ทัวร์สุขภาพ (Wellness Tour) Operate by Loft เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ 11 วัน 8 คืน 6-16 มีนาคม 2563 บรัสเซลส์ ลีล Vieux Old Town โบสถ์ Eglise Saint Maurice อีเปอร์ Ypres Cloth Hall พิพิธภัณฑ์ In Flanders Fields Museum บรูจส์ โบสถ์พระโลหิตศักดิ์สิทธิ์ โบสถ์พระแม่มารี ล่องเรือชมเมืองบรูจส์ เมเคอเลิน วัดธัมมปทีป อานท์ทรัปพ์ ร่วมงานสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ตรวจผลทางห้องปฏิบัติการ ฟังบรรยายเรื่องระบบการแพทย์ของเบลเยี่ยม ช้อปปิ้งย่าน Diamond District บารล์เฮอร์ธ็อกจ์ บารล์นาซซาว รูมอนท์ McArthurGlen Designer Outlet Roermond นามูร์ ป้อมปราการเมืองนามูร์ ชาร์เลอรัว ดิน็องท์ Collegiale Notre,Dame ป้อมปราการดิน็องท์ บรัสเซลส์ อะตอมเมี่ยม ฟังผลตรวจ จัตุรัสกรองด์ ปลาซ เลอเวิน เก้นท์ ร่วมงานสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ซื้อยาตามใบสั่งแพทย์ ช้อปปิ้งที่ถนนบูเลอวาร์ด กิจกรรมนันทนาการ สังสรรค์ ปาร์ตี้

Wellness Tour K.Anne Belgium

ทัวร์สุขภาพ (Wellness Tour) เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ 11 วัน 8 คืน 

บริษัท ล็อฟท์ทัวร์ จำกัด ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวในต่างประเทศมาอย่างยาวนานกว่า 15 ปี ได้ดำริร่วมกับอาจารย์ ดร.นายแพทย์ วัชรพล อเล็กซองดร์ กำเนิดศิริ อาจารย์แพทย์ชาวไทยเพียงคนเดียวในปัจจุบันที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทย์สภาแห่งราชอาณาจักรเบลเยี่ยม นายแพทย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเบลเยี่ยม และนายแพทย์ปฏิบัติการกระทรวงกลาโหมเบลเยี่ยม ได้เล็งเห็นถึงวิธีการดูแลสุขภาพในรูปแบบใหม่ คือ “การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในสหภาพยุโรป” ซึ่งถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับผู้รักการเดินทางที่ใส่ใจสุขภาพและนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยว พร้อมกับได้รับการตรวจผลทางห้องปฏิบัติการกับศูนย์การแพทย์มาตรฐานสูงของประเทศเบลเยี่ยม

วันศุกร์ที่ 6 มี.ค. 63 (1) กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

21.00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย (TG) โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ และหัวหน้าทัวร์คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในเรื่องกระเป๋าสัมภาระและการเช็คอินแก่ทุกท่านก่อนการเดินทาง

วันเสาร์ที่ 7 มี.ค. 63 (2) บรัสเซลส์ – ลีล – Vieux Old Town – โบสถ์ Eglise Saint Maurice – อีเปอร์ – Ypres Cloth Hall – พิพิธภัณฑ์ In Flanders Fields Museum – บรูจส์

00.30 น. เหินฟ้าสู่ กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม บินตรงกับสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG934 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง 10 นาที

07.40 น. คณะเดินทางถึง ท่าอากาศยานบรัสเซลส์ กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร พร้อมรับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้ว

https://www.youtube.com/watch?v=6mxzPaY9DJQ

09.30 น. รถโค้ชรอรับคณะที่สนามบินเพื่อนำท่านเดินทางสู่ เมืองลีล (Lille) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที เป็นเมืองหลวงของแคว้นนอร์ – ปาดกาแล ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศสติดกับชายแดนประเทศเบลเยี่ยมและใกล้กับชายแดนประเทศอังกฤษ เมืองหลวงแห่งนี้จึงมีกลิ่นไอของอังกฤษผสมเบลเยี่ยม นอกจากนั้นยังถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองหลวงขนาดใหญ่ที่สุดอันดับที่ 4 ของประเทศฝรั่งเศส รองลงมาจากปารีส ลียงและมาร์แซร์อีกด้วย

11.00 น. นำท่านเที่ยวชมย่านเมืองเก่า Vieux Old Town เป็นย่านเมืองเก่าอันเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมหลากสีสันหน้าตื่นตาตื่นใจกับหลากหลายแบบที่พิเศษของศตวรรษที่ 17 โดดเด่นด้วยศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบ Flemish ที่แท้จริง ที่นี่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ความเป็น Lille ได้ชัดเจนที่สุด ด้วยอาคารที่ก่อด้วยอิฐสีแดงและถนนที่ปูด้วยหินกรวดเส้นทางอ้อมเป็นสี่เหลี่ยมที่ให้ความรู้สึกถึงความเป็นประเทศเบลเยี่ยมที่แตกต่างออกไปจากศิลปะของประเทศฝรั่งเศสจนอาจทำให้คุณเกิดความสงสัยขึ้นมาได้ว่า “นี่คุณกำลังท่องเที่ยวอยู่ปะเทศไหนกันแน่” ความจริงย่านนี้เคยผ่านช่วงที่มีความร่วงโรยทรุดโทรม แต่ในปัจจุบันนั้นได้รับการบูรณะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ให้มีความสดใสสวยงามจนเปรียบเสมือนเป็นชีวิตชีวาแห่ง Lille จากนั้นนำท่านเข้าชม โบสถ์ Eglise Saint Maurice เป็นโบสถ์ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นวิหารแห่งเหตุผล ที่ภายในตกแต่งด้วยภาพวาดมากมายของศิลปินชาว Lille สืบเนื่องมาจากศตวรรษ 17-18 โบสถ์กลางแห่งนี้เป็นโบสถ์ที่อุทิศให้กับ Saint – Barbe ผู้อุปถัมภ์ของนักประดิษฐ์ชาว Lille ที่ปกป้องเมืองนี้เรื่อยมาตั้งแต่ปี 1485 ปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้จัดได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง Lille ที่ได้รับการเยี่ยมชมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี อีกทั้งที่นี่ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี 1914 อีกด้วย จากนั้นนำท่านไปถ่ายรูปกับ La Vieille Bourse อาคารตลาดหลักทรัพย์เก่าที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1652 ถึง 1653 เป็นหนึ่งในอาคารที่ดีที่สุดในเมือง Lille ตั้งอยู่ระหว่าง Grand place และเดอะเธียเตอร์สแควร์ โดดเด่นด้วยบ้านหลังเล็ก 24 หลังที่ล้อมรอบบริเวณลานโค้งที่เต็มไปด้วยตลาดหนังสือมือสอง นักเล่นหมากรุกและนักท่องเที่ยวที่มานั่งพักผ่อนหย่อนใจกันในบริเวณนี้ และสถานที่แห่งนี้ได้ถูกจัดให้เป็นอนุสาวรีย์ประวัติศาสตร์เมื่อปี 1921

12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

14.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองอีเปอร์ (Ypre) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที เมืองหนึ่งในมณฑลฟลานเดอร์ทางตะวันตกของประเทศเบลเยียม ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง อีเปอร์เป็นศูนย์กลางของยุทธการระหว่างกองกำลังฝ่ายจักรวรรดิเยอรมันกับฝ่ายสัมพันธมิตร นำท่านเดินทางผ่านประตูอนุสรณ์ Menin Gate ตั้งอยู่ที่ทางออกทิศตะวันออกของเมือง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของถนนสายหลัก สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานสงครามที่อุทิศให้กับทหารอังกฤษและพันธมิตรที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ออกแบบโดย เซอร์ เรจินัลด์ บลอมฟิลด์ สร้างโดยคณะกรรมาธิการสงครามสุสานจักรวรรดิ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 1927 จากนั้นไปบริเวณจัตุรัสใจกลางเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Ypres Cloth Hall ศาลาว่าการประจำเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุคกลาง สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 และเสร็จสมบูรณ์ในปี 1304 ที่นี่เคยได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการถูกโจมตีโดยปืนใหญ่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งระหว่างปี 1933 และ 1967 ต่อมาได้ถูกบูรณะขึ้นมาอีกครั้ง โดยสถาปนิก J. Coomans และ PA Pauwels จนมีความใหญ่อลังการอย่างที่ได้เห็นในปัจจุบัน

และนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ In Flanders Fields Museum ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นสองของ Cloth Hall เป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ตั้งแต่การเริ่มระดมพลรุกรานเบลเยี่ยมในช่วงเดือนแรกของสงคราม Westhoek จากชายหาด Nieuwpoort ไปยัง Leie in Armentieres จนถึงจุดจบของสงคราม

17.30 น. สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางไป เมืองบรูจส์ (Brugge) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดแฟรนเดอร์ตะวันตก ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศเบลเยี่ยม เมืองบรูจส์ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเวนิสแห่งตอนเหนือ เป็นเมืองที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของการผสมผสานระหว่างอารยธรรมในยุคสมัยกลางและสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

18.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

20.00 น. นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Radisson Blu Hotel, Bruges หรือระดับเทียบเท่า

วันอาทิตย์ที่ 8 มี.ค. 63 (3) บรูจส์ – โบสถ์พระโลหิตศักดิ์สิทธิ์ – โบสถ์พระแม่มารี – ล่องเรือชมเมืองบรูจส์ – เมเคอเลิน – วัดธัมมปทีป – อานท์ทรัปพ์ – ร่วมงานสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เมืองบรูจจ์ (Brugge) ประเทศเบลเยี่ยม ที่ได้รับฉายาว่า “เมืองเวนีสแห่งทะเลเหนือของยุโรป”

08.30 น. พาท่านเที่ยวชมเมืองบรูจส์ ที่ล้อมรอบด้วยสะพานเล็ก ๆ ตั้งคร่อมอยู่เหนือลำคลอง บ้านหลังคาทรงจั่วและสนามหญ้าอันเขียวขจี เป็นบรรยากาศที่ท่านสามารถพบเห็นได้ทั่วเมือง นำท่านไปยังย่านใจกลางเมืองเก่า จัตุรัสมาร์ก (Markt) ซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาดค้าขายและที่จัดงานต่าง ๆ ของเมือง รวมถึงจัตุรัสเบิร์ก (Burg) ลานกว้างหน้าบริเวณวังเก่าสไตล์กอธิคที่กลายเป็นศาลาว่าการของเมืองในปัจจุบัน ผ่านชมหอประชุมสงฆ์

และถ่ายภาพกับ หอระฆังประจำเมือง (Belfry of Bruges) ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองบรูจส์ มีความสูงถึง 83 เมตร และบันได 366 ขั้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ลองเดินขึ้นทดสอบความแข็งแรงสู่ยอดของหอระฆัง จากนั้นนำท่านเข้าชมความงดงามและเก่าแก่ของ โบสถ์พระโลหิตศักดิ์สิทธิ์ (Basilica of the Holy Blood) เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิก สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 12 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบรูจส์ เป็นที่เก็บพระโลหิตศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซู และเข้าชม โบสถ์พระแม่มารี (Church of Our Lady) ซึ่งมีรูปปั้นประติมากรรมหินอ่อนที่ชื่อว่า Madonna & Child ที่งดงาม โดยแกะสลักจากฝีมือศิลปินชื่อก้องโลกอย่าง มิเคลแองเจโล เมื่อเดินเข้ามาภายในจะสัมผัสความเงียบสงบ และบรรยากาศที่เย็นสบาย พร้อมกับได้ยลโฉมประติมากรรมหินอ่อนอันเลื่องชื่อที่ดูอ่อนช้อย

**ระยะทางเดินเที่ยวชมสถานที่ประมาณ 1 กิโลเมตร**

10.30 น. นำท่าน ล่องเรือชมเมืองบรูจส์ (ใช้เวลาล่องเรือประมาณ 30-40 นาที) ชมความงดงามของเมืองมรดกโลกที่ยังคงอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ ได้บรรยากาศแบบการล่องเรือในนครเวนิส และจะเห็นสถานที่ที่สวยงามซึ่งท่านสามารถมองเห็นได้โดยเรือเท่านั้น

11.30 น. สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองเมเคอเลิน (Mechelen) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที เมืองในประเทศเบลเยียมที่พูดภาษาดัตช์เป็นภาษาถิ่น ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดแอนท์เวิร์ป (Antwerp) บนแม่น้ำดอยล์ (Dyle River) มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่ในคริสต์ศตวรรษที่ 15 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 ถือเป็นตลาดใหญ่ในการค้าผัก ผลิตเครื่องเรือน และเคยเป็นศูนย์กลางผลิตผ้าลูกไม้ที่มีชื่อเสียงอีกด้วย

13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ วัดธัมมปทีป (Wat Dhammapateep)

มีเวลาให้ท่านเข้าร่วมทำบุญ ไหว้พระ ขอพร และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามอัธยาศัย

15.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองอานท์ทรัปพ์ (Antwerp) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที เมืองใหญ่อันดับ 2 ของเบลเยี่ยมและเมืองท่าเรืออันดับต้น ๆ ของยุโรป Antwerp ผ่านยุคทองขึ้นสูงสุดและต่ำจมดินมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ครั้งในรอบไม่กี่ร้อยปี ยุคทองครั้งแรกของ Antwerp เริ่มต้นในศตวรรษที่ 16 กับการเป็นเมืองท่าสำคัญของยุโรป ซึ่งมีแม่น้ำ Scheldt ที่นำความรุ่งเรืองมาสู่เมืองจนทำให้กลายเป็นเมืองแรกของโลกที่ก่อตั้ง Stock Exchange รวมไปถึงหนังสือพิมพ์ฉบับแรกที่มีชื่อว่า Mieuwe Tydinghen ในปี 1606 แต่สงครามระหว่างศาสนาและเชื้อชาติ (สเปนและดัชท์) ก็พรากความเจริญไป ทำให้ประชากรหลักแสนลดลงมาเหลือเพียงหลักหมื่น คนร่ำรวยย้ายหนีไปอยู่ที่ Amsterdam แต่ Antwerp ก็กลับมามารุ่งเรืองครั้งที่ 2 ของการค้าเพชร แต่แล้วก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ที่ทำลายบ้านเมืองในยุคกลางไปแทบสิ้น แต่ลมหายใจของเมืองยังไม่หมดลง Antwerp กลับมาอีกครั้ง และคราวนี้ก็ผงาดเป็นเมืองทันสมัย ศูนย์รวมดีไซน์ โรงเรียนแฟชั่นชื่อดัง และกลายเป็นอีกแฟชั่นฮับของยุโรปอย่างเช่นในปัจจุบัน

15.30 น. นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Crowne Plaza Antwerp หรือระดับเทียบเท่า

16.00 น. คณะเข้าร่วมงานสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพและการตรวจสุขภาพ พร้อมให้ทุกท่านได้ให้ข้อมูลประวัติส่วนตัวกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดย อาจารย์.ดร.นายแพทย์. วัชรพล อเล็กซองดร์ กำเนิดศิริ เพื่อทำการออกใบตรวจสุขภาพให้ทุกท่าน ณ ห้องประชุมของโรงแรม

18.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ Restaurant Colmar หรือภายในโรงแรม

การเตรียมตัวก่อนการตรวจสุขภาพ:

  • ไม่ควรอดนอน ดื่มสุรา หรือกาแฟ ในคืนก่อนตรวจสุขภาพ เนื่องจากจะทำให้ความดันโลหิตสูงกว่าที่เป็นจริง
  • ควรงดอาหารและน้ำอย่างน้อย 12 ชั่วโมง หากกระหายน้ำหรือหิวมาก ท่านสามารถจิบน้ำเปล่าได้

วันจันทร์ที่ 9 มี.ค. 63 (4) ตรวจผลทางห้องปฏิบัติการ – ฟังบรรยายเรื่องระบบการแพทย์ของเบลเยี่ยม – ช้อปปิ้งย่าน Diamond District – บารล์-เฮอร์ธ็อกจ์ – บารล์-นาซซาว – รูมอนท์

08.00 น. ตรวจผลทางห้องปฏิบัติการ (เจาะเลือด ส่งตัวอย่างปัสสาวะ อุจจาระ) ที่ศูนย์การแพทย์ Algemeen Medisch Laboratorium

Wellness Tour K.Anne Belgium

รับประทานอาหารเช้า ณ ชั้น 5 ของอาคาร

จากนั้นฟังบรรยายเรื่องระบบการแพทย์ของเบลเยี่ยมโดย อาจารย์.ดร.นายแพทย์. วัชรพล อเล็กซองดร์ กำเนิดศิริ

10.30 น. นำท่านไปถ่ายรูปกับ สถานีรถไฟ Antwerp Central สร้างขึ้นในระหว่างปี 1895-1905 เพื่อทดแทนอาคารหลังเดิม สถานีรถไฟแห่งนี้มีชื่อเล่นว่า “Railway Cathedral” หรือสถานีมหาวิหาร เนื่องจากสร้างในลักษณะคล้ายมหาวิหารของยุโรป มีขนาดใหญ่อลังการและประดิษฐ์ตกแต่งราวกับมหาวิหาร หากคนมาใหม่และไม่เคยรู้จักมาก่อน เกือบทั้งร้อยต้องคิดว่าเป็นมหาวิหารอย่างแน่นอน ซึ่งสถานีนี้มีรางรถไฟที่วางทั้งบนดินและใต้ดินลึกลงไปรวมเป็น 4 ชั้น 24 ชานชาลา ชั้นที่ 4 ซึ่งเป็นชั้นล่างสุดเพิ่งขุดใหม่และเปิดใช้ให้บริการในปี 2007 เพื่อรองรับรถไฟหัวจรวดที่เชื่อมยุโรปเข้าด้วยกัน

จากนั้นอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งในย่าน Diamond District ตลาดค้าเพชรที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป เป็นแหล่งรวมพ่อค้าเพชรมากมาย เนื่องจากเมืองนี้เป็นศูนย์กลางการค้าเพชรของโลก ทุกปีบรรดายักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเพชรจะยกให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางในการกำหนดราคาของเพชรที่ขุดได้จากเหมืองและทำการประมูลซื้อขายกันที่นี่ จึงทำให้เมืองนี้ได้รับการขนานนามว่า “เมืองแห่งเพชร” อีกทั้งเพชรดิบกว่า 80 เปอร์เซ็นต์และเพชรเจียระไนแล้วอีกกว่า 50 เปอร์เซ็นต์จากทั่วโลก จะต้องมาผ่านมือพ่อค้าที่นี่ก่อน เพื่อเกิดการซื้อขายและขนส่งกระจายออกไปให้กับธุรกิจเพชรทั่วโลก ซึ่งในปี 2017 ตลาดค้าเพชรที่ Antwerp มีมูลค่าการซื้อขายเพชรรวมกันกว่า 46,000 ล้านเหรียญเลยทีเดียว ที่นี่จึงเป็นตลาดค้าเพชรที่คึกคัก เหมาะแก่การไปเยี่ยมชม

13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

14.30 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองบารล์-เฮอร์ธ็อกจ์ (Baarle-Hertog) ประเทศเบลเยี่ยม และ เมืองบารล์-นาซซาว (Baarle-Nassau) ประเทศเนเธอร์แลนด์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง สองเมืองสองประเทศที่หลอมรวมอยู่ในพื้นที่เดียวกันราวกับนิ้วมือซ้ายขวาประสานอยู่ระหว่างกันอย่างไม่น่าเชื่อ เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1198 การซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ดินกันระหว่างดยุคแห่งบราแบนต์ (Brabant) และลอร์ดแห่งบรีดา (Breda) ผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์สืบทอดต่อต่างมีเจตจำนงที่จะขึ้นตรงต่อบราแบนต์หรือบรีดาอย่างเหนียวแน่น แม้วันเวลาจะผ่านไปถึงยุคสมัยที่ไม่มีลอร์ดแห่งบรีดาและดยุคแห่งบราแบนต์ปกครองอีกต่อไปแล้ว พวกเขายังคงแบ่งข้างสืบทอดเจตนารมย์ของบรรพบุรุษเหมือนเดิม จนถึงต้นศตวรรษที่ 19 เนเธอร์แลนด์และเบลเยียมประกาศเอกราช สนธิสัญญาแมสตริชท์ (Treaty of Maastricht 1843) ระหว่างสองประเทศขึ้นในปี 1843 ว่าด้วยเรื่องกำหนดเส้นพรมแดนอันชัดเจน ด้วยความซับซ้อนยุ่งยากของพื้นที่แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกำหนดเส้นพรมแดน ทำให้การลงพื้นที่ลากเส้นพรมแดนและปักหมุดบอกอาณาเขตเป็นไปอย่างช้า ๆ เส้นพรมแดนลากตัดผ่านถนน ผ่านชุมชน ผ่านบ้านผู้คน ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ซุปเปอร์มาร์เก็ต และพื้นที่เกษตรกรรม โดยบ้านที่โดนเส้นพรมแดนแบ่งออกเป็นสองส่วน มีข้อกำหนดว่า ถ้าประตูหันหน้าออกประเทศไหนก็ให้สมาชิกในบ้านขึ้นอยู่กับประเทศนั้น อาคารหลายหลังมีที่อยู่บ้านเลขที่ทั้งในเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ บางบ้านเปลี่ยนประตูทางเข้าไปอยู่อีกฝั่งเพื่อเปลี่ยนประเทศก็มี เนื่องจากมีความแตกต่างค่อนข้างมากในเรื่องภาษีและความผ่อนปรนในข้อกฎหมายบางอย่าง ในปี 1995 เขตแดนแนวสุดท้ายก็เสร็จสิ้น โดยใช้เวลาถึง 152 ปีหลังจากมีสนธิสัญญาแมสตริชท์ จึงกำหนดเส้นพรมแดนได้ครบทั้งหมด มีเวลาให้ท่านได้ถ่ายรูปกับ เส้นแบ่งเขตพรหมแดนระหว่างเนเธอร์แลนด์กับเบลเยียม โดยฝั่งตัวอักษร B คือ เบลเยียม และตัวอักษร NL คือ เนเธอร์แลนด์ ซึ่งท่านสามารถที่จะเห็นเส้นแบบนี้ได้ทั่วเมือง **ระยะทางเดินเที่ยวชมสถานที่ประมาณ 800 เมตร**

17.00 น. สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองรูมอนท์ (Roermond) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

18.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

20.00 น. นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Grand Hotel Valies, Roermond หรือระดับเทียบเท่า

วันอังคารที่ 10 มี.ค. 63 (5) McArthurGlen Designer Outlet Roermond – นามูร์ – ป้อมปราการเมืองนามูร์ – ชาร์เลอรัว

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

10.00 น. อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งที่ McArthurGlen Designer Outlet Roermond หนึ่งในเอาท์เลทชั้นนำของกรุ๊ป McArthurGlen ตั้งอยู่ใกล้ชายแดน 3 ประเทศ เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยมและเยอรมนี จุดเด่นของที่นี่คือ ร้านแบรนด์เนมหรูหราปักหลักกันอยู่อย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น GUCCI, PRADA, TODS, BURBERRY, BILLABONG, CALVIN KLEIN, DIESEL, CLARKS, ARMANI, FOSSIL, FURLA และอื่น ๆ อีกมากมายที่คอยมาล่อใจบรรดาขาช้อปกระเป๋าหนักกันอย่างจุใจ

12.00 น. อิสระรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย เพื่อให้ท่านได้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า

* ทางบริษัทฯ จัดเตรียมเงินสดให้ท่านละ 20 ยูโร *

14.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองนามูร์ (Namur) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที เมืองป้อมปราการริมแม่น้ำอันงดงามของเบลเยี่ยม มีความสำคัญทางด้านการค้ามาตั้งแต่สมัยยุคกลางตอนต้น ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำเมิซ (Meuse) กับแม่น้ำซ็อมบร์ (Sambre) ซึ่งทำให้เมืองนี้ได้เปรียบทางยุทธศาสตร์มาตั้งแต่ในอดีต โดยผู้คนส่วนใหญ่ของที่นี่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก และด้วยความมีเสน่ห์เฉพาะของตัวเมืองที่มีป้อมปราการขนาดใหญ่ตั้งอยู่เขตเหนือเมือง ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

15.30 น. นำท่านขึ้นไปชมความยิ่งใหญ่ของ ป้อมปราการเมืองนามูร์ (Citadel of Namur) ตั้งอยู่บนเนินเขาติดกับแม่น้ำเมิซ (Meuse) และแม่น้ำซ็อมบร์ (Sambre) ถือว่าเป็นหนึ่งในป้อมปราการที่ได้รับการยอมรับว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดและแข็งแรงที่สุดในยุโรป โดยมีความเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยยุคโรมัน ซึ่งปัจจุบันป้อมปราการแห่งนี้ได้รับการบูรณะมาแล้วหลายครั้ง ภายในป้อมเป็นค่ายทหารและอุโมงค์ใต้ดินสำหรับหลบภัย จากด้านบนนี้ท่านสามารถมองเห็นวิวของเมืองนามูร์ได้แบบ 180 องศา รวมไปถึงการได้เห็นการบรรจบกันของแม่น้ำทั้งสองสาย และได้เห็นแนวโค้งของแม่น้ำทั้งสองสายที่โอบล้อมรอบเมืองอีกด้วย **ระยะทางเดินเที่ยวชมสถานที่ประมาณ 1.5 กิโลเมตร**

17.00 น. สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองชาร์เลอรัว (Charleroi) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที

18.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

19.30 น. นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Novotel Charleroi Centre Hotel หรือระดับเทียบเท่า

วันพุธที่ 11 มี.ค. 63 (6) ดิน็องท์ – Collegiale Notre-Dame – ป้อมปราการดิน็องท์ – บรัสเซลส์ – อะตอมเมี่ยม

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.30 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองดิน็องท์ (Dinant) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เมืองเล็ก ๆ ที่มีทัศนียภาพอันสวยงาม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเมิซ (Meuse) โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยป้อมปราการในศตวรรษที่ 11 ที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงเหนือเมือง นำท่านไปยัง Charles-de-Gaulle Bridge ที่สร้างขึ้นในปี 1953 สะพานนี้ตั้งชื่อตาม นายพลชาร์ลส์ เดอโกล เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่นายพลและเหล่าพลทหารฝรั่งเศส ที่อุทิศชีวิตตนเพื่อปกป้องเมืองดิน็องท์เมื่อปี 1914 โดยนายพลได้รับบาดเจ็บที่สะพานแห่งนี้ ดังนั้นจึงมีอนุสรณ์รำลึกถึงนายพล ซึ่งตั้งอยู่ใกล้บริเวณที่เขาได้รับบาดเจ็บด้วย

10.00 น. จากนั้นนำท่านเข้าชม Collegiale Notre-Dame โบสถ์ประจำเมืองสไตล์กอธิกในศตวรรษที่ 13 โดดเด่นด้วยยอดโดมทรงหัวหอม ก่อนหน้านี้ตัวโบสถ์ได้สร้างเป็นแบบสไตล์โรมัน แต่ได้รับความเสียหายจากก้อนหินขนาดยักษ์ที่หล่นลงมาจากหน้าผาเมื่อปี 1227 ทำให้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่เป็นแบบที่เห็นในปัจจุบัน พาท่านนั่งกระเช้าไฟฟ้าเพื่อขึ้นไปชม ป้อมปราการดิน็องท์ (La Citadelle de Dinant) ป้อมปราการที่เปรียบเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของเมือง เนื่องจากตั้งอยู่บนหน้าผาสูง จึงสามารถมองเห็นได้ในระยะไกล สร้างขึ้นโดยชาวดัตช์ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 เพื่อเป็นที่สังเกตการณ์และเป็นฐานทัพของทหาร ซึ่งบางครั้งในยามฉุกเฉินก็จะเป็นที่หลบภัยของประชากรในเมืองด้วย ปัจจุบันได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเกี่ยวกับสงครามโลกครั้ง 1 โดยบอกเล่าเรื่องราวของชาวเมือง Dinant และทหารที่อยู่ในช่วงระหว่างการสู้รบในเมือง มีทั้งข้าวของเครื่องใช้ของเหล่าทหารที่ตั้งทัพอยู่ที่นี่ ชุดออกรบ ปืนใหญ่และอาวุธสงคราม รวมไปถึงอุโมงค์ใต้ดินที่ไว้หลบภัย และจุดเด่นอีกอย่างของป้อมปราการนี้ก็คือ ท่านสามารถชมทัศนียภาพมุมสูงของเมืองดิน็องท์ ที่มีแม่น้ำไหลผ่ากลางเมืองได้แบบ 180 องศา **ระยะทางเดินเที่ยวชมสถานที่ประมาณ 500 เมตร**

12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

14.00 น. นำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงบรัสเซลส์ (Brussels) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที เมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยม เป็นศูนย์กลางด้านการเมืองนานาชาติแห่งสหภาพยุโรป มีประชากรมากกว่า 2,000,000 คน และเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย นอกจากนี้ยังเป็นที่โด่งดังในเรื่องของช็อกโกแลตและเบียร์ที่ดีที่สุดในโลก

16.00 น. นำท่านเข้าชม อะตอมเมี่ยม (Atomium) ประติมากรรมรูปอะตอมขนาดมหึมา เป็นสถาปัตยกรรมแห่งวิทยาการที่สะท้อนชีวิตใหม่หลังสงครามโลก ใน ปี ค.ศ. 1958 เป็นสัญลักษณ์จากการรวมตัวครั้งแรกของกลุ่มประเทศยุโรปเมื่อปี ค.ศ. 1959 โดยอาคารไฮเทคแห่งนี้ มีความสูง 330 ฟุต ประกอบด้วยวัตถุทรงกลม 9 ลูก แต่ละลูกมีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 18 เมตร รวมน้ำหนักนวัตกรรม 2,400 ตัน โดยใช้เวลา 18 เดือนในการออกแบบ ซึ่งนานพอ ๆ กับระยะเวลาการสร้าง

18.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

19.30 น. นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Pullman Brussels Centre midi Hotel หรือระดับเทียบเท่า

วันพฤหัสบดีที่ 12 มี.ค. 63 (7) Group 1: (เช้า) ฟังผลตรวจ (บ่าย) จัตุรัสกรองด์ ปลาซ Group 2: (เช้า) จัตุรัสกรองด์ ปลาซ (บ่าย) ฟังผลตรวจ Group 3: (เช้า) เลอเวิน (บ่าย) เก้นท์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

———————————————————————————————————–

**ช่วงเช้า**

08.00 น. Group 1 ฟังผลตรวจวิเคราะห์และรับใบสั่งยา ณ ห้องประชุมชั้น 2 ของโรงแรม Pullman

Group 1 จากนั้นนำท่านเดินไปยังสถานีรถไฟ Bruxelles-Midi เพื่อนำท่านนั่งรถไฟ Belgian Railways ไปยังสถานี Bruxelles-Central ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 นาที

12.00 น. Group 1 รับประทานอาหารกลางวัน ณ Thai talk Brussels Restaurant

08.30 น. Group 2 นำท่านเดินไปยังสถานีรถไฟ Bruxelles-Midi เพื่อนำท่านนั่งรถไฟ Belgian Railways ไปยังสถานี Bruxelles-Central ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 นาที จากนั้นนำท่านเดินไปถ่ายรูปกับ เจนเนเค พิส (Jeanneke Pis) รูปปั้นของสาวน้อยนั่งฉี่ที่ผู้คนต่างพากันยกให้เป็นแฟนของเจ้าหนูน้อยยืนฉี่ Manneken Pis ด้วยท่าทางการนั่งของสาวน้อยคนนี้ ทำให้ชาวเมืองบรัสเซลมองว่าไม่น่ามองและออกจะอนาจารไปนิด จึงนำมาเก็บไว้ในตรอกเล็ก ๆ บริเวณจัตุรัสกรองด์ ปลาส เช่นเดียวกันกับ เมเนเกน พิส แต่สร้างขึ้นตามมาภายหลัง เธอเป็นผลงานการออกแบบของ เดนีส อาเดรียน เดอบูรี มีลักษณะเป็นรูปปั้นเด็กผู้หญิงไว้ผมเปีย ความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร เปลือยกาย นั่งฉี่ และหันหน้าชะเง้อมองมาที่ปากทางเข้าตรอก และเมื่อท่านได้มาชมสาวน้อยผู้นี้แล้ว ท่านจะเกิดคำถามขึ้นมาก็คือ ทำไมต้องนำเธอไปไว้ในกรงและมีกุญแจล๊อค คำตอบก็คือ ชาวเมืองบรุสเซลส์เกรงว่าจะหายไปเหมือนกับรูปปั้นเจ้าหนู เมเนเกน พิส เพราะว่าเธอเคยหายไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ว่าสามารถตามกลับคืนมาได้ภายหลังนั่นเอง

บรัสเซล แกรนด์เพลซ (Grand Place) หรือ กร็อง-ปลัสเดอบรูว์แซล

จากนั้นนำท่านเดินทางมายัง จัตุรัสกรองด์ ปลาซ (Grand Place) สถานที่ที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมและศิลปะที่โดดเด่น ซึ่งบ่งบอกถึงวัฒนธรรมและสังคมที่หลากหลายของกรุงบรัสเซลส์ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากมายในแต่ละปี ด้วยความสวยงามและเก่าแก่ ทำให้ที่นี่ได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ โดยภายในจัตุรัสประกอบไปด้วยอาคารและสถาปัตยกรรมมากมาย มีสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวแวะมาเที่ยวชมอยู่ไม่ขาดสาย นั่นก็คือ ศาลาว่าการกรุงบรัสเซลส์ (Brussels Town Hall) เป็นอาคารสไตล์โกธิคที่มียอดแหลมสูง ด้านบนยอดจะเป็นหอระฆัง สามารถมองเห็นได้ง่ายไม่ว่าจะอยู่ในส่วนไหนของเมืองนี้ และพาท่านไปถ่ายรูปกับ แมนาคินพิส (Manneken Pis) เด็กชายกำลังฉี่ เป็นประติมากรรมที่มีลักษณะเป็นน้ำพุขนาดเล็ก โดยตัวประติมากรรมนั้นจะมีการหล่อด้วยทองแดง เป็นรูปเด็กผู้ชายเปลือยกายกำลังยืนฉี่ใส่ลงอ่าง มีความสูงประมาณ 61 เซนติเมตร โดยตำนานเล่าขานกันว่า รูปปั้นของเด็กชายคนนี้แท้จริงแล้ว เขามีชื่อว่า จูเลียนสกี เป็นเด็กชายชาวเบลเยียม ซึ่งในช่วงเวลานั้นเกิดสงครามระหว่างฝรั่งเศสและเบลเยียม ที่มีการต่อสู้กันอย่างดุเดือด มีการจุดชนวนระเบิดที่ในยุคนั้นจะเป็นการวางสายชนวน และเจ้าเด็กจูเลียนสกี ดันมาเห็นสายชนวนที่กำลังติดไฟอยู่ เขาจึงถอดกางเกงฉี่ใส่สายชนวนเพื่อไม่ให้ไปถึงระเบิด สามารถช่วยชีวิตชาวบรัสเซลส์ไว้ได้เป็นจำนวนมาก จึงมีการสร้างรูปปั้นให้กับเขาขึ้นมานั่นเอง

**ระยะทางเดินเที่ยวชมสถานที่ประมาณ 1.1 กิโลเมตร**

11.00 น. Group 2 รับประทานอาหารกลางวัน ณ Thai talk Brussels Restaurant

12.30 น. Group 2 สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางโดยรถไฟจากสถานี Bruxelles-Central กลับมายัง สถานี Bruxelles-Midi

08.30 น. Group 3 นำท่านเดินทางสู่ เมืองเลอเวิน (Leuven) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที เมืองหลวงของ Flemish Brabant เป็นเมืองหลวงที่มีขนาดใหญ่อันดับ 8 ของประเทศเบลเยี่ยม มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 100,244 คน เป็นที่รู้จักกันว่ามีมหาวิทยาลัยคาทอลิกที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเบลเยี่ยมตั้งอยู่ที่นี่ ชื่อว่า มหาวิทยาลัย Katholieke Universiteit Leuven ซึ่งที่นี่เค้าไม่ธรรมดา เพราะเป็นมหาวิทยาลัยที่ติด Top 100 ถูกจัดอันดับว่าดีที่สุดในโลก เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมของเหล่าเด็กหัวกะทิทั่วโลก สถานที่แรกที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกไป คือ The Stadhuis (Town Hall) เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่มีความโดดเด่นและสวยงาม ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 30 ปี รอบ ๆ ตัวอาคารภายนอกถูกประดับด้วยรูปปั้นแกะสลักจำนวน 236 รูป ไม่ว่าจะมาเที่ยวกลางวันหรือกลางคืน ด้วยความสวยงามเหล่านี้ ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว หลังจากชื่นชมความงดงามของ The Stadhuis เสร็จแล้ว ท่านสามารถเดินหาของอร่อย ๆ ทานต่อได้เลย เพราะบริเวณรอบ ๆ อาคารจะรายล้อมไปด้วยร้านอาหารมากมาย ยิ่งบรรยากาศยามค่ำคืนบอกเลยว่าโรแมนติกสุด ๆ ถัดมาก็คือ โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (St.Peter’s Church) เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้เช่นกัน ลักษณะเด่นของโบสถ์แห่งนี้ คือเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิค เสาโบสถ์กับตัวอาคารตั้งตรงสูง และหน้าต่างที่มีลักษณะปลายแหลม ถ้าเข้าไปภายในโบสถ์ รับรองว่าจะต้องหลงใหลกับความสวยงามของที่นี่แน่นอน นอกจากนี้โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ยังเก็บสะสมภาพวาดที่มีชื่อเสียงอยู่หลายภาพอีกด้วย

**ระยะทางเดินเที่ยวชมสถานที่ประมาณ 300 เมตร**

12.30 น. Group 3 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

———————————————————————————————————–

**ช่วงบ่าย**

13.30 น. Group 1 นำท่านเดินไปถ่ายรูปกับ เจนเนเค พิส (Jeanneke Pis) รูปปั้นของสาวน้อยนั่งฉี่ที่ผู้คนต่างพากันยกให้เป็นแฟนของเจ้าหนูน้อยยืนฉี่ Manneken Pis ด้วยท่าทางการนั่งของสาวน้อยคนนี้ ทำให้ชาวเมืองบรัสเซลมองว่าไม่น่ามองและออกจะอนาจารไปนิด จึงนำมาเก็บไว้ในตรอกเล็ก ๆ บริเวณจัตุรัสกรองด์ ปลาส เช่นเดียวกันกับ เมเนเกน พิส แต่สร้างขึ้นตามมาภายหลัง เธอเป็นผลงานการออกแบบของ เดนีส อาเดรียน เดอบูรี มีลักษณะเป็นรูปปั้นเด็กผู้หญิงไว้ผมเปีย ความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร เปลือยกาย นั่งฉี่ และหันหน้าชะเง้อมองมาที่ปากทางเข้าตรอก และเมื่อท่านได้มาชมสาวน้อยผู้นี้แล้ว ท่านจะเกิดคำถามขึ้นมาก็คือ ทำไมต้องนำเธอไปไว้ในกรงและมีกุญแจล๊อค คำตอบก็คือ ชาวเมืองบรุสเซลส์เกรงว่าจะหายไปเหมือนกับรูปปั้นเจ้าหนู เมเนเกน พิส เพราะว่าเธอเคยหายไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ว่าสามารถตามกลับคืนมาได้ภายหลังนั่นเอง

จากนั้นนำท่านเดินทางมายัง จัตุรัสกรองด์ ปลาซ (Grand Place) สถานที่ที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมและศิลปะที่โดดเด่น ซึ่งบ่งบอกถึงวัฒนธรรมและสังคมที่หลากหลายของกรุงบรัสเซลส์ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากมายในแต่ละปี ด้วยความสวยงามและเก่าแก่ ทำให้ที่นี่ได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ โดยภายในจัตุรัสประกอบไปด้วยอาคารและสถาปัตยกรรมมากมาย มีสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวแวะมาเที่ยวชมอยู่ไม่ขาดสาย นั่นก็คือ ศาลาว่าการกรุงบรัสเซลส์ (Brussels Town Hall) เป็นอาคารสไตล์โกธิคที่มียอดแหลมสูง ด้านบนยอดจะเป็นหอระฆัง สามารถมองเห็นได้ง่ายไม่ว่าจะอยู่ในส่วนไหนของเมืองนี้ และพาท่านไปถ่ายรูปกับ แมนาคินพิส (Manneken Pis) เด็กชายกำลังฉี่ เป็นประติมากรรมที่มีลักษณะเป็นน้ำพุขนาดเล็ก โดยตัวประติมากรรมนั้นจะมีการหล่อด้วยทองแดง เป็นรูปเด็กผู้ชายเปลือยกายกำลังยืนฉี่ใส่ลงอ่าง มีความสูงประมาณ 61 เซนติเมตร โดยตำนานเล่าขานกันว่า รูปปั้นของเด็กชายคนนี้แท้จริงแล้ว เขามีชื่อว่า จูเลียนสกี เป็นเด็กชายชาวเบลเยียม ซึ่งในช่วงเวลานั้นเกิดสงครามระหว่างฝรั่งเศสและเบลเยียม ที่มีการต่อสู้กันอย่างดุเดือด มีการจุดชนวนระเบิดที่ในยุคนั้นจะเป็นการวางสายชนวน และเจ้าเด็กจูเลียนสกี ดันมาเห็นสายชนวนที่กำลังติดไฟอยู่ เขาจึงถอดกางเกงฉี่ใส่สายชนวนเพื่อไม่ให้ไปถึงระเบิด สามารถช่วยชีวิตชาวบรัสเซลส์ไว้ได้เป็นจำนวนมาก จึงมีการสร้างรูปปั้นให้กับเขาขึ้นมานั่นเอง

**ระยะทางเดินเที่ยวชมสถานที่ประมาณ 1.1 กิโลเมตร**

13.30 น. Group 2 ฟังผลตรวจวิเคราะห์และรับใบสั่งยา ณ ห้องประชุมชั้น 2 ของโรงแรม Pullman

13.30 น. Group 3 นำท่านเดินทางสู่ เมืองเก้นท์ (Ghent) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเบลเยี่ยม ในยุคกลางเมืองเก้นท์ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นรองเพียงนครปารีสเพียงแห่งเดียว และชื่อของเมืองนั้นแปลว่าการรวมกันของแม่น้ำสองสาย เพราะที่ตั้งของเมืองนี้อยู่บริเวณที่แม่น้ำสเกลต์ Scheldt River มาบรรจบกับแม่น้ำไลส์ Lys River ทำให้แม่น้ำสองสายนี้เป็นเส้นเลือดล่อเลี้ยงเมืองอันรุ่งเรืองในอดีตนานนับศตวรรษและยังคงต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน

เก้นท์ ประเทศเบลเยี่ยม เกนท์ เบลเยียม Ghent Belgium

นำท่านเข้าชม มหาวิหารเมืองเกนท์ (Saint Bavo’s Cathedral) โบสถ์สไตล์กอธิคที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง ภายในโบสถ์ใหญ่โตโอ่โถง รอบอาคารประดับด้วยกระจกสีสวยงาม ด้านหลังมีเทอเรสหินให้เดินชมห้องต่าง ๆ นอกจากนั้นยังมีงานศิลปะหลายชิ้นที่ติดอยู่ตามผนังกำแพง ชิ้นเด่นสุดจะเป็นของ Rubens และ Van Eycks’1432 ผลงานล้ำค่าที่รอดพ้นจากสงคราม และมีการเก็บรักษาแท่นบูชาเกนท์ (GHENT ALTARPIECE) ผลงานชิ้นเอกของพี่น้องตระกูลฟาน เอค (VAN EYCK) สร้างไว้ตั้งแต่ปี 1432 เป็นหนึ่งในผลงานที่ฮิตเลอร์ต้องการมากที่สุด… และถ่ายรูปกับ หอระฆังประจำเมือง (Belfry of Gent) สูงเด่นกว่าสิ่งก่อสร้างใด ๆ มองขึ้นไปบนฟ้าเมื่อใด สายตาก็จะปะทะกับหอระฆังนี้กับความสูงถึง 91 เมตร ทำให้กลายเป็น Belfry สูงที่สุดของเบลเยี่ยม และเป็น Unesco’s World Heritage List ท่านสามารถขึ้นไปชมวิวของเมืองเก้นท์ในมุมสูงได้ และจะได้มุมสวย ๆ ของโบสถ์เซนต์นิโคลัส (Sint-Niklaaskerk) โบสถ์สไตล์โกธิกขนาดใหญ่ที่อยู่ถัดไป ตั้งชื่อตามแม่น้ำในระแวกใกล้ ๆ สร้างโดยใช้หินสีเทาจากพื้นที่ตูร์แน (Tournai) เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดและเก่าแก่ที่สุดใน Ghent และเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าเก่าแก่ในเมือง จากนั้นไปยัง สะพานกราซบูร์ก (Grasburg Bridge) ที่มีแม่น้ำ Leie ไหลผ่านสองประเทศระหว่างฝรั่งเศสและเบลเยี่ยม สายน้ำสำคัญนี้ที่พาดผ่าน Ghent จะแบ่งเมืองออกเป็นสองฝั่ง ใจกลางเมืองมีสะพานข้ามแม่น้ำสวยงามหลายสะพาน

และหนึ่งในสะพานที่ทุกคนต้องแวะมาถ่ายรูปก็คือ Grasburg Bridge เพราะจากกลางสะพาน ท่านจะมองเห็น Graslei อาคารเก่าริมแม่น้ำ Leie ที่กลายเป็นจุดดึงสายตาและไฮไลท์ของ Ghent ซึ่งอาคารบ้านเก่าเหล่านี้ สร้างมาตั้งแต่ยุคโบราณ และได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 1913 เพื่อต้อนรับ World Fair ดังนั้นที่นี่จึงเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมือง และแวะถ่ายรูปกับ ปราสาทท่านเคานท์ (Het Gravensteen) ปราสาทหินเก่าแก่กว่าพันปีที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1180 เพื่อแสดงถึงความรุ่งเรืองในยุคสมัยของ Philip of Alsace ตัวปราสาทเคยเป็นทั้งศูนย์กลางของเมืองและที่คุมขังนักโทษ ซึ่งแค่เห็นจากภายนอกก็สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของปราสาท กำแพงหนาแน่น แข็งแรงสมกับที่เป็นปราสาทของท่านเคานท์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในเบลเยี่ยมเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น

**ระยะทางเดินเที่ยวชมสถานที่ประมาณ 1 กิโลเมตร**

17.30 น. Group 3 สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงบรัสเซลส์ (Brussels) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที

18.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

20.00 น. นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Pullman Brussels Centre midi Hotel หรือระดับเทียบเท่า

วันศุกร์ที่ 13 มี.ค. 63 (8) Group 3.1: (เช้า) ฟังผลตรวจ (บ่าย) จัตุรัสกรองด์ ปลาซ Group 3.2: (เช้า) จัตุรัสกรองด์ ปลาซ (บ่าย) ฟังผลตรวจ Group 1 & 2: (เช้า) เลอเวิน (บ่าย) เก้นท์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

———————————————————————————————————–

**ช่วงเช้า**

08.00 น. Group 3.1 ฟังผลตรวจวิเคราะห์และรับใบสั่งยา ณ ห้องประชุมชั้น 2 ของโรงแรม Pullman

Group 3.1 จากนั้นนำท่านเดินไปยังสถานีรถไฟ Bruxelles-Midi เพื่อนำท่านนั่งรถไฟ Belgian Railways ไปยังสถานี Bruxelles-Central ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 นาที

12.00 น. Group 3.1 รับประทานอาหารกลางวัน ณ Thai talk Brussels Restaurant

08.30 น. Group 3.2 นำท่านเดินไปยังสถานีรถไฟ Bruxelles-Midi เพื่อนำท่านนั่งรถไฟ Belgian Railways ไปยังสถานี Bruxelles-Central ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 นาที จากนั้นนำท่านเดินไปถ่ายรูปกับ เจนเนเค พิส (Jeanneke Pis) รูปปั้นของสาวน้อยนั่งฉี่ที่ผู้คนต่างพากันยกให้เป็นแฟนของเจ้าหนูน้อยยืนฉี่ Manneken Pis ด้วยท่าทางการนั่งของสาวน้อยคนนี้ ทำให้ชาวเมืองบรัสเซลมองว่าไม่น่ามองและออกจะอนาจารไปนิด จึงนำมาเก็บไว้ในตรอกเล็ก ๆ บริเวณจัตุรัสกรองด์ ปลาส เช่นเดียวกันกับ เมเนเกน พิส แต่สร้างขึ้นตามมาภายหลัง เธอเป็นผลงานการออกแบบของ เดนีส อาเดรียน เดอบูรี มีลักษณะเป็นรูปปั้นเด็กผู้หญิงไว้ผมเปีย ความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร เปลือยกาย นั่งฉี่ และหันหน้าชะเง้อมองมาที่ปากทางเข้าตรอก และเมื่อท่านได้มาชมสาวน้อยผู้นี้แล้ว ท่านจะเกิดคำถามขึ้นมาก็คือ ทำไมต้องนำเธอไปไว้ในกรงและมีกุญแจล๊อค คำตอบก็คือ ชาวเมืองบรุสเซลส์เกรงว่าจะหายไปเหมือนกับรูปปั้นเจ้าหนู เมเนเกน พิส เพราะว่าเธอเคยหายไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ว่าสามารถตามกลับคืนมาได้ภายหลังนั่นเอง

จากนั้นนำท่านเดินทางมายัง จัตุรัสกรองด์ ปลาซ (Grand Place) สถานที่ที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมและศิลปะที่โดดเด่น ซึ่งบ่งบอกถึงวัฒนธรรมและสังคมที่หลากหลายของกรุงบรัสเซลส์ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากมายในแต่ละปี ด้วยความสวยงามและเก่าแก่ ทำให้ที่นี่ได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ โดยภายในจัตุรัสประกอบไปด้วยอาคารและสถาปัตยกรรมมากมาย มีสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวแวะมาเที่ยวชมอยู่ไม่ขาดสาย นั่นก็คือ ศาลาว่าการกรุงบรัสเซลส์ (Brussels Town Hall) เป็นอาคารสไตล์โกธิคที่มียอดแหลมสูง ด้านบนยอดจะเป็นหอระฆัง สามารถมองเห็นได้ง่ายไม่ว่าจะอยู่ในส่วนไหนของเมืองนี้ และพาท่านไปถ่ายรูปกับ แมนาคินพิส (Manneken Pis) เด็กชายกำลังฉี่ เป็นประติมากรรมที่มีลักษณะเป็นน้ำพุขนาดเล็ก โดยตัวประติมากรรมนั้นจะมีการหล่อด้วยทองแดง เป็นรูปเด็กผู้ชายเปลือยกายกำลังยืนฉี่ใส่ลงอ่าง มีความสูงประมาณ 61 เซนติเมตร โดยตำนานเล่าขานกันว่า รูปปั้นของเด็กชายคนนี้แท้จริงแล้ว เขามีชื่อว่า จูเลียนสกี เป็นเด็กชายชาวเบลเยียม ซึ่งในช่วงเวลานั้นเกิดสงครามระหว่างฝรั่งเศสและเบลเยียม ที่มีการต่อสู้กันอย่างดุเดือด มีการจุดชนวนระเบิดที่ในยุคนั้นจะเป็นการวางสายชนวน และเจ้าเด็กจูเลียนสกี ดันมาเห็นสายชนวนที่กำลังติดไฟอยู่ เขาจึงถอดกางเกงฉี่ใส่สายชนวนเพื่อไม่ให้ไปถึงระเบิด สามารถช่วยชีวิตชาวบรัสเซลส์ไว้ได้เป็นจำนวนมาก จึงมีการสร้างรูปปั้นให้กับเขาขึ้นมานั่นเอง

**ระยะทางเดินเที่ยวชมสถานที่ประมาณ 1.1 กิโลเมตร**

11.00 น. Group 3.2 รับประทานอาหารกลางวัน ณ Thai talk Brussels Restaurant

12.30 น. Group 3.2 สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางโดยรถไฟจากสถานี Bruxelles-Central กลับมายัง สถานี Bruxelles-Midi

08.30 น. Group 1 Group 2 นำท่านเดินทางสู่ เมืองเลอเวิน (Leuven) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที เมืองหลวงของ Flemish Brabant เป็นเมืองหลวงที่มีขนาดใหญ่อันดับ 8 ของประเทศเบลเยี่ยม มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 100,244 คน เป็นที่รู้จักกันว่ามีมหาวิทยาลัยคาทอลิกที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเบลเยี่ยมตั้งอยู่ที่นี่ ชื่อว่า มหาวิทยาลัย Katholieke Universiteit Leuven ซึ่งที่นี่เค้าไม่ธรรมดา เพราะเป็นมหาวิทยาลัยที่ติด Top 100 ถูกจัดอันดับว่าดีที่สุดในโลก เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมของเหล่าเด็กหัวกะทิทั่วโลก สถานที่แรกที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกไป คือ The Stadhuis (Town Hall) เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่มีความโดดเด่นและสวยงาม ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 30 ปี รอบ ๆ ตัวอาคารภายนอกถูกประดับด้วยรูปปั้นแกะสลักจำนวน 236 รูป ไม่ว่าจะมาเที่ยวกลางวันหรือกลางคืน ด้วยความสวยงามเหล่านี้ ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว หลังจากชื่นชมความงดงามของ The Stadhuis เสร็จแล้ว ท่านสามารถเดินหาของอร่อย ๆ ทานต่อได้เลย เพราะบริเวณรอบ ๆ อาคารจะรายล้อมไปด้วยร้านอาหารมากมาย ยิ่งบรรยากาศยามค่ำคืนบอกเลยว่าโรแมนติกสุด ๆ ถัดมาก็คือ โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (St.Peter’s Church) เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้เช่นกัน ลักษณะเด่นของโบสถ์แห่งนี้ คือเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิค เสาโบสถ์กับตัวอาคารตั้งตรงสูง และหน้าต่างที่มีลักษณะปลายแหลม ถ้าเข้าไปภายในโบสถ์ รับรองว่าจะต้องหลงใหลกับความสวยงามของที่นี่แน่นอน นอกจากนี้โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ยังเก็บสะสมภาพวาดที่มีชื่อเสียงอยู่หลายภาพอีกด้วย

**ระยะทางเดินเที่ยวชมสถานที่ประมาณ 300 เมตร**

12.30 น. Group 1 Group 2 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

———————————————————————————————————–

**ช่วงบ่าย**

13.30 น. Group 3.1 นำท่านเดินไปถ่ายรูปกับ เจนเนเค พิส (Jeanneke Pis) รูปปั้นของสาวน้อยนั่งฉี่ที่ผู้คนต่างพากันยกให้เป็นแฟนของเจ้าหนูน้อยยืนฉี่ Manneken Pis ด้วยท่าทางการนั่งของสาวน้อยคนนี้ ทำให้ชาวเมืองบรัสเซลมองว่าไม่น่ามองและออกจะอนาจารไปนิด จึงนำมาเก็บไว้ในตรอกเล็ก ๆ บริเวณจัตุรัสกรองด์ ปลาส เช่นเดียวกันกับ เมเนเกน พิส แต่สร้างขึ้นตามมาภายหลัง เธอเป็นผลงานการออกแบบของ เดนีส อาเดรียน เดอบูรี มีลักษณะเป็นรูปปั้นเด็กผู้หญิงไว้ผมเปีย ความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร เปลือยกาย นั่งฉี่ และหันหน้าชะเง้อมองมาที่ปากทางเข้าตรอก และเมื่อท่านได้มาชมสาวน้อยผู้นี้แล้ว ท่านจะเกิดคำถามขึ้นมาก็คือ ทำไมต้องนำเธอไปไว้ในกรงและมีกุญแจล๊อค คำตอบก็คือ ชาวเมืองบรุสเซลส์เกรงว่าจะหายไปเหมือนกับรูปปั้นเจ้าหนู เมเนเกน พิส เพราะว่าเธอเคยหายไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ว่าสามารถตามกลับคืนมาได้ภายหลังนั่นเอง

จากนั้นนำท่านเดินทางมายัง จัตุรัสกรองด์ ปลาซ (Grand Place) สถานที่ที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมและศิลปะที่โดดเด่น ซึ่งบ่งบอกถึงวัฒนธรรมและสังคมที่หลากหลายของกรุงบรัสเซลส์ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากมายในแต่ละปี ด้วยความสวยงามและเก่าแก่ ทำให้ที่นี่ได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ โดยภายในจัตุรัสประกอบไปด้วยอาคารและสถาปัตยกรรมมากมาย มีสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวแวะมาเที่ยวชมอยู่ไม่ขาดสาย นั่นก็คือ ศาลาว่าการกรุงบรัสเซลส์ (Brussels Town Hall) เป็นอาคารสไตล์โกธิคที่มียอดแหลมสูง ด้านบนยอดจะเป็นหอระฆัง สามารถมองเห็นได้ง่ายไม่ว่าจะอยู่ในส่วนไหนของเมืองนี้ และพาท่านไปถ่ายรูปกับ แมนาคินพิส (Manneken Pis) เด็กชายกำลังฉี่ เป็นประติมากรรมที่มีลักษณะเป็นน้ำพุขนาดเล็ก โดยตัวประติมากรรมนั้นจะมีการหล่อด้วยทองแดง เป็นรูปเด็กผู้ชายเปลือยกายกำลังยืนฉี่ใส่ลงอ่าง มีความสูงประมาณ 61 เซนติเมตร โดยตำนานเล่าขานกันว่า รูปปั้นของเด็กชายคนนี้แท้จริงแล้ว เขามีชื่อว่า จูเลียนสกี เป็นเด็กชายชาวเบลเยียม ซึ่งในช่วงเวลานั้นเกิดสงครามระหว่างฝรั่งเศสและเบลเยียม ที่มีการต่อสู้กันอย่างดุเดือด มีการจุดชนวนระเบิดที่ในยุคนั้นจะเป็นการวางสายชนวน และเจ้าเด็กจูเลียนสกี ดันมาเห็นสายชนวนที่กำลังติดไฟอยู่ เขาจึงถอดกางเกงฉี่ใส่สายชนวนเพื่อไม่ให้ไปถึงระเบิด สามารถช่วยชีวิตชาวบรัสเซลส์ไว้ได้เป็นจำนวนมาก จึงมีการสร้างรูปปั้นให้กับเขาขึ้นมานั่นเอง

**ระยะทางเดินเที่ยวชมสถานที่ประมาณ 1.1 กิโลเมตร**

13.30 น. Group 3.2 ฟังผลตรวจวิเคราะห์และรับใบสั่งยา ณ ห้องประชุมชั้น 2 ของโรงแรม Pullman

13.30 น. Group 1 Group 2 นำท่านเดินทางสู่ เมืองเก้นท์ (Ghent) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเบลเยี่ยม ในยุคกลางเมืองเก้นท์ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นรองเพียงนครปารีสเพียงแห่งเดียว และชื่อของเมืองนั้นแปลว่าการรวมกันของแม่น้ำสองสาย เพราะที่ตั้งของเมืองนี้อยู่บริเวณที่แม่น้ำสเกลต์ Scheldt River มาบรรจบกับแม่น้ำไลส์ Lys River ทำให้แม่น้ำสองสายนี้เป็นเส้นเลือดล่อเลี้ยงเมืองอันรุ่งเรืองในอดีตนานนับศตวรรษและยังคงต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน

นำท่านเข้าชม มหาวิหารเมืองเกนท์ (Saint Bavo’s Cathedral) โบสถ์สไตล์กอธิคที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง ภายในโบสถ์ใหญ่โตโอ่โถง รอบอาคารประดับด้วยกระจกสีสวยงาม ด้านหลังมีเทอเรสหินให้เดินชมห้องต่าง ๆ นอกจากนั้นยังมีงานศิลปะหลายชิ้นที่ติดอยู่ตามผนังกำแพง ชิ้นเด่นสุดจะเป็นของ Rubens และ Van Eycks’1432 ผลงานล้ำค่าที่รอดพ้นจากสงคราม และมีการเก็บรักษาแท่นบูชาเกนท์ (GHENT ALTARPIECE) ผลงานชิ้นเอกของพี่น้องตระกูลฟาน เอค (VAN EYCK) สร้างไว้ตั้งแต่ปี 1432 เป็นหนึ่งในผลงานที่ฮิตเลอร์ต้องการมากที่สุด… และถ่ายรูปกับ หอระฆังประจำเมือง (Belfry of Gent) สูงเด่นกว่าสิ่งก่อสร้างใด ๆ มองขึ้นไปบนฟ้าเมื่อใด สายตาก็จะปะทะกับหอระฆังนี้กับความสูงถึง 91 เมตร ทำให้กลายเป็น Belfry สูงที่สุดของเบลเยี่ยม และเป็น Unesco’s World Heritage List ท่านสามารถขึ้นไปชมวิวของเมืองเก้นท์ในมุมสูงได้ และจะได้มุมสวย ๆ ของโบสถ์เซนต์นิโคลัส (Sint-Niklaaskerk) โบสถ์สไตล์โกธิกขนาดใหญ่ที่อยู่ถัดไป ตั้งชื่อตามแม่น้ำในระแวกใกล้ ๆ สร้างโดยใช้หินสีเทาจากพื้นที่ตูร์แน (Tournai) เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดและเก่าแก่ที่สุดใน Ghent และเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าเก่าแก่ในเมือง จากนั้นไปยัง สะพานกราซบูร์ก (Grasburg Bridge) ที่มีแม่น้ำ Leie ไหลผ่านสองประเทศระหว่างฝรั่งเศสและเบลเยี่ยม สายน้ำสำคัญนี้ที่พาดผ่าน Ghent จะแบ่งเมืองออกเป็นสองฝั่ง ใจกลางเมืองมีสะพานข้ามแม่น้ำสวยงามหลายสะพาน และหนึ่งในสะพานที่ทุกคนต้องแวะมาถ่ายรูปก็คือ Grasburg Bridge เพราะจากกลางสะพาน ท่านจะมองเห็น Graslei อาคารเก่าริมแม่น้ำ Leie ที่กลายเป็นจุดดึงสายตาและไฮไลท์ของ Ghent ซึ่งอาคารบ้านเก่าเหล่านี้ สร้างมาตั้งแต่ยุคโบราณ และได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 1913 เพื่อต้อนรับ World Fair ดังนั้นที่นี่จึงเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมือง และแวะถ่ายรูปกับ ปราสาทท่านเคานท์ (Het Gravensteen) ปราสาทหินเก่าแก่กว่าพันปีที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1180 เพื่อแสดงถึงความรุ่งเรืองในยุคสมัยของ Philip of Alsace ตัวปราสาทเคยเป็นทั้งศูนย์กลางของเมืองและที่คุมขังนักโทษ ซึ่งแค่เห็นจากภายนอกก็สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของปราสาท กำแพงหนาแน่น แข็งแรงสมกับที่เป็นปราสาทของท่านเคานท์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในเบลเยี่ยมเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น

**ระยะทางเดินเที่ยวชมสถานที่ประมาณ 1 กิโลเมตร**

17.30 น. Group 1 Group 2 สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงบรัสเซลส์ (Brussels) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที

18.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

20.00 น. นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Pullman Brussels Centre midi Hotel หรือระดับเทียบเท่า

วันเสาร์ที่ 14 มี.ค. 63 (9) ร่วมงานสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ – ซื้อยาตามใบสั่งแพทย์ – ช้อปปิ้งที่ถนนบูเลอวาร์ด – กิจกรรมนันทนาการ สังสรรค์ ปาร์ตี้

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.30 น. คณะเข้าร่วมงานสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพและการตรวจสุขภาพ ณ ห้องสัมมนาชั้น 2 ของโรงแรม Pullman จากนั้นนำท่านไปซื้อยาตามใบสั่งแพทย์ของแต่ละท่าน พร้อมฟังคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

14.00 น. อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งที่ ถนนบูเลอวาร์ด (Boulevard de Waterloo) ย่านช็อปปิ้งชั้นนำสุดหรูหรา ที่มีผู้คนฐานะดีแวะเวียนมาอยู่บ่อย ๆ ภายในจะเต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านไอศกรีม ร้านน้ำชา ร้านอาหาร และแน่นอนว่ามีสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Moncler, Cartier, Hermes, Bvlgari, Giorgio Armani, Burberry, Samsonite, Gucci, Boss และแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีร้านบูติกและโรงภาพยนตร์สุดหรูอีกด้วย ส่วนสถาปัตยกรรมของที่นี่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะตลอดสองข้างทางจะได้พบสถาปัตยกรรมสไตล์ นีโอ-โรโคโค นีโอ-คลาสสิก และนีโอ-เรอแนซ็องส์ ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

18.00 น. นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Pullman Brussels Centre midi Hotel หรือระดับเทียบเท่า

19.00 น. คณะเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ สังสรรค์ ปาร์ตี้ และรับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องประชุมของโรงแรม

วันอาทิตย์ที่ 15 มี.ค. 63 (10) ท่าอากาศยานบรัสเซลส์ – เดินทางกลับกรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

09.30 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานบรัสเซลส์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ

อิสระอาหารกลางวันภายในสนามบินตามอัธยาศัย

13.30 น. เหินฟ้าสู่ กรุงเทพฯ บินตรงกับสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG935 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง 5 นาที

วันจันทร์ที่ 16 มี.ค. 63 (11) กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

05.35 น. คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

กำหนดการเดินทาง:

  • 6-16 มีนาคม 2563

อัตราค่าบริการ คณะผู้เดินทาง ผู้ใหญ่ 30-34 ท่าน ราคารวมตั๋ว

  • ผู้ใหญ่ พักห้องคู่ (ห้องละ 2 ท่าน) 198,000.-
  • พักห้องเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ 28,000.-

อัตรานี้รวม:

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นประหยัด สายการบินไทย (TG) กรุงเทพฯ-บรัสเซลส์-กรุงเทพฯ
  • ค่าภาษีสนามบิน และ ค่าภาษีน้ำมันจากสายการบิน ณ ณ วันที่ 7 ธันวาคม 2562 ในกรณีสายการบินมีการปรับเพิ่มขึ้นหลังจากนี้ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บเพิ่มตามจริง
  • ค่าโรงแรมที่พัก ตามรายการที่ระบุหรือเทียบเท่า (ห้องละ 2 ท่าน)
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มทุกมื้อ ตามที่กำหนดในโปรแกรม
  • ค่ารถโค้ชมาตรฐานยุโรป ขนาด 45-49 ที่นั่ง ท่องเที่ยวตามรายการที่ระบุไว้ในโปรแกรม
  • ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่ระบุตามรายการ ** หากสถานที่ท่องเที่ยวใดที่ไม่สามารถเข้าชมได้ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าใช้จ่าย เนื่องจากทางบริษัทได้ทำการจองและถูกเก็บค่าใช้จ่ายไปแล้ว **
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น (ประเทศเบลเยี่ยม)  กรณีไม่ใช้วีซ่า หักคืน 2,100 บาท / ท่าน 
  • ค่าตรวจผลทางห้องปฏิบัติการที่ศูนย์การแพทย์ Algemeen Medisch Laboratorium
  • ค่าบริการทางการแพทย์
  • ค่าห้องประชุมของโรงแรม Crowne Plaza และ Pullman
  • ค่าหัวหน้าทัวร์และเจ้าหน้าที่ไทยจากกรุงเทพฯ จำนวน 3 ท่าน บริการอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าทิปพนักงานขับรถวันละ 2 ยูโร / ท่าน / วัน
  • ค่าทิปพนักงานยกกระเป๋าในโรงแรมทุกแห่ง เฉพาะใบใหญ่ท่านละ 1 ใบ ส่วนกระเป๋าสัมภาระใบเล็กอยู่ในความดูแลของลูกค้า
  • บริการน้ำดื่มแบบขวด บริการระหว่างเดินทางท่องเที่ยว 2 ขวด / ท่าน / วัน
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง คุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาล อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 500,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)

อัตรานี้ไม่รวม:

  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง ในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนดให้ไม่เกิน 30 กิโลกรัม/ท่าน
  • ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทาง หรือค่าแจ้งเข้าออก กรณีคนต่างด้าว
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ เครื่องดื่มและอาหารนอกรายการ, ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ
  • ค่ายาตามใบสั่งแพทย์
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

เงื่อนไขการชำระเงิน:

  • กรุณาทำการจอง โดยแฟกซ์หรืออีเมล์หน้าพาสปอร์ตผู้เดินทาง เข้ามาที่บริษัท เพื่อยืนยันการจองที่นั่ง
  • กรุณาชำระเงินมัดจำค่าทัวร์ ทันทีหลังจากทำการจอง ราคา 35,000 บาทต่อท่าน
  • ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ บริษัทฯ จะขอเก็บค่าทัวร์ทั้งหมดก่อนการเดินทาง อย่างน้อย 21 วันก่อนการเดินทาง มิเช่นนั้นบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางของท่าน
  • การเดินทางในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวหรือวันหยุดต่อเนื่อง อาจจะมีการเรียกเก็บค่าทัวร์เร็วกว่าที่กำหนดไว้ข้างต้น
  • *กรุณาพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ และเงื่อนไขการยกเลิกทัวร์ของบริษัท ก่อนท่านทำการจองทัวร์*

สอบถามทัวร์ LINE: @lofttravel TEL: 02-402-6475, 02-046-0046, 080-291-0123, 085-225-4664, 086-321-4740, 086-322-1610