ทัวร์ตุรกี ดินแดนแห่งสองทวีป 10 วัน 7 คืน 18-27 มีนาคม 2562 กรุงอิสตันบูล สุเหร่าสีน้ำเงิน อุโมงค์เก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน ช้อปปิ้งที่ Istinye Park ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส พระราชวังโดลมาบาเช่ ชมม้าไม้กรุงทรอย วิหารอะโครโปลิส คูซาดาซึ เมืองโบราณเอฟฟิซุส ปามุคคาเล่ อันตาเลีย ล่องเรือชมทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน เมืองคัปปาโดเกีย นครใต้ดินไคมัคลึ พักโรงแรม 5 ดาวและพักโรงแรมถ้ำ 1 คืน

บอลลูน คัปปาโดเกีย ตุรกี Cappadocia, Turkey

LOFT-CL_Grand Turkey 10D 7N (18-27 Mar’19) by TK

แกรนด์ตุรกี ดินแดนแห่งสองทวีป 10 วัน 7 คืน ล่องเรือทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน “ริเวียร่าแห่งตุรกี” * พักโรงแรม 5 ดาว และพักโรงแรมถ้ำ 1 คืน *

ชมความสวยงามของวิหารอะโครโปลิส (Acropolis) ถูกก่อตั้งและรุ่งเรืองที่สุดในสมัยพระเจ้า อูมาเนสที่ 1 (Eumenenes I ) แห่งราชวงศ์เพอการ์มาเน่ (Pergamane) ระหว่าง 263-241 ก่อนคริสตกกาลที่นี่ได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ของโลกสมัยโบราณ ต่อมาพระเจ้า แอททาลุสที่3 (attalis III) ทรงยกเมืองให้แก่อาณาจักรโรมันเมื่อ 133 ปีก่อนคริสตกาล และได้กลายเป็นเมืองหลวงของแคว้นเอเชียภายใต้อาราจักรโรมันการไปเที่ยวที่อะโครโพลิสต้องขึ้นกระเช้าเนื่องจากอะโครโพลิสตั้งอยู่บนภูเขาสูงเมื่อขึ้นไปแล้วเราจะได้สัมผัสกับบรรยากาศและซากบางส่วนของเมืองที่ยังหลงเหลืออยู่

กำหนดการเดินทาง :

  • 18-27 มีนาคม 2562

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2562 (1) กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – สู่กรุงอิสตันบูล

20.30 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูหมายเลข 9 แถว T สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ (TK) พบกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกในเรื่องกระเป๋าสัมภาระและการเช็คอิน

23.50 น.  เหิรฟ้าสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK069 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง 30 นาที)

วันอังคารที่ 19 มีนาคม 2562 (2) กรุงอิสตันบูล – ฮิปโปโดม – สุเหร่าสีน้ำเงิน – สุเหร่าเซนต์โซเฟีย – อุโมงค์เก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน – พระราชวังทอปกาปึ – ช้อปปิ้งแบรนด์เนมที่ Istinye Park

06.20 น. คณะเดินทางถึง สนามบินกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้ว รถโค้ชรอรับนำท่านท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ เริ่มต้นจากการนำท่านชม ฮิปโปโดรม (Hippodrome) หรือ สนามแข่งม้าโบราณ มีเสาโอเบลิสค์ซึ่งเหลือแค่ส่วนปลายที่ยาว 20 เมตร แต่กระนั้นก็ยังสวยงามน่าดูมาก เพราะทั้งเสามีงานแกะสลักอันมีความหมายและมีค่ายิ่ง

จากนั้น นำท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) ที่มาของชื่อสุเหร่าสีน้ำเงินเป็นเพราะเขาใช้กระเบื้องสีน้ำเงินในการตกแต่งภายใน ซึ่งทำเป็นลายดอกไม้ต่างๆ เช่น ดอกกุหลาบ คาร์เนชั่น ทิวลิป เอกลักษณ์เด่นอีกอย่างแต่อยู่ภายนอกคือ หอประกาศเชิญชวนเมื่อถึงเวลาที่จะต้องทำพิธีละหมาด Minaret 6 หอ เท่ากับสุเหร่าที่นครเมกกะ

จากนั้น นำท่านเดินต่อไปชมสถานที่ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตโบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ ภายในมีเสางามค้ำที่สลักอย่างวิจิตร และประดับไว้งดงาม 108 ต้น

จากนั้น นำท่านชม อ่างเก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน (Yerebatan Underground Cistern) ซึ่งเป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอิสตันบูล สามารถเก็บน้ำได้มากถึง 88,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 ภายในอุโมงค์มีเสากรีกต้นสูงใหญ่ค้ำเรียงรายเป็นแถวถึง 336 ต้น และมีเสาต้นที่โดดเด่นมากที่สุดคือ เสาเมดูซ่า อิสระให้ท่านถ่ายภาพและชมความงามใต้ดินของอุโมงค์เก็บน้ำขนาดใหญ่ได้ตามอัธยาศัย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันแบบจีน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) สร้างขึ้นในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ. 1924 พิพิธภัณฑ์พระราชวังทอปกาปึ ห้องที่โด่งดังและเป็นที่สนใจคือห้องท้องพระคลังอันเป็นที่เก็บสมบัติ และวัตถุล้ำค่ามากมาย โดยมีกริชแห่งทอปกาปึด้ามประดับด้วยมรกตใหญ่ 3 เม็ด กับเพชร 86 กะรัต เป็นไฮไลท์ที่สำคัญ

ที่มีชื่อเสียงก้องโลก ซึ่งถือว่าเป็นพระราชวังสำคัญในสมัยออตโตมัน เป็นที่ประทับของสุลต่านองค์สำคัญๆ ซึ่งบรรยากาศของพระราชวังกว้างใหญ่ไพศาลอยู่ในดงต้นมะกอก และตั้งอยู่ริมช่องแคบบอสฟอรัส ท่านจะได้ชมห้องต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นการให้เห็นภาพย้อนยุคในสมัยออตโตมัน และพระราชวังแห่งนี้ยังเป็นที่เก็บรวบรวมสมบัติโบราณของประเทศตุรกี รวมทั้งเครื่องกระเบื้องเคลือบอันสวยหรู มงกุฏเพชรประจำราชวงศ์ และอัญมณีทรงค่ารวมทั้งเพชร 88 กะรัต ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ก่อนนำท่านสู่ จุดถ่ายภาพที่สวยที่สุดจุดหนึ่งของวิวริมช่องแคบบอสฟอรัส

จากนั้น นำท่านเข้าสู่ อาณาจักรแหล่งช้อปปิ้งที่ Istinye Park บ่ายวันนี้ถือว่าเป็นสวรรค์ของนักช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมตัวจริง กับแหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุด หรูหราที่สุด พร้อมเป็นห้างที่รวบรวมสินค้าแบรนด์เนมที่มากที่สุด ให้ท่านได้เลือกช้อปปิ้งอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น PRADA, LOUIS VITTON, HERMES, GUCCI, CHANEL และแบรนด์ ชั้นนำอีกมากมาย ชั้นล่างของห้างก็มีร้านอาหารหรูหรามากมาย หรือจะเลือกเป็นอาหาร Fast Food ก็มีหลากหลายให้ท่านเลือก เช่น Mc Donald’s, Burger King ร้านไอศกรีมต่างๆ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำแบบพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ RAMADA PLAZA ISTANBUL TEKSTILKENT หรือเทียบเท่า 5 ดาว

วันพุธที่ 20 มีนาคม 2562 (3) กรุงอิสตันบูล – ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส – พระราชวังโดลมาบาเช่ – ช้อปปิ้งตลาด สไปซ์ – เมืองอีเซียบัท – เมืองชานัคคาเล่

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเพื่อนำท่านล่องเรือชมความงดงามสุดเกินจะบรรยายของ ช่องแคบบอสฟอรัส (Cruise Along the Bosphorus) ที่เชื่อมทะเลดำและทะเลมาร์มาราเข้าด้วยกัน และที่สำคัญช่องแคบแห่งนี้ เป็นช่องแคบพรมแดนกั้นระหว่างทวีปเอเชีย และ ทวีปยุโรป ซึ่งทั้ง 2 ฝั่งท่านจะได้ชมทัศนียภาพอันงดงามสองฝรั่งทวีป คือ ยุโรป และ เอเชีย อันสวยงามยิ่ง และ มีพระราชวังสำคัญๆ อยู่ริมแม่น้ำมากมาย รวมถึงสถาปัตยกรรมในยุคโรมันที่รายล้อมริมสองฝั่งแคบ ซึ่งทุกท่านถือเป็นประวัติศาสตร์ของชีวิตที่ได้มีโอกาสมาล่องเรือในช่องแคบที่แบ่งเส้นพรมแดนทวีปในครั้งนี้

จากนั้น นำท่านเข้าชม พระราชวังโดลมาบาชเช่ (Dolmabahce Palace) พระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งได้เผยแผ่ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง พระราชวังแห่งนี้สร้างโดย สุลต่าน อับดุล เมอซิท ในปี ค.ศ. 1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เพราะความที่สุลต่านทรงเป็นผู้คลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต ตลอดจนการทหาร ล้วนคัดลอกมาจากตะวันตกทั้งสิ้น พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน ชื่อ บัลยัน เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ภายนอกพระราชวังประดับตกแต่งด้วยสวนไม่ดอกรายล้อมพระราชวัง ซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็กๆ ของช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องต่างๆ ตกแต่งด้วยโคมไฟระย้า บันไดลูกกรง แก้วเจียระไน และโคมไฟมหึมาหนัก 4.5 ตัน ซึ่งแขวนไว้อย่างโดดเด่นในห้องท้องพระโรงใหญ่

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ย่านช้อปปิ้ง สไปซ์ มาร์เก็ต (Spice Market) เป็นตลาดพื้นเมืองของชาวเมืองอิสตันบูล ที่มีเครื่องเทศอันลือชื่อและ นอกจากนั้น ยังมีอาหารขึ้นชื่อและของฝากมากมาย เช่น ถั่วสารพัดชนิด, น้ำผึ้ง, ไข่ปลาเวียร์, ขนมอร่อยๆ แบบเตอร์กิชดีไลท์ เป็นต้น นอกจากช็อปปิ้งสนุก ขนมอร่อยแล้ว การได้มาถ่ายรูปที่ตลาดแห่งนี้ถือว่าได้บรรยากาศที่สนุกสนานมาก เพื่อหาเลือกซื้อสินค้าคุณภาพราคาถูกมากมายโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปต่างๆ มากมายทีนักท่องเที่ยวนิยมไปเยือน มีเวลาให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง อาทิ เตอร์กิส ดีไลท์ เป็นต้น

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันแบบไทย ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชเลียบชายฝั่งสู่ เมืองอีเซียบัท (Eceabat) ระยะทาง 307 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.20 ชม. เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่บริเวณท่าเรือที่จะข้ามฟากสู่เมืองชานัคคาเล่ ระหว่างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงามของขุนเขาสลับกับรถวิ่งชายทะเล ผ่านบ้านเรือนของบรรดาเหล่าเศรษฐี ปศุสัตว์ แปลงการเกษตร … เมื่อถึงท่าเรือ ณ เมืองอีเซียบัทแล้ว นำท่านนั่งเรือข้ามฟากสู่ เมืองชานัคคาเล่ (Canakkale) ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 45 นาที ตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่า เป็นเมืองท่าที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของตุรกีมีดินแดนอยู่ในยุโรปและเอเชียเช่นเดียวกับอิสตันบูล ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าตลอดจนชุมทางการเดินรถ และขนถ่ายสินค้าจากเอเชียสู่ยุโรป นับตั้งแต่สุลต่านอาห์เม็ดที่ 2 ได้สร้างป้อมปราการขึ้นที่นี่เมื่อปี 1452 เมืองชานัคคาเล่ในอดีตเป็นที่ตั้งของสมรภูมิรบกัลลิโปลี สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการรุกคืบหน้า เข้าไปยังช่องแคบคาร์ดาแนลส์ เพื่อบีบให้ตุรกีถอนตัวออกจากสงครามโลก

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ IDA KALE RESORT HOTEL หรือเทียบเท่า 5 ดาว

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำแบบพื้นเมือง ณ ห้องอาหารของโรงแรม

วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562 (4) เมืองชานัคคาเล่ – กรุงทรอย – ชมม้าไม้กรุงทรอย – เมืองเพอร์กามุม – วิหารอะโครโปลิส – เมืองคูซาดาซึ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ กรุงทรอย (Troy) ปัจจุบันกรุงทรอยตั้งอยู่ในเมืองชานัคคาเล่ ประเทศสาธารณรัฐตุรกี ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง บริเวณกรุงทรอยมีการจัดแสดงแบบจำลองกรุงทรอย และเรื่องราวการค้นพบโดยนักโบราณคดี พร้อมทั้งภาพแผนผังเมืองทรอยที่ถูกสร้างซ้อนทับกันถึง 9 ชั้น มีซากเมืองเก่า กำแพง ประตู และม้าไม้จำลองแห่งทรอย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณโดยเป็นสาเหตุทำให้กรุงทรอยแตก

ให้ท่านได้บันทึกภาพสวยๆ กับ ม้าไม้แห่งกรุงทรอย (Wooden Horse of Troy) อันโด่งดังเป็นหนึ่งในอาวุธยุทโธปกรณ์อันชาญฉลาดของกองทัพกรีกที่ได้คิดแผนการที่จะตีกรุงทรอย โดยการสร้างม้าไม้จำลองขนาดยักษ์ ที่เรียกว่าม้าไม้เมืองทรอย โดยทหารกรีกได้เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในม้าโทรจัน แล้วก็ทำการเข็นไปไว้หน้ากรุงทรอย เหมือนเป็นของขวัญและสัญลักษณ์ว่าชาวกรีกยอมแพ้สงคราม และได้ถอยทัพออกห่างจากเมืองทรอย ชาวทรอยเมื่อเห็นม้าโทรจัน ก็ต่างยินดีว่ากองทัพกรีกได้ถอยทัพไปแล้ว ก็ทำการเข็นม้าโทรจันเข้ามาในเมือง แล้วทำการเฉลิมฉลองเป็นการใหญ่ เมื่อชาวทรอยนอนหลับกันหมด ทหารกรีกที่ซ่อนตัวอยู่ ก็ออกมาจากม้าโทรจัน แล้วทำการเปิดประตูเมืองให้กองทัพกรีกเข้ามาในเมือง แล้วก็สามารถยึดเมืองทรอยได้ ก่อนที่จะทำการเผาเมืองทรอยทิ้ง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เหล่าเทพไม่พอใจ และทำการกลั่นแกล้งไม่ให้ชาวกรีกได้กลับบ้านเมืองอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เล่าอยู่ในโอดิสซีย์ …

ได้เวลาพอสมควรนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเพอร์กามุม (Pergamum) ระยะทาง 225 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม. เป็นเมืองชายฝั่งทะเลเอเจียนของประเทศตุรกี ตั้งอยู่ในจังหวัด อิซเมียร์ ในอดีตกลุ่มชาวกรีก อีโอเลียน(Aeolian) เป็นผู้บุกเบิกในการเข้ามาตั้งรกรากในช่วง 800 ปีก่อนคริสตกาล ยังมีซากเมืองโบราณที่ยังหลงเหลืออยู่ให้ชม

13.00 น. รับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร

14.00 น. นำท่านชมความสวยงามของวิหารอะโครโปลิส (Acropolis) ถูกก่อตั้งและรุ่งเรืองที่สุดในสมัยพระเจ้า อูมาเนสที่ 1 (Eumenenes I ) แห่งราชวงศ์เพอการ์มาเน่ (Pergamane) ระหว่าง 263-241 ก่อนคริสตกกาลที่นี่ได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ของโลกสมัยโบราณ ต่อมาพระเจ้า แอททาลุสที่3 (attalis III) ทรงยกเมืองให้แก่อาณาจักรโรมันเมื่อ 133 ปีก่อนคริสตกาล และได้กลายเป็นเมืองหลวงของแคว้นเอเชียภายใต้อาราจักรโรมันการไปเที่ยวที่อะโครโพลิสต้องขึ้นกระเช้าเนื่องจากอะโครโพลิสตั้งอยู่บนภูเขาสูงเมื่อขึ้นไปแล้วเราจะได้สัมผัสกับบรรยากาศและซากบางส่วนของเมืองที่ยังหลงเหลืออยู่

15.00 น. นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซึ (Kusadasi) ระยะทาง 202 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. เป็นท่าเรือธรรมชาติที่ใช้มาตั้งแต่ก่อนคริสตกาล หลังจากที่ตกเป็นของออตโตมัน มหาเสนาบดีโอคุซ เมห์เหม็ด พาซา (Okuz Mehmed Pasa) ผู้เป็นวิเชียร์แห่งสุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1 และสุลต่านออสมันที่ 2 ได้สร้างสุเหร่าคาไลชิ (Kaleici) และโรงอาบน้ำ ตลอดจนกำแพงเมืองที่พักสำหรับกองคาราวาน (Karavan Sarayi) เพื่อให้คูซาตาซึเป็นเมืองท่าที่เหมาะในการทำการค้าระหว่างยุโรปและแอฟริกา

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ ROYAL PALACE KUSADASI HOTEL หรือเทียบเท่า 5 ดาว

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำแบบพื้นเมือง ณ ห้องอาหารของโรงแรม

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2562 (5) เมืองคูซาดาซึ – โรงงานเครื่องหนัง – เมืองโบราณเอฟฟิซุส – บ้านพระแม่มารี – เมืองปามุคคาเล่

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น. นำท่านเข้าชม โรงงานเครื่องหนัง คุณภาพเยี่ยมของประเทศตุรกี ที่สินค้าแบรนด์เนมดังๆ จากทั่วโลก มักจะส่งมาให้โรงงานในตุรกีผลิต อาทิเช่น Versace, Micheal Kors และแบรนด์ดังอื่นๆ อีกมากมาย

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus) ที่ยิ่งใหญ่และงดงามจนกระทั่งจารึกว่า “มหานครแห่งแรกและยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเซีย” เมืองโบราณที่สมบูรณ์และมั่งคั่งที่สุด ถนนทุกสายปูด้วยหินอ่อน ชม ห้องสมุดเซลซุส ห้องสมุดแห่งนี้มีทางเข้า 3 ทาง โดยบริเวณประตูทางเข้ามีรูปแกะสลักเทพี 4 องค์ประดับอยู่ ได้แก่ เทพีแห่งปัญญา เทพีแห่งคุณธรรม เทพีแห่งความเฉลียวฉลาด และเทพีแห่งความรู้ รูปแกะสลักเทพีทั้ง 4 องค์นี้เป็นของจำลอง ส่วนของจริงนักโบราณคดีชาวออสเตรียได้นำกลับไปออสเตรียและตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กรุงเวียนนา

แวะชม โรงละครเอเฟซุส (Great Theatre) ซึ่งจุคนได้ประมาณ 30,000 คน เป็นโรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโรงละครโบราณในตุรกี มีลานแสดงตรงกลางแวดล้อมด้วยที่นั่งชมไล่ระดับขึ้นไป ปัจจุบันยังสามารถใช้งานได้ดีอยู่และมีการจัดการแสดงแสงสีเสียงบ้างเป็นครั้งคราว ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ ชม โบสถ์นักบุญเซนต์ จอห์น สาวกของพระเยซูคริสต์ที่ออกเดินทางเผยแพร่ศาสนาไปทั่วดินแดนอนาโตเลียหรือประเทศตุรกีในปัจจุบัน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเยี่ยมชม บ้านพระแม่มารี (House of Virgin Mary) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้างหลังนี้ ถูกค้นพบอย่าปาฏิหาริย์ โดยแม่ชีตาบอดชาวเยอรมัน ชื่อ แอนนา แคเทอรีน เอมเมอริช Anna Catherine Emmerich เมื่อปี ค.ศ. 1774-1824 ได้เขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตนเอง เมื่อเธอเสียชีวิตลงมีคนพยายามสืบเสาะค้นห้าบ้านหลังนี้ จนพบในปี ค.ศ. 1891 ปัจจุบันบ้านพระแม่มารีได้รับการบูรณะเป็นบ้านอิฐชั้นเดียว ภายในมีรูปปั้นของพระแม่มารี ซึ่งพระสันตปาปา โป๊ป เบเนดิกส์ที่ 6 ได้เคยเสด็จเยือนที่นี่ บริเวณด้านนอกของบ้าน มีก๊อกน้ำสามก๊อก ที่มีความเชื่อว่าเป็นก๊อกน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แทนความเชื่อในเรื่องสุขภาพ ความร่ำรวย และความรัก ถัดจากก๊อกน้ำเป็นกำแพงอธิษฐาน ซึ่งมีความเชื่อว่าหากต้องการให้สิ่งที่ปรารถนาเป็นความจริงให้เขียนลงในผ้าฝ้ายแล้วนำไปผูกไว้แล้วอธิษฐาน

14.00 น. นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ (Pamukkale) ระยะทาง 198 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ เมืองปามุคคาเล่ (Pamukkale) คำว่า “ปามุคคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” ซึ่งคำว่า Pamuk หมายถึง ปุยฝ้าย และ Kale หมายถึง ปราสาท เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซี่ยมออกไซด์)

ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศเกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตา และโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ปามุคคาเล่ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ PAMUKKALE NINOVA THERMAL SPA & HOTEL หรือเทียบเท่า 5 ดาว

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำแบบพื้นเมือง ณ ห้องอาหารของโรงแรม

วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2562 (6) เมืองปามุคคาเล่ – ปราสาทปุยฝ้าย – เมืองอันตาเลีย

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น. นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย (Pamukkale) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน นำท่านชมหน้าผาที่ขาวกว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจากหิมะ เมฆหรือปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่างๆ อย่างมหัศจรรย์ น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิประมาณ 33-35 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอันตาเลีย (Antalya) ระยะทาง 248 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม. เป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน Mediterranean Sea ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี เป็นอีกหนึ่งเมืองประวัติศาสตร์ ซึ่งสามารถย้อนกลับไปประมาณ 150 ปีก่อนคริสตกาล สำหรับตัวเมืองนั้นตั้งอยู่บนที่ราบชายฝั่งแคบๆ ที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและท้องทะเลอันงดงาม จนนักท่องเที่ยวที่เคยมาเยือนล้วนให้การยกย่องว่าเป็น “ริเวียร่าแห่งตุรกี” ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวภายในเมืองนั้นก็มีทั้งส่วนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ถือว่ามีความเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ HARRINGTON PARK RESORT หรือเทียบเท่า 5 ดาว

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำแบบพื้นเมือง ณ ห้องอาหารของโรงแรม

วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 (7) เมืองอันตาเลีย – ประตูเฮเดรียน – ล่องเรือชมทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน – เมืองคอนย่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น. นำท่านชมความสวยงามของ เมืองอันตาเลีย (Antalya) ชมความงดงามของอนุสาวรีย์โบราณ รวมถึงกำแพงเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “ฮิดิร์ลิค ทาวเวอร์” Hidirlik Tower อีกหนึ่งหอคอยที่มีความสำคัญ ซึ่งสร้างขึ้นจากหินสีน้ำตาลอ่อนเพื่อใช้เป็นป้อมปราการ หรือ ประภาคารในอดีต ฮิดิร์ลิค ทาวเวอร์ เป็นหอคอยทรงกลมที่ค่อนข้างมีความโดดเด่นและเป็นจุดหมายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง ปัจจุบันหอคอยถูกล้อมรอบไปด้วยร้านกาแฟและร้านอาหารมากมาย

จากนั้น นำท่านสู่ ประตูเฮเดรียน (Hadrian’s Gate) ประตูชัยซึ่งสร้างขึ้นตามชื่อของจักรพรรดิโรมันเฮเดรียน Roman Emperor Hadrian ในช่วงศตวรรษที่ 2 โดยประตูนั้นถูกสร้างขึ้นในรูปแบบทรงโค้ง จำนวน 3 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นประตูที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศตุรกีอีกด้วย จากนั้นนำท่านชม ท่าเรือโบราณ Old Habour ซึ่งปัจจุบันท่าเรือแห่งนี้ได้ถูกปรับปรุงให้เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวโดยยังคงเค้าโครงเดิมไว้

จากนั้น นำท่าน ล่องเรือชมทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน (Mediteranian Boat Trip) เจ้าของสมญานาม “ริเวียร่าแห่งตุรกี” ให้ท่านได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดโดยการล่องเรือที่ตกแต่งคล้ายกับเรือโจรสลัด เรือจะพาท่านลัดเลาะไปตามหน้าผาต่างๆ ที่มีโรงแรมระดับ 5 ดาว สร้างเรียงรายอยู่ตามหน้าผา และที่พลาดไม่ได้เรือจะพาท่านล่องไปชมน้ำตกที่ไหลจากหน้าผาไหลลงสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน นับว่าเป็นความแปลกใหม่ ซึ่งแตกต่างจากน้ำตกทั่วๆ ไปในเมืองไทย ส่วนใหญ่จะไหลลงด้านล่างจะเป็นลำธารน้ำ นับว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวอย่างท่านไม่ควรพลาด

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองแอสเพนโดส (Aspendos) อยู่ห่างออกไปจากเมืองอันตาเลียประมาณ 45 กิโลเมตร เพื่อชม โรงละครที่มีความยิ่งใหญ่ (Roman Theater) สัมผัสอย่างใกล้ชิด ซึ่งมีความสวยงามและสามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 20,000 คน มีเวทีแสดงด้านหลังที่ถูกสร้างขึ้นหลายชั้นเหมือนกับอพาร์ตเม้นท์ ที่มีห้องสำหรับนักแสดงเพื่อไว้เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย นอกจากนั้นทางด้านซ้ายและด้านขวายังมีทางที่ยื่นออกไปเหมือนกับระเบียงที่ติดต่อกับที่นั่ง

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) ระยะทาง 267 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.45 ชม. เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุก ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งแรกของพวกเติร์กบนแผ่นดินตุรกี ในช่วงปี 1071-1275 ทำให้สถาปัตยกรรมแบบเซลจุกดั้งเดิมมีให้เห็นอย่างโดดเด่นที่นี่ และยังเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางของนิกายเมฟเลวี ที่ถือกำเนิดมาจากการก่อตั้งของเมฟลานา เยลาเลดิน ผู้ซึ่งเป็นกวีชาวอัฟกานิสถานที่ทำให้ชาวคริสต์จำนวนไม่น้อยหันมานับถือศาสนาอิสลาม เขาจึงเปรียบเหมือนผู้วิเศษในสายตาเหล่าสาวก รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทางของภูมิภาคตอนกลางของประเทศตุรกี

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ RAMADA PLAZA KONYA HOTEL หรือเทียบเท่า 5 ดาว

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำแบบพื้นเมือง ณ ห้องอาหารของโรงแรม

วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม 2562 (8) เมืองคอนย่า – พิพิธภัณฑ์เมฟลานา – คาราวานสไตล์ – เมืองคัปปาโดเกีย – พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ – โชว์ระบำหน้าท้อง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น. นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์เมฟลานา หรือสำนักลมวน (Mevlana Museum) เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดยเมฟลานา เจลาเลคดิน รูบี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม

หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน

09.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) ระยะทางประมาณ 240 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. ระหว่างทางให้ท่านได้แวะพักเปลี่ยนอิริยาบถด้วยการเข้าชม Caravansarine

สถานที่พักแรมของพ่อค้าชาว เติร์ก สมัยออตโตมัน ที่ยิ่งใหญ่ ระหว่างทางแวะถ่ายรูป คาราวานสไลน์ ที่พักกองคาราวานในอดีตของสุลต่านฮานี (Sultan Han Caravanserai) ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสุลต่านฮานี สร้างโดยสุลต่านอาเลดดิน เคย์โคบาท ราวศตวรรษที่ 13 ประตูทำด้วยหินอ่อนสกัดลวดลายโบราณ ตรงกลางเป็นสุเหร่า ส่วนบริเวณอื่นจัดเป็นครัว ห้องน้ำ และห้องนอน

13.00 น. รับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร

14.00 น. นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม (Goreme Open Air Museum) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ และนำท่านแวะถ่ายรูป หมู่บ้านโบราณอุชิซาร์ เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีภูเขาหินขนาดมหึมาอยู่บนเขากลางเมือง ถูกขุดสกัดเป็นปราสาทขนาดใหญ่ มีช่องหน้าต่างมากมายจนดูคล้ายรวงผึ้ง วิวจากด้านบนสามารถมองลงไปเห็นหุบเขาเบื้องล่างได้รอบทิศ ที่นี่สามารถสัมผัสถึงวิถีชีวิตของผู้คนจริงที่อยู่อาศัยในบ้านที่ขุดเข้าไปในภูเขาที่ดูเหมือนจอมปลวก จนเรียกได้ว่าเป็นบ้านจอมปลวกในสภาพแวดล้อมเดิมมายาวนานหลายร้อยปี

จากนั้น ให้ท่านได้แวะชม โรงงานเซรามิค อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ GOREME KAYA HOTEL หรือเทียบเท่า 5 ดาว

หมายเหตุ ในกรณีที่โรงแรมถ้ำเต็ม ทางบริษัทจะเปลี่ยนเป็นนอนโรงแรมระดับ 5 ดาวแทน

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำแบบพื้นเมือง ณ ห้องอาหารของโรงแรม พร้อมชม “ระบำหน้าท้อง” Belly Dance ประกอบดนตรีของสาวน้อยชาวตุรกี

วันอังคารที่ 26 มีนาคม 2562 (9) เมืองคัปปาโดเกีย – นครใต้ดินไคมัคลึ – ชมเมืองคัปปาโดเกีย – โรงงานพรมและโรงงานเพชร – สนามบินเคย์เซอรี่ – สู่กรุงอิสตันบูล

** สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเกีย จะต้องออกจากโรงแรม 05.00 น. ชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง โดยต้องมีอายุมากกว่า 6 ปีขึ้นไป (ค่าขึ้นบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ราคาประมาณ USD 230 ต่อ 1 ท่าน) หากท่านสนใจ สามารถสอบถามราคาได้จากหัวหน้าทัวร์ก่อนชำระเงิน **

[บริษัทตัวแทนผู้ให้บริการทัวร์บอลลูนในตุรกีมีประกันภัยให้กับทุกท่าน แต่สำหรับประกันภัยที่ทำจากเมืองไทยนั้น ไม่ครอบคลุมการทำกิจกรรมขึ้นบอลลูนและเครื่องร่อนทุกประเภท]

*** สำหรับท่านที่ไม่ได้ซื้อทัวร์ขึ้นบอลลูน สามารถอิสระพักผ่อนที่โรงแรมได้ตามอัธยาศัย ***

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

10.00 น. นำท่านชม นครใต้ดินไคมัคลี (Underground City of Derinkuyu or Kaymakli) เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรูนครใต้ดินไคมัคลีมีชั้นล่างที่ลึกที่สุดลึกถึง 85 เมตร เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านชม เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหิน และเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงาม คัปปาโดเกีย Cappadocia เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า ดินแดนม้าพันธุ์ดี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี

เป็นพื้นที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และ ภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว เถ้าลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายทั่วบริเวณจนทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา จากนั้นกระแส น้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ กัดเซาะกร่อนหิน แผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆ นับแสนนับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูป แท่ง กรวย ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า ปล่องไฟนางฟ้า ในปี ค.ศ. 1985 ยูเนสโก้ได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี

จากนั้น นำท่านเข้าชม โรงงานพรม ตุรกีถือว่ามีชื่อเสียงเรื่องพรม พรมส่วนใหญ่ที่ผลิตในตุรกีนั่นมีชื่อเสียงเลื่องลือระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นพรมที่ทอจากขนสัตว์ หรือพรมที่ทอจากฝ้าย และพรมที่ทอจากไหม

จากนั้น นำท่านชม โรงงานเพชร ที่มีชื่อเสียงของประเทศตุรกี อาทิเช่น เทอควอย อาร์เทมิส เพชร และพลอย ที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตและยังมีความโดดเด่นให้ท่านได้เลือกชมและช้อปปิ้งตามอัธยาศัย … สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่สนามบินกรุงเคย์เซอรี่

20.45 น. เหิรฟ้าสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK2015 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที)

22.25 น. คณะเดินทางถึง สนามบินกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน

วันพุธที่ 27 มีนาคม 2562 (10) กรุงอิสตันบูล – สู่กรุงเทพฯ

01.50 น. เหิรฟ้าสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK068 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง)

14.50 น. คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

กำหนดการเดินทาง :

  • 18-27 มีนาคม 2562

ราคารวมตั๋วเครื่องบิน (คณะเดินทางขั้นต่ำ 20 ท่านขึ้นไป)

  • ผู้ใหญ่ พักห้องคู่ (ห้องละ 2 ท่าน) 55,000.-
  • เด็กอายุ 4-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (มีเตียง) 48,500.-
  • เด็กอายุ 4-6 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่มีเตียง) 44,000.-
  • พักห้องเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ 6,000.-
  • กรณีไม่ใช้ตั๋วเครื่องบินกรุ๊ป หักคืนท่านละ ผู้ใหญ่ 28,000.- / เด็ก 22,500.-

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นประหยัด เส้นทาง กรุงเทพฯ – อิสตันบูล // เคย์เซอรี่ – อิสตันบูล – กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ (TK)
  • ค่าภาษีสนามบิน และ ค่าภาษีน้ำมันจากสายการบิน ณ วันที่ 14 กันยายน 2561 และบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนราคาตั๋วตามภาษีน้ำมันหากสายการบินมีการปรับเพิ่มขึ้นหลังจากนี้ ทางบริษัทฯ ขอคิดตามความเป็นจริง
  • ค่าโรงแรมที่พัก ตามรายการที่ระบุ หรือเทียบเท่า (ห้องละ 2 ท่าน)
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มทุกมื้อ ตามที่กำหนดในโปรแกรม
  • ค่ารถโค้ชปรับอากาศมาตรฐาน รับ-ส่งท่องเที่ยวตามรายการที่ระบุไว้ในโปรแกรม
  • ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่ระบุตามรายการ
  • *** หากสถานที่ท่องเที่ยวใดที่ไม่สามารถเข้าชมได้ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าใช้จ่าย เนื่องจากทางบริษัทได้ทำการจองและถูกเก็บค่าใช้จ่ายไปแล้ว ***
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ตลอดการเดินทาง
  • ค่าน้ำดื่มแบบขวด บริการบนรถระหว่างเดินทางท่องเที่ยว 1 ขวด / ท่าน / วัน
  • ค่ามัคคุเทศก์ไทยจากกรุงเทพฯ ที่มีประสบการณ์บริการคอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทางคุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 500,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าในกรณีเกินกว่าสายการบินกำหนดให้ 20 กิโลกรัมต่อหนึ่งท่าน
  • ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทาง หรือค่าแจ้งเข้าออก กรณีคนต่างด้าว
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ เครื่องดื่มและอาหารนอกรายการ, ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ
  • ค่าทิปพนักงานยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถตลอดทริป 40 ดอลล่าร์ (USD) / ท่าน
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3 %

เงื่อนไขการชำระเงิน

  • กรุณาทำการจอง โดยแฟกซ์หรืออีเมล์หน้าพาสปอร์ตผู้เดินทาง เข้ามาที่บริษัท เพื่อยืนยันการจองที่นั่ง
  • กรุณาชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 30,000 บาทต่อผู้เดินทางหนึ่งท่าน ภายใน 3 วันนับจากวันที่จอง
  • ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ บริษัทฯ จะขอเก็บค่าทัวร์ทั้งหมดก่อนการเดินทาง ล่วงหน้า 30 วันก่อนการเดินทาง มิเช่นนั้นบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางของท่านโดยไม่มีเงื่อนไข
  • การเดินทางในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวหรือวันหยุดต่อเนื่อง อาจจะมีการเรียกเก็บค่าทัวร์เร็วกว่าที่กำหนดไว้ข้างต้น
  • * กรุณาพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ และเงื่อนไขการยกเลิกทัวร์ของบริษัท ก่อนท่านทำการจองทัวร์ *

สอบถามทัวร์ LINE: @lofttravel TEL: 02-402-6475, 02-046-0046, 080-291-0123, 085-225-4664, 086-321-4740, 086-322-1610