ทัวร์อัฟริกาใต้ 11 วัน 2017 กรกฎาคม-ธันวาคม 2560 โจฮันเนสเบิร์ก พริทอเรีย เหมืองเพชร ตลุยซาฟารี อุทยานแห่งชาติพีลานเนสเบิร์ก นั่งรถ 4X4 เปิดประทุน ซันซิตี้ SA LION PARK หมู่บ้าน LESEDI CULTURAL VILLAGE อุทยานสวนสิงโต เคปทาวน์ เทเบิ้ลเมาเท่น ไลอ้อนเฮด เพนนินซูล่าทัวร์ แหลมกู๊ดโฮป ชมแมวน้ำที่เกาะดุยเกอร์ ชายหาดโบลเดอร์ THE CAPE POINT OSTRICH FARM ชมการเลี้ยงนกกระจอกเทศ ปราสาทแห่งกู๊ดโฮป ล่องเรือชมพระอาทิตย์ Franschhoek Stellenbosch

สิงโต Lion ทัวร์แอฟริกาใต้ South Africa Safari Big 5 Tour

LOFT-SAB-01_SOUTH AFRICA 11D 8N

ออกท่องซาฟารีกันด้วยรถ 4X4 ภายในอุทยานแห่งชาติพีลานเนสเบิร์ก (PILANESBERG NATIONAL PARK) ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ ๕๐๐ตารางกิโลเมตรสนุกตื่นเต้นกับการชมสัตว์ป่าด้วยรถ 4X4ที่เปิดประทุนสัมผัสกับชีวิตของสัตว์ป่าแอฟริกันนานับชนิดและแน่นอนรวมถึงผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้า (BIG FIVE) คือ ควายป่า ช้าง สิงโต แรดและเสือดาว ซึ่งถ้าได้เห็นครบถือได้ว่าเป็นการชมสัตว์ที่สมบูรณ์แต่ค่อนข้างเป็นไปได้ยากเพราะสัตว์ที่นี่อยู่กันอย่างอิสระในป่าซึ่งเป็นป่าโปร่งป่าละเมาะจนถึงกึ่งทะเลทรายแอฟริกาใต้มีสัตว์ป่ากว่า 220ชนิดซึ่งสัตว์ป่าที่มีชีวิตอยู่อย่างอิสรเสรีตามธรรมชาติ

โปรแกรมทัวร์อัฟริกาใต้ 11 วัน 2017 กรกฎาคม-ธันวาคม 2560 โจฮันเนสเบิร์ก พริทอเรีย เหมืองเพชร ตลุยซาฟารี อุทยานแห่งชาติพีลานเนสเบิร์ก นั่งรถ 4X4 เปิดประทุน ซันซิตี้ SA LION PARK หมู่บ้าน LESEDI CULTURAL VILLAGE อุทยานสวนสิงโต เคปทาวน์ เทเบิ้ลเมาเท่น ไลอ้อนเฮด เพนนินซูล่าทัวร์ แหลมกู๊ดโฮป ชมแมวน้ำที่เกาะดุยเกอร์ ชายหาดโบลเดอร์ THE CAPE POINT OSTRICH FARM ชมการเลี้ยงนกกระจอกเทศ ปราสาทแห่งกู๊ดโฮป ล่องเรือชมพระอาทิตย์ Franschhoek Stellenbosch

วันที่ 1 กรุงเทพฯ

1800 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์ K เข้าประตูที่ 5 เจ้าหน้าที่บริษัทฯคอยให้การต้อนรับตรวจเช็คเอกสารและสัมภาระก่อนการเดินทาง

2100 น. ออกเดินทางสู่สิงคโปร์ เที่ยวบินที่ SQ981 สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ ด้วยที่นั่งชั้น Economy

วันที่2 โจฮันเนสเบิร์ก – พริทอเรีย – เหมืองเพชร

0040 น. ถึงสนามบินนานาชาติชางงี ประเทศสิงคโปร์

0210 น. ออกเดินทางต่อไปยังสนามบินโจฮันเนสเบิร์กด้วยเที่ยวบินที่ SQ478 ด้วยที่นั่งชั้น Premium Economy

0650 น. เดินทางถึงสนามบินโจฮันเนสเบิร์ก

จากนั้นเดินทางสู่เมืองพริทอเรีย (PRETORIA) เมืองแห่งดอกไม้สีม่วงเมืองหลวงด้านการบริหารของแอฟริกาใต้เมืองนี้ตั้งตามชื่อของแอนดีส์พรีทอรีอัส (ANDRIESPRETORIUS) วีรบุรุษของการต่อสู้รบระหว่างพวกบัวร์(BOER)กับชนพื้นเมืองผิวดำพริทอเรียจึงเป็นเมืองหลวงของชาวบัวร์ที่พยายามต่อสู้กับพวกอังกฤษเพื่อให้ได้อิสรภาพนอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของสถานทูตนานาชาติธนาคารทำเนียบประธานาธิบดีฯลฯภายในเมืองมีการจัดวางผังเมืองอย่างดีและสวยงามเป็นระเบียบสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นและอาจถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของเมืองอย่างหนึ่งคือ

ต้นแจ็กการันดา (JACARANDA) ที่มีดอกสีม่วงสดบานสะพรั่งดั่งเช่นซากุระของชาวญี่ปุ่นเมืองนี้ได้สมญานามว่า CITY OF JACARANDAS ซึ่งจะออกดอกบานสะพรั่งอวดโฉมให้ผู้เดินทางมาเยือนเมืองนี้ได้เห็นกันในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปีนำท่านเที่ยวชมสถานที่สำคัญของเมือง CHURCH SQUARE จัตุรัสกลางเมืองเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์พอล ครูเกอร์ (PAUL KRUGER MONUMENT) ประธานาธิบดีของรัฐอิสระชาวบัวร์จัตุรัสแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ชาวบัวร์มาชุมนุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการปกครองและรับรู้ข่าวสารบ้านเมืองกัน CITY HALL ศาลาเทศบาลเมืองที่มีหอนาฬิกาและมีระฆัง 32 ใบ และออร์แกนลม 6,800 ท่อด้านหน้าอาคารมีอนุสาวรีย์แอนดรีส์ พรีทอรัส และลูกชาย ผู้ก่อตั้งเมือง UNION BUILDING ทำเนียบประธานาธิบดีและที่ทำการของรัฐบาลที่ใหญ่โตมโหฬารราวกับพระราชวังจนติดอันดับว่าเป็นทำเนียบประธานาธิบดีที่สวยที่สุดในโลก

11.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ THE CULLINAN DIAMOND MINE พาท่านชมเหมืองเพชรที่น่าทึ่งมาก ชมแบบจำลองเพชรต่างๆ THE CULLINANI เป็นเพชรรูปหยดน้ำเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “THE STAR OF AFRICA” อิสระให้ท่านในการเก็บภาพบรรยากาศภายในเหมืองเพชรแห่งนี้ นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก

2000 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้าง ณ THE RADISSON BLU SANDTON HOTEL*****หรือเทียบเท่า

วันที่3 โจฮันเนสเบิร์ก – ตลุยซาฟารี

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรมที่พัก

0800 น. นำคณะเดินทางสู่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก หรือที่ชาวแอฟริกาใต้เรียกกันสั้นๆว่า “โจเบิร์ก” ซึ่งเป็นเมืองธุรกิจมาตั้งแต่เมื่อร้อยกว่าปีก่อนและได้รับฉายาว่า THE GOLD CITY ในช่วงศตวรรษที่ 20 มีการแบ่งแยกสีผิวทำให้เกิดชุมชนต่างผิวขึ้นคนละมุมเมือง โดยแยกเป็นเมืองคนขาว คือ SANDTON และเมืองคนดำคือ SOWETO เป็นเมืองลูกรายล้อมโจเบิร์กในปัจจุบันโจเบิร์กคลาคล่ำไปด้วยผู้คนและอาคารสูงทันสมัยตัวเมืองโจฮันเนสเบิร์กทุกวันนี้มีลักษณะไม่ต่างกับเมืองใหญ่ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์ก โตเกียว หรือ ริโอเดอจาเนโรเพราะพลุกพล่านไปด้วยผู้คนและตึกสูงระฟ้า

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ The Mabula Game Lodge เช็คอินและพักผ่อนตามอัธยาศัย ก่อนออกตะลุยซาฟารี

1315 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารภายในที่พัก

1600 น. ออกท่องซาฟารีกันด้วยรถ 4X4 ภายในอุทยานแห่งชาติพีลานเนสเบิร์ก (PILANESBERG NATIONAL PARK) ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ ๕๐๐ตารางกิโลเมตรสนุกตื่นเต้นกับการชมสัตว์ป่าด้วยรถ 4X4ที่เปิดประทุนสัมผัสกับชีวิตของสัตว์ป่าแอฟริกันนานับชนิดและแน่นอนรวมถึงผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้า (BIG FIVE) คือ ควายป่า ช้าง สิงโต แรดและเสือดาว ซึ่งถ้าได้เห็นครบถือได้ว่าเป็นการชมสัตว์ที่สมบูรณ์แต่ค่อนข้างเป็นไปได้ยากเพราะสัตว์ที่นี่อยู่กันอย่างอิสระในป่าซึ่งเป็นป่าโปร่งป่าละเมาะจนถึงกึ่งทะเลทรายแอฟริกาใต้มีสัตว์ป่ากว่า 220ชนิดซึ่งสัตว์ป่าที่มีชีวิตอยู่อย่างอิสรเสรีตามธรรมชาติ

1900 น. รับประทานอาหารค่ำ แบบแอฟริกันบุฟเฟ่ต์ และนำท่านเข้าสู่ที่พัก

พักค้าง ณ Mabula Game Lodge ****หรือเทียบเท่า

วันที่ 4 4×4ซาฟารี – ซันซิตี้

0530 น. ปลุกเตือนท่านให้พร้อมสำหรับท่องซาฟารี รอบเช้า

ออกท่องซาฟารีอีกครั้ง ด้วยรถ 4X4 เปิดประทุน เพื่อชมสัตว์ป่าแอฟริกันอีกจำพวกที่หากินตอนกลางวัน ซึ่งมีการใช้ชีวิตที่แตกต่างจากเมื่อวานนี้ จากนั้นนำท่านกลับสู่ที่พักเพื่อรับประทานอาหารเช้าและเช็คเอ้าท์

1015 น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ซันซิตี้ SUN CITY หรือ THE LOST CITYเมืองลับแลแห่งหุบเขาแสงตะวันเป็นเมืองที่ถูกเนรมิตขึ้นจากความคิดของอภิมหาเศรษฐีที่ชื่อว่า ซอล เคิร์ซเนอร์(SOL KERZNER)ที่ลงทุนด้วยเงินจำนวนมหาศาลถึง 28,000 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้างนาน 18 ปี และความพยายามอีกล้นเหลือในการเนรมิตผืนดินอันว่างเปล่า และแห้งแล้งในแคว้น BOPHUTHATSWANA กลางแอฟริกาใต้ให้กลายเป็นเมืองแห่งความสำราญบันเทิงทุกรูปแบบบริเวณที่ตั้งของซันซิตี้ซอล เคิร์ซเนอร์ก็ได้มาเป็นผู้บันดาลความฝันในอดีตให้กลับกลายมาเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมโดยการเริ่มสร้างโรงแรมไปเรื่อยๆ ตั้งแต่โรงแรมเดอะซันซิตี้ (SUN CITY HOTEL) โรงแรมเดอะคาบานาส (THE CABANAS) โรงแรมเดอะคาสเคทส์ (THE CASCADES) จนในปี ค.ศ. 1992 เขาก็ได้สร้างโรงแรมที่ที่หรูราคาแพงที่สุดในบรรดาโรงแรมทั้งหลายที่ได้กล่าวมานามว่าเดอะพาเลซ (THE PALACEOR THE PALACE OF THE LOST CITY)ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียนผสมแอฟริกันและตกแต่งภายในในสไตล์ แอฟริกัน อิสระให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย ณ อาณาจักรอลังการดาวล้านดวงแห่งนี้ ซึ่งว่ากันว่าเดินทั้งวันก็ไม่ทั่ว

อิสระเที่ยวชมสระว่ายน้ำขนาดใหญ่และทะเลน้ำจืดเทียมขนาดใหญ่ยักษ์ที่เรียกว่า VALLEY OF WAVE มีลักษณะเหมือนทะเลจริงๆแวดล้อมด้วยขุนเขาและต้นไม้ที่จัดตกแต่งอย่างเป็นระเบียบสวยงาม

ใกล้ๆกันคือ สะพานแห่งกาลเวลา BRIDGE OF TIME สองข้างสะพานมีช้างแกะสลักเรียงรายอยู่ สะพานนี้เชื่อมต่อกับกองหินมหึมาที่เชื่อว่าเป็น THE LOST CITY ที่สูญหายไปและเพื่อเป็นการตอกย้ำระลึกถึงความทรงจำเขาเลยสร้างสะพานแห่งนี้ขึ้นทุกๆหนึ่งชั่วโมงสะพานจะถูกเขย่าเสมือนแผ่นดินไหว นอกเหนือจากนี้ยังมีสนามกอล์ฟระดับมาตรฐานโลกที่ใช้เป็นสถานที่แข่งขันกอล์ฟนัดสำคัญๆ มาหลายต่อหลายครั้งแล้วออกแบบโดยนักกอล์ฟชื่อดังของโลก GARY PLAYER คือ GARY PLAYER GOLF COURSE และ SUN CITY GOLF COURSE โรงภาพยนตร์ ร้านค้า ดิสโก้เธค คาสิโนที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เมืองนี้ไม่เคยหลับไหล สวนสัตว์สวนพฤกษศาสตร์ที่รวบรวมพันธุ์ไม้จากทั่วโลกเอาไว้ พร้อมน้ำตกและธารน้ำไหลรินเอื่อยๆที่สร้างความสดชื่นสบายๆอย่างบอกไม่ถูก

1400 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารภายใน SUN CITY

อิสระให้ท่านได้มีเวลาพักผ่อนตามอัธยาศัยภายในรีสอร์ท

2000 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าที่พัก ณ โรงแรม THE PALACE OF THE LOST CITY *****หรือเทียบเท่า

วันที่5 อุทยานสวนสิงโต – หมู่บ้านพื้นเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรมที่พัก และเช็คเอ้าท์

1100 น. เดินทางสู่ SA LION PARK อุทยานสวนสิงโตท่านจะพบกับสิงโตและสัตว์นานาชนิดภายในอุทยาน เพลิดเพลินไปกับการชมชีวิตของสัตว์เหล่านี้ ให้อิสระท่านในการเก็บภาพความประทับใจภายในอุทยานแห่งนี้

1400 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

1600 น. เดินทางสู่ หมู่บ้าน LESEDI CULTURAL VILLAGE หมู่บ้านจำลองของชนเผ่าแอฟริกันพื้นเมือง สัมผัสชีวิตในหมู่บ้านแอฟริกาเรียนรู้เกี่ยวกับประเพณีอันเก่าแก่ของชนเผ่าพร้อมกับการเดินเยี่ยมชมหมู่บ้านที่จำลองอาคารบ้านเรือนและรูปแบบการใช้ชีวิตจริงๆของเหล่าชนเผ่าพื้นเมืองตั้งแต่ประเพณีการเดินทางเข้าบ้าน การขอพร การสู้รบและอาหารการกินปิดท้ายด้วยโชว์การแสดงเต้นรำที่สนุกสนาน

1945 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร CARNIVORE พร้อมเสิร์ฟให้ท่านไม่อั้น เต็มอิ่มไปกับเนื้อสัตว์ที่รสชาติดีหลากหลายชนิดจนกว่าท่านจะพอใจ นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก

พักค้าง ณ THE RADISSON BLU SANDTON HOTEL*****หรือเทียบเท่า

วันที่ 6 เคปทาวน์ – เทเบิ้ลเมาเท่น

0600 น. ปลุกเตือนท่านตอนเช้า รับประทานอาหารเช้าแบบกล่องและเช็คเอ้าท์

0700 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

0800 น. ออกเดินทางสู่สนามบิน

1100 น. เดินทางสู่สนามบินเคปทาวน์ โดยเที่ยวบินที่ SA327

1305 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติเคปทาวน์

1400 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

1500 น. นำท่านเดินทางสู่ Table Mountain 1ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก ภูเขาสูงยอดตัดตรงเหมือนกับโต๊ะด้วยกระเช้าไฟฟ้าหมุนรอบตัวเอง(CABLE CAR) ซึ่งในช่วงที่ลมแรงหรือมีฝนตกจะหยุดวิ่งทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้มาเยือนขึ้นมาด้านบน มีเส้นทางเดินลัดเลาะไปตามแนวขอบเขาเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวรอบด้านได้อย่างชัดเจนไกลไปจนถึงตัวเมืองเคปทาวน์ทีเดียวบนภูเขาโต๊ะนี้มีสัตว์ตัวเล็กประเภทหนึ่ง หน้าตาน่าเอ็นดูชื่อว่าตัวแดสซี่หรือ กระต่ายหิน (DASSIE OR ROCK RABBIT)มีลักษณะกึ่งผสมระหว่างกระรอกกับกระต่าย เป็นมิตรกับผู้คนที่ผ่านมาเยือน เมื่อมองไปรอบๆเราจะเห็นภูเขารายล้อมหลายต่อหลายลูก

แต่ที่โดดเด่นคือ ไลอ้อนเฮด (LION HEAD) ภูเขาที่มองดูแล้วใครๆ ก็ต้องพูดว่าคล้ายหัวสิงโตในเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าภูเขาลูกนี้มีสีแดงสวยงามยิ่งนัก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ที่พัก

2000 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก LAGOON BEACH HOTEL ****หรือเทียบเท่า

วันที่7 เพนนินซูล่าทัวร์ – แหลมกู๊ดโฮป.

0730 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

0830 น. ออกเดินทางจากโรงแรมเพื่อนำท่านลงเรือที่ ท่าฮูทเบย์ (HOUT BAY) เพื่อไปชมแมวน้ำที่ เกาะดุยเกอร์ (DUIKER ISLAND) โดยเรือท้องกระจกขนาดใหญ่ ชมแมวน้ำสีน้ำตาลตัวอ้วนนอนเบียดเสียดอาบแดดกันเต็มเกาะ ตัวผู้ทีใหญ่กว่ากำลังวางกล้ามหวงถิ่นส่วนตัวเมียกำลังสาละวนหาอาหารตามแนวสาหร่ายเคลป์ อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพ

1200 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารซีฟู้ดพิเศษด้วยเมนู ซีฟู้ดส์ + กุ้งมังกร (CRAYFISH)

จากนั้นเดินทางเข้าสู่บริเวณชายหาดโบลเดอร์ BOULDER BEACH เจ้าบ้านตัวน้อยนกเพนกวินแอฟริกันตัวผู้มีสีสันมากกว่าตัวเมีย โดยเฉพาะบริเวณขอบตาจะมีสีชมพูคล้ายแต้มสีอายแชโดว์ไว้อย่างนั้นส่วนตัวเมียจะไม่มี ลำตัวมีสีดำขาวตัดกันแต่ตัวเมียมีสีน้ำตาล และมีขนาดใหญ่กว่านกเพนกวินที่นี่ใช้ชิวิตอย่างอิสระสบายอารมณ์ตามธรรมชาติ

ออกเดินทางสู่ THE CAPE POINT OSTRICH FARM นำท่านชมการเลี้ยงนกกระจอกเทศที่ทันสมัย สัมผัสวงจรชีวิตของนกกระจอกเทศอย่างใกล้ชิดสนุกกับการป้อนอาหารสัตว์ปีกขนาดใหญ่ที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก และถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

จากนั้น นำคณะเดินทางสู่แหลมแห่งความหวัง หรือ แหลมกู๊ดโฮป (CAPE OF GOOD HOPE) อยู่ในเขตสงวน CAPE OF GOOD HOPE NATURERESERVE ปลายสุดแหลมมีประภาคารขนาดใหญ่ จะเห็นรอยตะเข็บที่มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแอตแลนติกมาบรรจบกันได้ชัดเจนบนผิวน้ำซึ่งเป็นเหตุให้บริเวณนี้ท้องทะเลมักมีหมอกลงจัดอากาศแปรปรวน ทั้งนี้เพราะกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็นมาปะทะกันทำให้ยากต่อการเดินทางโดยทางเรือทั้งในสมัยโบราณและปัจจุบันทัศนวิสัยไม่ดีนักทำให้เรือชนหินโสโครกหรือชนกันเองเสมอๆจนก่อให้เกิดเรื่องราวของภาพหลอนมิติอันลี้ลับและเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับฟลายอิ้งดัตช์แมน FLYING DUTCHMAN ซึ่งเป็นชื่อเรือที่นักเดินทางเรือชาวดัตช์ที่พยายามจะเดินทางอ้อมผ่านแหลมกู๊ดโฮป ให้ได้แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ทำให้เรือสูญหายไปในทะเลท่ามกลางหมอกหนาทึบจนทุกวันนี้และจุดชมวิวที่สวยที่สุดคือ CAPE POINT จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเคปทาวน์

1930 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก LAGOON BEACH HOTEL ****หรือเทียบเท่า

วันที่ 8 ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ชมเมืองเคปทาวน์ – ล่องเรือชมพระอาทิตย์

0800 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางชมเมือง Cape Town เมืองเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 300 ปี ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ปลายสุดของแอฟริกาใต้ ถูกโอบล้อมด้วยมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแอตแลนติกพร้อมชมสถานที่สำคัญๆต่างๆในเมืองเคปทาวน์

เมืองที่ติดอันดับชื่อว่าน่าเที่ยวที่สุดในโลกอีกแห่งหนึ่ง เช่น ปราสาทแห่งกู๊ดโฮป (Castle of Good Hope) สิ่งก่อสร้างที่สำคัญและมีอายุเก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดของเมืองเคปทาวน์ พร้อมทั้ง The Malay Quarter,The Houses Of Parliament, The Cape Town City Hall, Stroll Through The Company Gardens, The Iziko Slave Museum, Green Market Square เพื่อให้ท่านได้ถ่ายรูปเก็บความประทับใจ

จากนั้นนำท่านขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ชมเมืองเคปทาวน์จากมุมสูง ท่านจะได้เห็นความสวยงามของเมืองเคปทาวน์ได้โดยรอบ เช่น City Bowl, Green Point Stadium, Famous 4 Beaches Of Clifton, White Sands Of Camps Bay และอัครสาวกทั้ง 12 องค์ (Majestic 12 Apostles) ในแต่ละรอบจะใช้เวลาประมาณ 15 นาที

1300 น. รับประทานอาหารกลางวันภายใน V&A Waterfront (อาหารสไตล์ตะวันตก)

จากนั้น นำท่านมาล่องเรือชมพระอาทิตย์ดวงกลมโตที่กำลังจะตกดิน ในบรรยากาศที่สุดอบอุ่นโรแมนติก พร้อมบริการเครื่องดื่มทั้งแชมเปญและน้ำผลไม้ตลอดการล่องเรือ

2000 น. รับประทานอาหารค่ำภายใน V&A Waterfront

นำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก LAGOON BEACH HOTEL ****หรือเทียบเท่า

วันที่ 9 Franschhoek – Stellenbosch

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางไปยัง Franschhoek เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่อง Wine อีกเมืองนึงของเคปทาวน์และ Franschhoek ยังเป็นหนึ่งใน Cape Winelands อีกด้วย จากนั้นเดินทางสู่ The Huguenot Chocolate Factory ที่ตั้งอยู่ภายใน Franschhoek เพื่อไปชมวิธีการทำช็อคโกแลต และได้ลิ้มลองช็อคโกแลตสุดแสนกลมกล่อม จากนั้น เดินทางไปสู่ The Beyerskloof Wine Estate

1300น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารสไตล์ตะวันตก)

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว นำท่านชม The Beyerskloof Wine Estate เพื่อนำท่านไปชมห้องเก็บไวน์และถังไวน์ อีกทั้งให้ท่านได้ลิ้มลองรสชาติไวน์อีกด้วย นำท่านเดินทางสู่ Stellenbosch นำ ท่านเที่ยวชมเมือง Stellenbosch เมืองเก่าแก่อันดับสองของแอฟริกาใต้รองจากเคปทาวน์ แต่มีเสน่ห์สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมบ้านเรือนแบบเคปดัชต์อันงามสง่างดงาม เหมือนย้อนเวลากลับไปเดินอยู่ในยุโรปสมัยคลาสสิค ให้อิสระท่านตามอัธยาศัย

จากนั้น นำท่านเดินทางไปสู่ The Canal Walk Shopping Centre ศูนย์การค้าชั้นดีอีกแห่งหนึ่งในแอฟริใต้ ที่ให้ความสะดวกสบายท่ามกลางบรรยากาศหรู อลังการ มีร้านค้ากว่า 400 ร้านเพื่อรองรับประสบการณ์แนวชีวิตที่หลากหลาย ให้อิสระในการช้อปปิ้งแก่ท่าน

2000 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (เสิร์ฟเมนูเปาฮื้อ)

นำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก LAGOON BEACH HOTEL ****หรือเทียบเท่า

วันที่ 10 เคปทาวน์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก เช็คเอ้าท์

เดินทางสู่สนามบินนานาชาติเคปทาวน์ นำท่านดำเนินการขอคืนภาษี(VAT CLAIM) และเช็คอินสายการบิน

1040 น. ออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติเคปทาวน์ เที่ยวบินที่ SQ479 ด้วยที่นั่งชั้น Premium Economy

วันที่ 11 สิงคโปร์ – กรุงเทพฯ

0610 น. ถึงสนามบินนานาชาติชางงี สิงคโปร์

0710 น. เดินทางสู่กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ SQ970 ด้วยที่นั่งชั้น Economy

0835 น. ถึงกรุงเทพฯโดยสวิสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

กำหนดวันเดินทาง

  • 30 เม.ย. – 10 พ.ค. 60
  • 07 – 17 ก.ค. 60
  • 11 – 21 ส.ค. 60
  • 20 – 30 ต.ค. 60
  • 01 – 11 ธ.ค. 60

ราคาทัวร์ต่อท่าน

  • ราคาผู้ใหญ่ 134,000
  • พักเดี่ยวเพิ่ม 24,300
  • เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี(พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน) 126,000

อัตราค่าบริการนี้รวม

  • ตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ ชั้นประหยัด เส้นทาง กรุงเทพฯสิงคโปร์
  • ตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ ชั้น Premium Economy เส้นทาง สิงคโปร์-โจฮันเนสเบิร์ก เคปทาวน์ สิงคโปร์
  • ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามระบุไว้ในรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามระบุในรายการ
  • โรงแรมที่พักและค่าอาหารตามรายการระบุ หรือเทียบเท่า
  • ค่าไกด์ท้องถิ่นตามรายการ
  • หัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวให้ความรู้ และคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันการเดินทาง (อุบัติเหตุ) ตามเงื่อนไขประกันกลุ่มในวงเงินท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท
  • น้ำดื่มบนรถไม่จำกัดจำนวน

อัตราค่าบริการไม่รวม

  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถท้องถิ่น (USD 40.- /คน)
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย (ตามที่ท่านได้รับการบริการ)
  • ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% / ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • ค่าธรรมเนียมค่าทำหนังสือเดินทาง
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น อาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ / ค่าซักรีด / ค่าโทรศัพท์

เงื่อนไขในการจอง

  • จองและวางมัดจำ ท่านละ 30,000 บาทภายใน 3 วัน หลังการจองและชำระส่วนที่เหลือก่อนวันเดินทาง 14 วัน (การไม่ชำระเงินมัดจำ หรือยังชำระไม่ครบ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการจัด หรือยกเลิกการเดินทาง) และกรุณาเตรียมเอกสาร และหนังสือเดินทางก่อนเดินทางอย่างน้อย 21 วัน