก Game of Thrones เป็นป้อมปราการยุคกลางที่ตั้งอยู่บนภูเขาเหนือหมู่บ้านคริส (Klis) และอยู่ไม่ไกลจากเมืองสปลิท สร้างขึ้นโดยชาวอิลลีเรียโบราณ จากเดิมเป็นปราสาทที่ประทับของกษัตริย์โครเอเชีย สุดท้ายได้กลายเป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ในช่วงสงครามออตโตมันในยุโรป ป้อมแห่งนี้ได้คอยปกป้องบ้านเมืองตลอดประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่าสองพันปี และด้วยทำเลที่ตั้งของป้อมตั้งอยู่บนภูเขาสูงเด่นตระหง่า จึงทำให้เป็นจุดสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวในการชมวิวทิวทัศน์ที่สามารถมองเห็นเมืองสปลิทในระยะไกลได้อีกด้วย

Spilt ท่าเรือเมืองสปริท โครเอเชีย

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองสปลิท (Split) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที เมืองชายทะเลที่ใหญ่ที่สุดในทะเลอาเดรียติก มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศโครเอเชีย เป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมาราว 2,500 ปีนับตั้งแต่ยุคกรีก และเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งภายในภูมิภาค โดยมีระบบขนส่งเชื่อมโยงกับกลุ่มเกาะในทะเลเอเดรียติกและเมืองในคาบสมุทรอิตาลี

19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Hotel Globo Split หรือระดับเทียบเท่า

วันจันทร์ที่ 12 ส.ค. 62 (6) พระราชวังดิโอคลีเชี่ยน – นีอุม – อ่าวมาลี สตอน – ล่องเรือเยี่ยมชมฟาร์มเลี้ยงหอย – ดูบรอฟนิค – ชมการแสดงระบำลาโด้ พร้อมรับประทานอาหารค่ำ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.30 น. นำท่านเข้าชม พระราชวังดิโอคลีเชี่ยน (Diocletian’s Palace) ที่สร้างขึ้นจากพระประสงค์ของจักรพรรดิ์ดิโอคลีเชี่ยน ที่ต้องการสร้างพระราชวังสำหรับบั้นปลายชีวิตของพระองค์ ซึ่งใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 10 ปี ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ในปี ค.ศ.1979 โดยในยุคสมัยของจักรพรรดิ์ดิโอเคลีเชี่ยน เป็นช่วงยุคสมัยเริ่มต้นของจักรวรรดิโรมันตะวันออก หรือ จักรวรรดิไบแซนไทน์นั่นเอง ชมห้องโถงกลางซึ่งมีทางเดินที่เชื่อมต่อสู่ห้องอื่นๆ ชมลานกว้างซึ่งล้อมไว้ด้วยเสาหินแกรนิต 3 ด้าน และเชื่อมต่อด้วยโค้งเสาที่ตกแต่งด้วยช่อดอกไม้สลักอย่างวิจิตรสวยงาม

จากนั้นอิสระให้ท่านเดินช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าพื้นเมือง, ร้านเนคไท, ร้านรองเท้า, ร้านช็อคโกแลต, ร้านเครื่องหนัง, ร้านกระเป๋าและอื่นๆอีกมากมาย หรือหากท่านใดไม่ชอบการช้อปปิ้งอาจมานั่งดื่มกาแฟบริเวณหน้าอ่าว ที่เป็นที่ตั้งของร้านกาแฟเรียงรายตลอดแนวกำแพงฝั่งที่ติดกับทะเล ดูวิถีชีวิตของผู้คนชาวสปลิท และนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนเมืองสวยงามแห่งนี้

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ อ่าวมาลี สตอน (Mali Ston) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ก่อนเดินทางถึงเมืองมาลี สตอน ท่านจะได้แวะถ่ายรูปที่ เมืองนีอุม (Neum) ประเทศบอสเนีย ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของโครเอเชีย โดยประชากรส่วนใหญ่ก็เป็นชาวโครเอเชีย และนำท่านเดินทางข้ามพรมแดนอีกครั้งหนึ่งเพื่อกลับเข้าสู่ประเทศโครเอเชีย เมื่อถึงเมืองมาลี สตอน นำท่าน ล่องเรือเยี่ยมชมฟาร์มเลี้ยงหอย ใช้เวลาเยี่ยมชมประมาณ 1 ชั่วโมง ชมขั้นตอนต่างๆของการเลี้ยงหอย และให้ท่านได้ชิมหอยนางรมสดๆจากทะเลอาเดรียติก พร้อมด้วยเครื่องเคียงและจิบไวน์เติมเต็มรสชาติท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามของอ่าวมาลี สตอน (การล่องเรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ณ วันที่เดินทาง)

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองดูบรอฟนิค (Dubrovnik) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง หรือไข่มุกแห่งทะเลอาเดรียติก เมืองทางตอนใต้ของสาธารณรัฐโครเอเชีย เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโครเอเชีย และเป็นเมืองที่สวยงามติดอันดับต้นๆของโลก ซึ่งในอดีตเมื่อปี 1991 เมืองดูบรอฟนิคได้ถูกโจมตีจากกองทหารยูโกสลาฟ บ้านเรือนกว่าครึ่ง อนุสาวรีย์ต่างๆเสียหายและทรุดโทรม หลังจากนั้นในปี 1995 ได้มีการลงนามในสนธิสัญญา ERDUT สงบศึก และเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ UNESCO และสหภาพยุโรป ได้ร่วมกันบูรณซ่อมแซมเมืองส่วนที่เสียหายขึ้นใหม่ในระยะเวลาอันสั้น ปัจจุบันเมืองดูบรอฟนิคก็กลับมาสวยงามอีกครั้ง และมีการส่งเสริมให้เป็นมรดกโลก (UNESCO) อีกเมืองหนึ่งในปี ค.ศ.1979

19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง ลิ้มรสเมนูพิเศษ กุ้ง LOBSTER ย่าง เสิร์ฟพร้อมสปาเก็ตตี้ พร้อมชมการแสดงระบำลาโด้ ศิลปะการร่ายรำพื้นบ้านประจำชาติโครเอเชีย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Valamar Lacroma Dubrovnik Hotel หรือระดับเทียบเท่า

วันอังคารที่ 13 ส.ค. 62 (7) ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่ยอดเขา SRD – ล่องเรือพาโนราม่า – เที่ยวชมกำแพงเมืองโบราณ และเขตเมืองเก่า – คาฟถัต – สนามบิน ดูบรอฟนิค – เดินทางกลับกรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

SRD Mountain view point Dubrovnik จุดชมวิว(บนเขา SRD) เมืองดูบรอฟนิค ประเทศโครเอเชีย

08.30 น. นำท่านเดินทางสู่สถานีเคเบิลคาร์เพื่อ ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่ยอดเขา SRD ที่มีความสูง 400 เมตร ให้ท่านได้ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองดูบรอฟนิคจากมุมสูง ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของบ้านเมืองหลังคาสีและความงดงามของทะเลอาเดรียติก ยามสีนํ้าเงินของน้ำทะเลอาเดรียติกตัดกับสีส้มแสดของกระเบื้องหลังคาเมืองเก่า ถือเป็นภาพที่สวยงามเกินจินตนาการมากกว่าคำบรรยายใดๆ

ดูบรอฟนิก, โครเอเชีย (Dubrovnik, Croatia) Oldtown Wall of Dubrovnik Lockrum Island เกาะล็อคครุม

จากนั้นนำท่าน ล่องเรือพาโนราม่า ใช้เวลาล่องเรือประมาณ 50 นาที ชมความสวยงามของเมืองเก่าดูบรอฟนิคให้ครบทุกมุมมอง โดยเรือพาโนราม่าจะล่องเลียบกำแพงเมืองเก่ามุ่งหน้าสู่ เกาะล็อกครุม (Lokrum) เกาะนี้เคยมีแขกสำคัญอย่างกษัตริยริชาร์ดใจสิงห์ (Richard the Lionheart) แห่งเกาะอังกฤษ มาแวะพักระหว่างเดินทางไปทำสงครามครูเสด ที่ประเทศปาเลสไตน์ ปัจจุบันเกาะนี้ไม่มีผู้คนอยู่อาศัยค้างคืน มีแต่โบสถ์หรืออารามที่ยงคงเหลือไว้ เรือล่องนำท่านกลับเข้าสู่ท่าเรือดูบรอฟนิค

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเดินขึ้น ชมกำแพงเมืองโบราณ ชมความสวยงามของแนวหลังคาสีส้มตระหง่านไปทั้งเมืองเก่า กำแพงแห่งนี้มีความยาวรวมกันประมาณ 2 กิโลเมตร ท่านจะได้เพลิดเพลินชมความสวยงาม โดยว่ากันว่าใครมาเมืองดูบรอฟนิคแล้วไม่ได้ขึ้นมาชมกำแพงเมืองโบราณแห่งนี้ถือว่ามาไม่ถึงดูบรอฟนิค

ดูบรอฟนิก, โครเอเชีย (Dubrovnik, Croatia) Oldtown Wall of Dubrovnik

มีเวลาให้ท่านได้เดินเที่ยวชมเขตเมืองเก่าภายในกำแพงเมืองดูบรอฟนิค ถือว่าเป็นเมืองที่สวยงามติดอันดับต้นๆ ของโลก ชมทัศนียภาพของเมืองซึ่งดูบรอฟนิคมีที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลอาเดรียติค ตัวเมืองจะเป็นป้อมปราการโบราณที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ชมประตูเมือง (Pile Gate) สร้างไว้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 7, น้ำพุโบราณทรงกลม (Onofrio Fountain) เป็นน้ำพุที่ใช้เป็นเหมือนน้ำประปาในเมือง

จากนั้นให้ท่านได้ถ่ายรูปที่บริเวณจัตุรัสกลางเมืองซึ่งเป็นสถานที่นัดพบและประกอบกิจกรรมของชาวเมืองในอดีต รวมถึงสถานที่ลงโทษผู้กระทำผิดด้วย ถ่ายรูปกับ เสาหินอัศวิน (Orlando’s Colum), หอนาฬิกา (Bell tower) ที่ตั้งอยู่ปลายสุดของถนนสายหลัก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1444 หน้าปัดทำด้วยเหล็ก มีความพิเศษตรงลูกกลมๆ ใต้หน้าปัดซึ่งแทนพระจันทร์บอกข้างขึ้นข้างแรมในสมัยก่อน และ รูปปั้นของนักบุญ St.Blaise ซึ่งมีโบสถ์ประจำเมืองสไตล์โรมาเนสก์แห่งแรกของเมืองเป็นฉากหลัง

16.30 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองคาฟถัต (Cavtat) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที เมืองเล็กๆน่ารักริมฝั่งทะเลที่มีชายหาดอันงดงามยาวถึง 15 กิโลเมตร เป็นอาณานิคมของกรีกในอดีต ต่อมาถูกปกครองโดยโรมันก่อนที่จะถูกชนชาติสลาฟรุกราน จนในที่สุดคาฟถัตตกอยู่ภายใต้อานัติการปกครองของสาธารณรัฐรากูซาที่ได้ซื้อคาฟถัตนี้จากยุคพาฟโลวิก

18.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ สนามบินดูบรอฟนิค เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ

21.20 น. เหิรฟ้าสู่ กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK1440 ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 45 นาที

วันพุธที่ 14 ส.ค. 62 (8) อิสตันบูล – เดินทางถึงกรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

00.05 น. คณะเดินทางถึง ท่าอากาศยานอิสตันบูล อาตาตูร์ก ประเทศตุรกี เพื่อแวะพักเปลี่ยนเครื่องบิน … เวลารอเครื่องประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที

01.25 น. เหิรฟ้าสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK68 ใช้เวลาบิน 9 ชั่วโมง 35 นาที

15.00 น. คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

ราคารวมตั๋วเครื่องบิน (คณะเดินทางขั้นต่ำ 20 ท่านขึ้นไป)

  • ผู้ใหญ่ พักห้องคู่ (ห้องละ 2 ท่าน) 93,500.-
  • เด็กอายุ 4-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (มีเตียง) 74,900.-
  • เด็กอายุ 4-6 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่มีเตียง) 64,500.-
  • พักห้องเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ 13,900.-
  • กรณีไม่ใช้ตั๋วเครื่องบินกรุ๊ป หักคืนท่านละ ผู้ใหญ่ 33,900.- / เด็ก 27,000.-

หมายเหตุ : กรณีคณะมีผู้เดินทาง ผู้ใหญ่ต่ำกว่า 20 ท่าน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคา และขอเรียกเก็บค่าทัวร์เพิ่มท่านละ 5,000 บาท

อัตรานี้รวม:

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเป็นหมู่คณะ ชั้นนักท่องเที่ยว เส้นทางกรุงเทพฯ-อิสตันบูล-ซาเกรบ // ดูบรอฟนิค-อิสตันบูล-กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ (TK)
  • ค่าภาษีสนามบิน และ ค่าภาษีน้ำมันจากสายการบิน ณ วันที่ 14 กันยายน 2561 ในกรณีสายการบินมีการปรับเพิ่มขึ้นหลังจากนี้ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บเพิ่มตามจริง
  • ค่าโรงแรมที่พัก ตามรายการที่ระบุหรือเทียบเท่า (ห้องละ 2 ท่าน)
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มทุกมื้อ ตามที่กำหนดในโปรแกรม
  • ค่ารถโค้ชมาตรฐานยุโรป ท่องเที่ยวตามรายการที่ระบุไว้ในโปรแกรม
  • ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่ระบุตามรายการ
  • ** หากสถานที่ท่องเที่ยวใดที่ไม่สามารถเข้าชมได้ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์
  • ในการไม่คืนค่าใช้จ่าย เนื่องจากทางบริษัทได้ทำการจองและถูกเก็บค่าใช้จ่ายไปแล้ว **
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าโครเอเชีย (ไม่ต้องโชว์ตัว) ส่งเอกสารไปทำวีซ่าที่ประเทศอินโดนีเซีย ใช้เวลาประมาณ 20-30 วันทำการ // สำหรับท่านที่มีวีซ่าในกลุ่มเชงเก้นที่ยังมีอายุการใช้งานเหลือ วีซ่าประเภท C ที่เป็นแบบ Multiple Entry หรือ Double Entry สามารถเข้าประเทศโครเอเชียได้เลยโดยที่ไม่ต้องทำการยื่นขอวีซ่าโครเอเชีย และหักคืนค่าวีซ่าท่านละ 5,300 บาท
  • ค่ามัคคุเทศก์ไทยจากกรุงเทพฯ ที่มีประสบการณ์ บริการอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าทิปพนักงานขับรถวันละ 2 ยูโร / ท่าน / วัน
  • ค่าทิปพนักงานยกกระเป๋าในโรงแรมทุกแห่ง เฉพาะใบใหญ่ท่านละ 1 ใบ ส่วนกระเป๋าสัมภาระใบเล็กอยู่ในความดูแลของลูกค้า
  • บริการน้ำดื่มแบบขวด บริการระหว่างเดินทางท่องเที่ยว 1 ขวด / ท่าน / วัน
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ที่ดูแลท่านตลอดการเดินทาง และทิปไกด์ท้องถิ่น
  • บริการมาม่า, น้ำพริก และขนมของว่างระหว่างการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง คุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาล
  • อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 500,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)

อัตรานี้ไม่รวม:

  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง ในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนดให้น้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม/ท่าน
  • ส่วนกระเป๋าถือติดตัวขึ้นเครื่องน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม/ท่าน
  • ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทาง หรือค่าแจ้งเข้าออก กรณีคนต่างด้าว
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ เครื่องดื่มและอาหารนอกรายการ, ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

เงื่อนไขการชำระเงิน:

  • กรุณาทำการจอง โดยแฟกซ์หรืออีเมล์หน้าพาสปอร์ตผู้เดินทาง เข้ามาที่บริษัท เพื่อยืนยันการจองที่นั่ง
  • กรุณาชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 30,000 บาทต่อผู้เดินทางหนึ่งท่าน ภายใน 3 วันนับจากวันที่จอง
  • ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ บริษัทฯ จะขอเก็บค่าทัวร์ทั้งหมดก่อนการเดินทาง ล่วงหน้า 30 วันก่อนการเดินทาง มิเช่นนั้นบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางของท่านโดยไม่มีเงื่อนไข
  • การเดินทางในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวหรือวันหยุดต่อเนื่อง อาจจะมีการเรียกเก็บค่าทัวร์เร็วกว่าที่กำหนดไว้ข้างต้น

* กรุณาพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ และเงื่อนไขการยกเลิกทัวร์ของบริษัท ก่อนท่านทำการจองทัวร์ *

สอบถามทัวร์ LINE: @lofttravel TEL: 02-402-6475, 02-046-0046, 080-291-0123, 085-225-4664, 086-321-4740, 086-322-1610