ทัวร์ออสเตรีย เยอรมัน อิตาลี 10 วัน 7 คืน 19-28 ตุลาคม 2562 กรุงเวียนนา (ออสเตรีย) พระราชวังเชินบรุนน์ เหมืองเกลือโบราณ ซาล์สบวร์ก ปราสาทแห่งเทพนิยาย นอยชวานสไตน์ เทือกเขาโดโลไมท์ (อิตาลี) ทะเลสาบเบรียส ทะเลสาบเวิร์ท นั่งรถไฟสายเซมเมอริงสู่กรุงเวียนนา

ปราสาทนอยชวานสไตน์ (neuschwanstein castle) ประเทศเยอรมนี

LOFT-CL210-AUSTRIA BEAUTIFUL NATURE 10D7N 191019 V001 (TG)

เทือกเขาโดโลไมท์ (Dolomites Mountains) เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ที่ทอดตัวอยู่ในเขตประเทศอิตาลีตอนเหนือ มีอาณาเขตครอบคลุมบริเวณแคว้นทิโรลใต้ และแคว้นเนเนโต้ เทือกเขาโดโลไมท์ได้ชื่อว่าเป็นแนวเขาที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเกิดจากการกัดกร่อนของธารน้ำแข็งและเกล็ดน้ำค้าง จึงเกิดลักษณะของยอดเขาหลากหลายรูปแบบ ทั้งเป็นยอดแหลม, เป็นหยักฟันปลาฉลาม, คล้ายเลื่อย, คล้ายหอคอย เป็นต้น ความสวยงามอันน่ามหัศจรรย์นี้ทำให้โดโลไมท์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO World Heritage ตั้งแต่ปี 2009

วันเสาร์ที่ 19 ต.ค. 62 (1) กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

22.00 น. คณะนัดพบพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 4 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย (TG) โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ และหัวหน้าทัวร์คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในเรื่องกระเป๋าสัมภาระและการเช็คอินแก่ทุกท่านก่อนการเดินทาง

วันอาทิตย์ที่ 20 ต.ค. 62 (2) กรุงเทพฯ – กรุงเวียนนา (ออสเตรีย) – พระราชวังเชินบรุนน์ – เมลค์ – มหาวิหารเมลค์ – ลินซ์

01.20 น. เหิรฟ้าสู่ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG936 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง 55 นาที)

07.15 น. คณะเดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเวียนนา กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย เต็มไปด้วยศิลปะ การดนตรี สถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ แหล่งช้อปปิ้งสุดหรู และสวนสาธารณะที่สวยงามมากมาย และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรียอีกด้วย … หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร พร้อมรับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้ว

รูปปั้นสิงโต หน้า พระราชวังเชินบรุนน์ schonbrunn palace เวียนนา Vienna ประเทศออสเตรีย austria

รถโค้ชรอรับนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn Palace) ถูกสร้างขึ้นโดยมีต้นแบบเป็นพระราชวังแวร์ซายส์เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญของกรุงเวียนนา ดึงดูดผู้เข้าชมได้นับล้านคนในแต่ละปี และที่สำคัญพระราชวังเชินบรุนน์ยังได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกอีกด้วย จุดเด่นของพระราชวังนี้ก็คือ ตัวอาคารใหญ่โตสไตล์โรโคโค (Rococo) ที่มีสีเหลืองอร่ามสะดุดตา

พระราชวังเชินบรุนน์ schonbrunn palace เวียนนา Vienna ประเทศออสเตรีย austria

ประกอบด้วยห้องทั้งหมด 1,441 ห้อง อดีตเคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก โดยพระเจ้าโยเซฟที่ 1 เป็นผู้ดำริในการสร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นมา ต่อมาจักรพรรดิเลโอโปลด์ที่ 1 ได้มีการปรับปรุงขึ้นใหม่ และแล้วเสร็จในสมัยจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา

12.00 น.รับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองเมลค์ (Melk) ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง เมืองเล็กๆทางตะวันตกเฉียงใต้ของออสเตรีย ที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนในยุคเรเนซองส์ ที่มองดูราวกับอยู่ในเมืองแห่งเทพนิยาย เมืองเมลค์นี้นับเป็นจุดศูนย์กลางของวัฒนธรรมและจิตใจของชาวออสเตรีย เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของการกำเนิดประเทศออสเตรีย

นำท่านเข้าชม มหาวิหารเมลค์ (Melk Abbey) มหาวิหารที่สร้างโดดเด่นเป็นสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาโร๊คมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ ตัวอาคารก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ 976 และได้รับการบูรณะใหม่ในปี ค.ศ. 1701-1736 ตามการออกแบบของยาคอป พรันด์เทาเออร์ นำท่านชม ห้องอิมพีเรียล (Imperial Corridor) ซึ่งถูกจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยเดินผ่านบันไดอิมพีเรียลที่มีรูปปั้นและคำขวัญประจำใจของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 6 ซึ่งเป็นองค์อุปถัมภ์สำนักสงฆ์แห่งนี้ในอดีตกาล

นำท่านชม ห้องโถงหินอ่อน (Marble Hall) ซึ่งมีภาพเขียนสีเฟรสโก้เด่นเป็นสง่าอยู่บนเพดาน นำท่านชม ห้องสมุดแห่งสำนักสงฆ์เมลค์ ห้องสมุดขนาดใหญ่ที่มีกลิ่นอายของยุคกลาง เครื่องตกแต่งที่ทาด้วยไม้เกือบทั้งหมดผ่านการก่อสร้างมาอย่างประณีตบรรจง และภาพเขียนสีบนปูนเปียกสไตล์เฟรสโก้ที่วาดโดย พอล โทรเกอร์

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองลินซ์ (Linz) ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง เมืองใหญ่อันดับ 3 ของออสเตรีย ครั้งหนึ่งลินซ์เคยเป็นเมืองสำคัญในระดับภูมิภาคของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ และสร้างความร่ำรวยขึ้นอย่างมากมายจากการค้าขาย ปัจจุบันลินซ์ยังคงดึงดูดผู้หลงใหลในดนตรีและวัฒนธรรมอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีเทศกาลต่างๆของวงชื่อดังอย่าง Bruckner Orchestra และ โอเปราเฮาส์สมัยใหม่

19.00 น. รับประทานอาหารค่ำแบบพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Courtyard Marriott Hotel Linz หรือระดับเทียบเท่า

วันจันทร์ที่ 21 ต.ค. 62 (3) ลินซ์ – ฮอลสตัท – เหมืองเกลือโบราณ – ซี สตราซ – เซนต์วูฟกัง

เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย ประเทศออสเตรีย Austria

08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองฮอลสตัท (Hallstatt) ระยะทางประมาณ 125 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 50 นาที หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวยที่มีอายุกว่า 4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวย งามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage

10.00 น. นำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้า เพื่อนำท่านเข้าชม เหมืองเกลือโบราณ (Salzwelten) ที่มีอายุมากกว่า 7,000 ปี เหมืองเกลือที่ตั้งอยู่บนภูเขา มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 838 เมตร หรือใช้เวลาในการเดินทางเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น ให้ท่านได้ตื่นเต้นกับการผจญภัยในการเข้าชมเหมืองเกลือ ทดลองแต่งตัวแบบชาวเหมือง ชมการสาธิตการทำเหมืองเกลือ หุ่นจำลองชีวิต และล่องเรือชมความงดงามภายในถ้ำ สุดท้ายตื่นเต้นกับการเล่นสไลเดอร์ออกสู่ปากถ้ำ และที่นี่ท่านสามารถท้าทายความสูงด้วยการยืนชมทิวทัศน์เมืองจากมุมสูงที่จุด Skywalk ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครชื่อดังเรื่องเพลิงนรี”

13.00 น.รับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร ให้ท่านได้ลิ้มรสเมนูปลาเทราซ์

ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย อายุกว่า 4,500 ปี เดินเที่ยวชมเมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวย งามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรียและเป็นพื้นที่มรดกโลก UNESCO Cultural -Historical Heritage

14.00 น. อิสระให้ท่านเดินเล่น ชมเมืองฮอลสตัท โดยเดินเท้าเลาะริมทะเลสาบบนถนนเลียบทะเลสาบที่เรียกว่า ซี สตราซ (See Strasse) ระยะทางประมาณ 900 เมตร อีกด้านมีร้านขายของที่ระลึก ที่ศิลปินพื้นบ้านออกแบบเองเป็นระยะสลับกับบ้านเรือนสไตล์อัลไพน์ที่เก่าแก่ไม่ขาดสาย บ้างอยู่ระดับพื้นดิน บ้างอยู่บนหน้าผาลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ

และบ้านแต่ละหลังล้วนประดับประดาด้วยของเก่า ดอกไม้หลากสีสันสวยงาม ปลายสุดของถนนซีสตราซ ท่านจะได้ชมจัตุรัสประจำเมืองซึ่งเป็นลานหินขนาดย่อม ประดับด้วยน้ำพุกลางลาน และอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม อิสระให้ท่านได้พักผ่อนนั่งจิบกาแฟหรือเดินเที่ยวชมเมืองตามอัธยาศัย

15.30 น. สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองเซนต์วูฟกัง (St.Wolfgang) ระยะทางประมาณ 39 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที หมู่บ้านเล็กๆในเขตชาลซ์คัมเมอร์กุด ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบวูล์ฟกัง ซึ่งเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่มีชื่อเสียงของประเทศออสเตรีย มีความยาวถึง 10.5 กิโลเมตร และอยู่บริเวณชายเขาชาร์ฟแบร์ก (Schafberg Mountain) ที่อยู่ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์ มีความสูงถึง 1,783 เมตร โดยชื่อของหมู่บ้านนี้ถูกตั้งขึ้นตามชื่อของ นักบุญวูล์ฟกัง (St.Wolfgang) เป็นนักบุญชาวเยอรมันโดยกำเนิด และเป็น 1 ใน 3 ของนักบุญที่โดดเด่นที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 10

นำท่านไปยัง จัตุรัสมาร์เก็ต สแควร์ (Markt) เป็นจุดศูนย์รวมของคนในเมือง เป็นที่ตั้งของโบสถ์ประจำเมือง (Pfarrkirche St. Wolfgane) โบสถ์ที่นักบุญวูล์ฟกัง ได้แยกตัวออกมาอยู่บริเวณริมทะเลสาบและได้สร้างโบสถ์เล็กๆขึ้นมาหลังหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันได้เป็นโบสถ์ประจำเมืองและมีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปและกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของเหล่านักแสวงบุญ อีกทั้งบริเวณจัตุรัสแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของเหล่าร้านค้า ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกอีกมากมาย อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Hotel Landhaus zu Appesbach หรือระดับเทียบเท่า

19.00 น.รับประทานอาหารค่ำแบบพื้นเมือง ณ ห้องอาหารของโรงแรม

วันอังคารที่ 22 ต.ค. 62 (4) ซาล์สบวร์ก – สวนมิราเบล – อนุสาวรีย์โมสาร์ท – ถนนเกไทรเดร้ – ฟุสเซ่น (เยอรมัน)

เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.30 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองซาล์สบวร์ก (Hohensalzburg castle, Salzburg, Austria) ระยะทางประมาณ 49 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนครหลวงแห่งศิลปะบาโรค เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศออสเตรีย และยังเป็นบ้านเกิดของคีตกวีเอกของโลกนามว่า โวล์ฟกังก์ อมาเดอุส โมสาร์ท เมืองนี้ยังโด่งดังจากการเป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์เพลงอมตะ “มนต์รักเพลงสวรรค์” หรือ The Sound of Music และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ. 1997 อีกด้วย

สวนมิราเบล mirabell garden ซาลส์บวร์ก (salzburg) ออสเตรีย Austria

นำท่านชม สวนมิราเบล (Mirabell garden) ที่อยู่ภายในพระราชวังเดิมถูกออกแบบโดย Johann Bernhard Fischer Von Erlach สวนสร้างในรูปแบบเรขาคณิต ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้หลากหลายสีสัน มีรูปปั้นเทพเจ้าและน้ำพุ เป็นสวนแบบบารอคอันสวยงาม ที่มีฉากหลังเป็นป้อมปราการโฮเฮนซาลส์บวร์ก ตั้งเด่นตระหง่านอยู่บนเนินเขา

จากนั้น นำท่านเข้าสู่จัตุรัสกลางเมืองเพื่อถ่ายรูปคู่กับ อนุสาวรีย์โมสาร์ท (Mozart Monument) สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมซาร์ท นักดนตรีเอกของโลก โมสาร์ทมีชีวิตอยู่ช่วง 27 มกราคม พ.ศ. 2299 – 5 ธันวาคม พ.ศ. 2334 เป็นนักประพันธ์ดนตรีคลาสสิกชาวออสเตรียที่มีชื่อเสียงก้องโลก มีผลงานประพันธ์เพลงกว่า 700 ชิ้น ซึ่งบ้านเกิดของเขาก็คือ เมืองซาล์สบูวร์กแห่งนี้ และอิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองเก่าบนถนนสายหลักที่ ถนนเกไทรเดร้ (Getreidegasse) เป็นถนนสายเล็กที่มีความงดงามมาก บ้านเรือนสองฝั่งถนนจะเป็นอาคารโบราณสไตล์เรเนซองส์ตอนปลายและบารอคตอนต้น จึงทำให้สถาปัตยกรรมที่เราเห็นนั้นมีความอลังการด้วยรายละเอียดมากมาย

แต่ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นอีกอย่างของถนนสายนี้คือ ป้ายของร้านค้าต่างๆที่บ่งบอกถึงสินค้าที่ขายกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ทำเป็นป้ายเหล็กดัดรูปทรงที่ไม่ซ้ำแบบกันซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละร้าน อีกทั้งถนนสายนี้ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังในย่านเมืองเก่าที่มีสินค้าแบรนด์เนมมากมายให้ได้เลือกสรรไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Geox, Swatch, Tommy Hilfiger, Swarovski, Longchamp, H&M ฯลฯ รวมไปถึงมีร้านกาแฟ ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกอีกมากมายที่เรียงรายไปตามแนวยาวของถนน

13.30 น.รับประทานอาหารกลางวันแบบจีน ณ ภัตตาคาร

14.30 น. สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองฟุสเซ่น (Fussen) ระยะทางประมาณ 215 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 30 นาที เมืองที่ตั้งอยู่ปลายแคว้นบาวาเรียมีชายแดนห่างจากประเทศออสเตรียเพียงแค่ 5 กม. เท่านั้น เมืองนี้มีชื่อเสียงโด่งดังเพราะเป็นสถานที่ตั้งของปราสาทปราสาทนอยชวานสไตน์ปราสาทต้นแบบที่การ์ตูนวอล์ทดิสนีย์เอามาวาดเป็นฉากแสนสวยเรื่องเจ้าหญิงนิทรา นอกจากนั้นภายในเมืองก็ยังมีความน่ารักในตัวเองเพราะเป็นเมืองเล็กๆ ขนาดไม่ใหญ่มากนัก ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขาและธรรมชาติ แต่ก็เพียบพร้อมด้วยความเจริญมีร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และโรงแรมดีๆ ที่พร้อมให้บริการแก่นักท่องเที่ยว

18.30 น. นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Luitpoldpark Hotel Fussen หรือระดับเทียบเท่า

19.00 น.รับประทานอาหารค่ำแบบพื้นเมือง ณ ห้องอาหารของโรงแรม

วันพุธที่ 23 ต.ค. 62 (5) ปราสาทแห่งเทพนิยาย นอยชวานสไตน์ – สะพานมาเรียนบรู๊ค – อินส์บรุค – ถนนมาเรีย เทเรสเซียน ซตราสเซอ – อาคารหลังคาทอง – Candy House

เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.30 น. นำท่านออกเดินทางสู่ หมู่บ้านชวานสเกา เป็นที่ตั้งของ ปราสาทแห่งเทพนิยาย นอยชวานสไตน์ (Neuschwansteinstraße) ปราสาทสวยที่แม้แต่ราชาการ์ตูนวอลท์ดิสนีย์ยังหลงใหลและนำไปเป็นต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ให้ท่านได้บันทึกภาพสวยที่มีปราสาทนอยชวานสไตน์

และปราสาทโฮเฮนชวานสเกาที่เป็นฉากหลัง โดยกษัตริย์ลุควิคที่ 2 ทรงมีพระประสงค์ที่จะสร้างปราสาท 3 แห่งที่ยิ่งใหญ่อันได้แก่นอยชวานสไตน์, ลินเดอฮอฟ และแฮเรนคิมเซ่ ให้เป็นมรดกอันล้ำค่าแห่งรัฐบาวาเรีย ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของตัวปราสาทที่โดดเด่น และมีทะเลสาบและธารน้ำแข็งล้อมรอบจากสะพานมาเรีย ซึ่งพาดผ่านโตรกผาพอลเล็ท เป็นจุดชมวิวที่งดงามที่สุดของปราสาทที่สร้างบนหน้าผาสูง 200 เมตร ในปี ค.ศ.1869 คริสเตียน จังค์ เป็นผู้ออกแบบตัวปราสาทภายนอก ให้เหมือนฉากละครในอุปรากรของวากเนอร์ …

จากนั้นนำท่าน เข้าสู่ภายในตัวปราสาท เพื่อชมความสวยที่ได้รับการตกแต่งอย่างอลังการ ด้วยภาพเขียนเกี่ยวกับเรื่องราวอุปรากรและห้องทรงงาน, ห้องท้องพระโรง, ห้องบรรทม ล้วนแต่งดงามจนยากที่จะพรรณนา (มี Audio ภาษาไทยบรรยาย)

12.00 น.รับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร

จากนั้น พาท่านไปยืนชมวิวของปราสาทที่ สะพานมาเรียนบรู๊ค (Marienbrucke หรือ Mary’s bridge) สะพานที่สามารถมองเห็นตัวปราสาทได้ทั้งหลัง และมีความหวาดเสียวจากการสั่นของสะพานเล็กน้อย เนื่องจากลมค่อนข้างแรงและมีผู้คนยืนอยู่บนสะพานเป็นจำนวนมาก ถือเป็นจุดชมวิวและจุดถ่ายรูปที่นิยมมากที่สุดของนักท่องเที่ยว

14.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองอินส์บรุค (Innsbruck) ระยะทางประมาณ 114 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง เมืองหลวงของรัฐ Tyrol ตั้งอยู่ที่ราบลุ่มอิน (Inn Valley) โดยมีแม่น้ำอินไหลผ่าน และถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ ตัวเมืองมีประวัติศาสตร์ยาวนาน และมีทัศนียภาพที่สวยงามจากเทือกเขาแอลป์ที่โอบล้อมอยู่ จนได้รับการขนามนามว่า Capital of Alps

หลังคาทองคำ (Goldenes Dachl) อินน์สบรูค Innsbruck

พาท่านไปช้อปปิ้งที่ ถนนมาเรีย เทเรสเซียน ซตราสเซอ (Maria-Theresien-Strasse) ถนนสายสำคัญที่สุดของเมือง และเป็นโซนช้อปปิ้งที่มีร้านขายสินค้ามากมายทั้ง 2 ข้าง อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย โดยสินค้าที่เป็นที่นิยมมากที่สุดของที่นี่ก็คือ Crystal ของ Swarovski นั่นเอง และนอกจากการช้อปปิ้งแล้วบริเวณถนนใกล้ๆกันยังมีสถานที่สำคัญก็คือ

อาคารหลังคาทองคำ (Goldness Dachl) ที่สร้างขึ้นด้วยความประณีตละเอียดอ่อน และมีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง อินสบรูค Innsbruck, Austria

อาคารหลังคาทอง (Golden Roof) สัญลักษณ์สำคัญของเมือง สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ Friedrich ที่ 4 โดยในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 ใช้สำหรับเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแคว้นทิโรล ต่อมาจักรพรรดิ Maximilian ทรงปรับเปลี่ยนโกลเด้นรูฟให้เป็นสไตล์โกธิกผสมบาโร้ก และได้ทรงตกแต่งส่วนของหลังคาที่ยื่นออกมาจากระเบียงด้วยทองคำแท้ จำนวน 2,738 แผ่น เพื่อใช้เป็นที่ทอดพระเนตรงานเทศกาลต่างๆที่จัดขึ้นบริเวณจัตุรัสด้านหน้าที่ประทับ และอีกหนึ่งแลนด์มาร์กหลักที่นักท่องเที่ยวพลาดไม่ได้ก็คือ การไปถ่ายรูปกับ Candy House หรือกลุ่มหมู่บ้านสีลูกกวาดที่เข้าแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่ง ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มีแม่น้ำด้านหน้าและภูเขาหิมะเป็นฉากหลัง ซึ่งตรงกับหลักสูตรฮวงจุ้ย แห่งมณฑลไหหลำ ประเทศจีน

18.30 น. รับประทานอาหารค่ำแบบไทย ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Hotel Grauer Bar Innsbruck Hotel หรือเทียบเท่า

วันพฤหัสบดีที่ 24 ต.ค. 62 (6) เทือกเขาโดโลไมท์ (อิตาลี) – หมู่บ้านเซนต์ แมดดาเลนา – โบลซาโน่ – ทะเลสาบเบรียส – คอร์ตินา ดัมเปซโซ

เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.30 น. นำคณะเดินทางสู่ เทือกเขาโดโลไมท์ (Dolomites Mountains) ระยะทางประมาณ 123 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 45 นาที เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ที่ทอดตัวอยู่ในเขตประเทศอิตาลีตอนเหนือ มีอาณาเขตครอบคลุมบริเวณแคว้นทิโรลใต้ และแคว้นเนเนโต้ เทือกเขาโดโลไมท์ได้ชื่อว่าเป็นแนวเขาที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเกิดจากการกัดกร่อนของธารน้ำแข็งและเกล็ดน้ำค้าง จึงเกิดลักษณะของยอดเขาหลากหลายรูปแบบ ทั้งเป็นยอดแหลม, เป็นหยักฟันปลาฉลาม, คล้ายเลื่อย, คล้ายหอคอย เป็นต้น ความสวยงามอันน่ามหัศจรรย์นี้ทำให้โดโลไมท์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO World Heritage ตั้งแต่ปี 2009

นำท่านไปยัง หมู่บ้านเซนต์ แมดดาเลนา (Saint Maddalena) หมู่บ้านเล็กๆที่แทรกตัวอยู่ในหุบเขา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Puez-Odle มีชื่อเสียงจากทิวทัศน์หุบเขาที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดในแคว้นทิโรลใต้ โดยมียอดเขาหลักคือ Sass Rigais และ Furchetta ซึ่งทั้งสองยอดสูง 3025 เมตรเท่ากัน และมีจุดชมวิวที่มองเห็น Odle Group หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า Geisler Group เป็นกลุ่มยอดเขาแหลมเหมือนฟันฉลาม ถือเป็นสถานที่ที่นักเดินทางไม่ควรพลาด จากนั้นเดินทางต่อไปยัง เมืองโบลซาโน่ (Bolzano) ระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที เมืองหลวงของภูมิภาคไทโรลใต้ (South Tyrol) จุดเริ่มต้นสู่เทือกเขาโดโลไมท์ฝั่งตะวันตก เป็นเมืองยุคกลางเชิงเทือกเขาแอลป์ที่รุ่งเรืองตั้งแต่ยุคโรมัน ภายในเมืองมีความเงียบสงบ มีปราสาทและหอคอยที่เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ทำให้ที่นี่มีเสน่ห์แบบชนบท อีกทั้งเมืองนี้ยังได้ขึ้นชื่อว่า ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นอันดับ 1 ของอิตาลีในปี ค.ศ.2010 และเป็นอันดับที่ 2 ในปี ค.ศ. 2011 อีกด้วย

12.00 น.รับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร

13.30 น. นำท่านไปชมความงดงามของ ทะเลสาบเบรียส (Lago di Braies) ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที ไข่มุกเม็ดงามแห่งโดโลไมท์ มีชื่อเรียกในภาษาเยอรมันว่า Pragser Wildsee ที่นี่เป็นสถานที่สำหรับถ่ายทำภาพยนตร์และละครมากมาย ให้จินตนาการเหมือนโลกอีกโลกหนึ่งที่ดูเงียบสงบ ภาพของภูเขามีทิวต้นสนล้อมรอบตัดกับน้ำสีฟ้าอมเขียวใส ทำให้องค์กรยูเนสโกได้จัดให้ทะเลสาบแห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ และติดอันดับทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก อิสระให้ท่านได้มีเวลาถ่ายภาพเก็บความประทับใจ

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองคอร์ตินา ดัมเปซโซ (Cortina d’Amprezzo) ระยะทางประมาณ 48 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที ประตูสู่โดโลไมท์ฝั่งตะวันออก เมืองที่ถูกใช้เป็นเมืองหลักในเดินทางท่องเที่ยว Dolomites เป็นเมืองเล็กๆที่แฝงไปด้วยเสน่ห์ รายล้อมไปด้วยเทือกเขาสูงตระการตา และครั้งหนึ่งเมืองนี้เคยถูกใช้เป็นสถานที่จัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิกหน้าหนาวเมื่อปี 1956 และเมืองนี้จะได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน Alpine Sku World Championships of 2021 อีกด้วย

18.00 น.รับประทานอาหารค่ำแบบพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Parc Hotel Victoria หรือระดับเทียบเท่า

วันศุกร์ที่ 25 ต.ค. 62 (7) ทะเลสาบเวิร์ท – ชมวิวบนหอคอยไม้ Pyramidenkogel – กราซ – Kunsthaus Graz – มูรินเซล – ศาลาว่าการประจำเมือง

เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.30 น. นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบเวิร์ท (Wörthersee) ระยะทางประมาณ 219 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 30 นาที ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในรัฐคารินเทีย ทางตอนใต้ของประเทศออสเตรีย เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งโบราณที่ไหลไปตามเนินเขาคารินเทียกลาง จนเกิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่มีความกว้าง 16.5 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 90 ตารางกิโลเมตร พื้นที่โดยรอบของทะเลสาบถูกล้อมรอบไปด้วยป่าไม้หนาแน่น น้ำในทะเลสาบสีฟ้าสีเขียวโดดเด่นและมีความโปร่งใสมาก ความสวยงามของที่นี่จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินและจิตรกรจำนวนมากใช้ที่นี่เป็นฉากหลังในงานศิลปะ ตลอดจนใช้เป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องต่างๆ และยังเป็นสถานที่ใช้ในการแข่งขันไตรกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรีย

13.00 น.รับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นเมือง ณ GenussWirt am Pyramidenkogel

นำท่านชมวิวทะเลสาบในมุมมองที่งดงามที่สุด โดยพาท่านขึ้นลิฟท์สู่ชั้นบนของ Pyramidenkogel Tower หอคอยสังเกตการณ์ไม้ที่สูงที่สุดในโลก เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2013 ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 851 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตัวอาคารมีความสูง 100 เมตร และมีบันได 441 ขั้น พร้อมลิฟท์ที่จุผู้โดยสารได้ 20 คน ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกจากเมืองคลาเกนฟูร์ท คือ Markus Klaura และ Dietmar Kaden อิสระให้ท่านได้เพลิดเพลินกับมุมมองของทะเลสาบและภูเขาที่สวยงามแบบ 360 องศา หมายเหตุ: กรณีสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย จะไม่สามารถขึ้นชมวิวบนหอคอยได้ ดังนั้นทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าธรรมเนียมการเข้าชมในส่วนนี้

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองกราซ (Graz) ระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศออสเตรีย รองจากกรุงเวียนนา ตัวเมืองมีความสงบแต่ทันสมัย มีภูเขาเล็กๆและแม่น้ำเมอร์ (Mur) ไหลผ่าน เป็นเมืองการค้าและศูนย์กลางของสถาปัตยกรรมจากทุกยุคทุกสมัย ทั้งแบบโกธิค เรอเนสซองซ์และบารอค มีบ้านเรือนโบราณกว่า 1,000 หลัง สิ่งปลูกสร้างเก่าๆของที่นี่ดูคลาสสิคมาก ทั้งปราสาท ป้อมปราการ พระราชวัง ทุกอย่างถูกรักษาไว้เป็นอย่างดี จึงทำให้กราซได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การ UNESCO ในปี 1999 และในปี 2003 กราซได้รับการยกให้เป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของยุโรปอีกด้วย

นำท่านถ่ายรูปกับ Kunsthaus Graz เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่ง landmarks สำคัญของเมือง โดยถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ The European Capital of Culture celebrations 2003 ซึ่งสถาปนิกชาวอังกฤษผู้สร้างได้ให้คอนเซปว่าเป็น “Friendly Alien” จากนั้นเดินไปยัง มูรินเซล (Murinsel) เกาะลอยที่ตั้งอยู่กลางแม่น้ำเมอร์ เป็นเกาะจำลองรูปเปลือกหอย มีสะพานเชื่อมจากแม่น้ำทั้งสองฝั่ง สร้างโดยศิลปินชาวอเมริกัน Vito Acconci ที่นี่ถือเป็นลานกิจกรรมขนาดเล็ก มีร้านอาหาร คาเฟ่ ให้นักท่องเที่ยวได้มานั่งทานอาหารและพักผ่อนหย่อนใจ

และพาท่านเข้าสู่เขตเมืองเก่า (Old town) ท่านจะพบร้านค้าและร้านอาหารมากมายเรียงรายอยู่สองฝั่งถนน ซึ่งบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของ ศาลาว่าการประจำเมือง (Town Hall) เป็นอาคารแบบ Old German style ที่สร้างเสร็จในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ลานน้ำพุด้านหน้าเป็นสถานที่สำหรับตลาดขายของแฮนด์เมด และจัดแสดงดนตรีแบบท้องถิ่นตามเทศกาลต่างๆ รวมถึงเทศกาลใหญ่ของเมือง ส่วนบริเวณรอบๆก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์อาวุธโบราณ, สุสานแห่งกษัตริย์ Ferdinand ที่ 2, โบสถ์ต่างๆ รวมทั้งหอนาฬิกาที่จะมีหุ่นไม้แต่งกายแบบท้องถิ่นออกมาเต้นระบำตามเสียงเพลง ตึกรามบ้านช่องแบบเก่าของที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องของ Courtyard หรือลานกลางอาคารอันสวยงามและโรแมนติก จากการที่ได้เดินชมเมืองเก่า ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะแบบ Gothic และ Barogue เพิ่มขึ้นอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าย่านเมืองเก่าที่นี่ถูกอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี สมกับที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999

19.00 น.รับประทานอาหารค่ำแบบพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Hotel Das Weitzer หรือระดับเทียบเท่า

วันเสาร์ที่ 26 ต.ค. 62 (8) นั่งรถไฟสายเซมเมอริง สู่กรุงเวียนนา – ถนนคาร์นท์เนอร์ – รับประทานอาหารค่ำ ณ หมู่บ้านกรินซิ่ง

เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.30 น. นำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟ Bruck/mur Bahnhof ระยะทางประมาณ 55 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที เพื่อพาท่านนั่ง รถไฟสายเซมเมอริง (Semmering Railway) สู่กรุงเวียนนา เส้นทางรถไฟอันแสนพิเศษ สร้างขึ้นเมื่อเกือบ 200 ปีที่แล้ว เป็นทางรถไฟบนเขาสายแรกของยุโรปที่ได้มีการตัดทางรถไฟผ่านช่องเขาที่สูงเกือบ 1,000 เมตร ทำให้ในยุคนั้นถือว่าเป็นทางรถไฟที่สูงที่สุดในโลก

10.03 น. ออกเดินทางโดยรถไฟ Rail jet 558 ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 52 นาที เส้นทางทิวทัศน์ผ่านเขต “ภูเขาวิเศษเซมเมอริง” ที่สวยที่สุดจากทางใต้ของออสเตรียสู่กรุงเวียนนา จุดเด่นอยู่ที่สะพานหินโค้งสูงกว่า 100 แห่ง, อุโมงค์ Vertex Tunnel ความยาวกว่า 1,432 เมตร และสะพานรถไฟอีก 16 แห่ง จึงทำให้ในปี 1998 ทางรถไฟสายเซมเมอริง ได้ถูกจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโก้ และเป็นทางรถไฟแห่งแรกของโลกที่ได้ถูกจดทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย

11.55 น. คณะเดินทางถึง สถานีรถไฟ Wien Meidling ณ กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศออสเตรีย ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแสนสะอาดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในโลกแห่งปี 2014 เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยศิลปะ การดนตรี สถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ แหล่งช้อปปิ้งสุดหรู และสวนสาธารณะที่สวยงามมากมาย นอกจากนั้นเวียนนายังถือว่าเป็นเมืองฮันนีมูนเดสติเนชั่นในฝันของคู่รักนับล้านทั่วโลก

12.30 น. รับประทานอาหารกลางวันแบบจีน ณ ภัตตาคาร

นำท่านไปยัง ถนนคาร์นท์เนอร์ (Karntnerstrasse) ถนนช้อปปิ้งสายสำคัญของกรุงเวียนนา เป็นถนนการค้าใจกลางเมืองที่เชื่อมระหว่างถนนวงแหวนริงสตราเซ่กับจัตุรัสสเตฟาน มีห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่างๆมากมายเรียงรายตลอดสองข้างทางของถนน ไม่ว่าจะเป็นร้าน Hi-Street อย่าง Zara, Forever 21, Benetton, H&M, Mango, Boss เป็นต้น เรียกว่าถูกใจขาช้อปกันเป็นแน่ และมีสินค้าอื่นๆให้เลือกซื้ออีกมากมาย อาทิ เครื่องแก้วคริสตัลเจียระไน ของที่ระลึก และถ้าใครเป็นนักกินก็ยังมีร้านอาหาร ร้านไอศกรีม ซุ้มขายไส้กรอกเวียนนา และร้านกาแฟแบบต้นตำรับออสเตรียแท้ๆให้ได้เลือกอิ่มกันอย่างหนำใจ อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

18.30 น. บริการอาหารมื้อค่ำ ณ “หมู่บ้านกรินซิ่ง” (Village of Grinzing) หมู่บ้านพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องการผลิตไวน์ท้องถิ่น ให้ท่านได้อิ่มอร่อยกับเมนูพิเศษ! “ขาหมูเวียนนา” ในสไตล์รสชาติแบบออสเตรียต้นตํารับขนานแท้ พร้อมไวน์เลิศรส ผสมผสานและขับกล่อมด้วยดนตรีพื้นเมืองอันแสนไพเราะ

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Renaissance Wien Hotel หรือระดับเทียบเท่า

วันอาทิตย์ที่ 27 ต.ค. 62 (9) บ้านฮุนเดอร์ทวาสเซอร์ – เดินทางกลับกรุงเทพฯ

เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.30 น. นำท่านเยี่ยมชม บ้านฮุนเดอร์ทวาสเซอร์ (Hundertwasserhaus) มากจากแนวคิดธรรมชาติไม่สร้างอะไรเป็นเส้นตรง ทำให้ศิลปินที่เกิดที่กรุงเวียนนา ที่มีนามว่า Friedensreich Hundertwasser (1928-2000) ได้สร้างสรรค์ผลงานที่มีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ในการออกแบบกลุ่มอาคาร “Hundertwasserhaus” ขึ้นมา ใช้ความโค้งมน ไม่ใช้เส้นตรง กลมกลืนกับธรรมชาติ เป็นความมีชีวิตชีวาที่น่าสนใจ เลือกใช้สีสันสดใส และยิ่งสร้างความแตกต่างน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก เมื่ออาคารนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเวียนนา ที่มีอาคารสถาปัตยกรรมโบราณคลาสสิกสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่นี่มีร้านกาแฟบริการ รวมถึงร้านจำหน่ายของที่ระลึก งานศิลปะ ภาพวาด ขนมขบเคี้ยวของฝากต่างๆสัญลักษณ์ที่สื่อถึงทุกอย่างที่เกี่ยวกับกรุงเวียนนา สามารถหาซื้อได้ที่นี่

10.00 น. สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเวียนนา ระยะทางประมาณ 23 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 30 นาที เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ

12.00 น. อิสระรับประทานอาหารกลางวันภายในสนามบินตามอัธยาศัย

13.30 น. เหิรฟ้าสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG937 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง)

วันจันทร์ที่ 28 ต.ค. 62 (10) เดินทางถึงกรุงเทพฯ

05.20 น. คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

กำหนดการเดินทาง :

  • 19-28 ตุลาคม 2562

ราคารวมตั๋วเครื่องบิน (คณะเดินทางขั้นต่ำ 20 ท่านขึ้นไป) 

  • ผู้ใหญ่ พักห้องคู่ (ห้องละ 2 ท่าน) 97,500.-
  • เด็กอายุ 4-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (มีเตียง) 78,500.-
  • เด็กอายุ 4-6 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่มีเตียง) 67,000.-
  • พักห้องเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ 18,500.-
  • กรณีไม่ใช้ตั๋วเครื่องบินกรุ๊ป หักคืนท่านละ ผู้ใหญ่ 35,000.- / เด็ก 28,000.-

* กรณีมีผู้เดินทางไม่ถึง 20 ท่าน จ่ายเพิ่มท่านละ 1,500 บาท *

อัตรานี้รวม:

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเป็นหมู่คณะ ชั้นนักท่องเที่ยว เส้นทางกรุงเทพฯ-เวียนนา-กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย (TG)
  • ค่าภาษีสนามบิน และ ค่าภาษีน้ำมันจากสายการบิน ณ ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2562 ในกรณีสายการบินมีการปรับเพิ่มขึ้นหลังจากนี้ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บเพิ่มตามจริง
  • ค่าโรงแรมที่พัก ตามรายการที่ระบุหรือเทียบเท่า (ห้องละ 2 ท่าน)
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มทุกมื้อ ตามที่กำหนดในโปรแกรม
  • ค่ารถโค้ชมาตรฐานยุโรป 48 ที่นั่ง ท่องเที่ยวตามรายการที่ระบุไว้ในโปรแกรม
  • ค่ารถไฟสายเซมเมอริง เส้นทาง Bruck/mur Bahnhof – Vienna
  • ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่ระบุตามรายการ
  • ** หากสถานที่ท่องเที่ยวใดที่ไม่สามารถเข้าชมได้ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์
  • ในการไม่คืนค่าใช้จ่าย เนื่องจากทางบริษัทได้ทำการจองและถูกเก็บค่าใช้จ่ายไปแล้ว **
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น (ออสเตรีย)
  • ค่ามัคคุเทศก์ไทยจากกรุงเทพฯ ที่มีประสบการณ์ บริการอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าทิปพนักงานขับรถวันละ 2 ยูโร / ท่าน / วัน
  • บริการน้ำดื่มแบบขวด บริการระหว่างเดินทางท่องเที่ยว 1 ขวด / ท่าน / วัน
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทยที่ดูแลท่านตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง คุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาล
  • อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 500,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)

อัตรานี้ไม่รวม:

  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง ในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนดให้น้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม/ท่าน
  • ส่วนกระเป๋าถือติดตัวขึ้นเครื่องน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม/ท่าน
  • ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทาง หรือค่าแจ้งเข้าออก กรณีคนต่างด้าว
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ เครื่องดื่มและอาหารนอกรายการ, ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ
  • ค่าทิปพนักงานยกกระเป๋าในโรงแรมทุกแห่งและทิปไกด์ท้องถิ่น รวม 32 ยูโร/ท่าน
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

เงื่อนไขการชำระเงิน:

  • กรุณาทำการจอง โดยแฟกซ์หรืออีเมล์หน้าพาสปอร์ตผู้เดินทาง เข้ามาที่บริษัท เพื่อยืนยันการจองที่นั่ง
  • กรุณาชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 30,000 บาทต่อผู้เดินทางหนึ่งท่าน ภายใน 3 วันนับจากวันที่จอง
  • ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ บริษัทฯ จะขอเก็บค่าทัวร์ทั้งหมดก่อนการเดินทาง ล่วงหน้า 30 วันก่อนการเดินทาง มิเช่นนั้นบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางของท่านโดยไม่มีเงื่อนไข
  • การเดินทางในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวหรือวันหยุดต่อเนื่อง อาจจะมีการเรียกเก็บค่าทัวร์เร็วกว่าที่กำหนดไว้ข้างต้น
  • * กรุณาพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ และเงื่อนไขการยกเลิกทัวร์ของบริษัท ก่อนท่านทำการจองทัวร์ *

สอบถามทัวร์ LINE: @lofttravel TEL: 02-402-6475, 02-046-0046, 080-291-0123, 085-225-4664, 086-321-4740, 086-322-1610